ข่าว
100 year

หนุ่มดีกรีนอก สาวโปรไฟล์เริ่ด เบียดเสียดสู่ถนนการเมือง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ม.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

พลังคนรุ่นใหม่ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม และประเทศชาติให้เจริญรุดหน้า หลากหลายเวทีเปิดกว้างให้คลื่นลูกใหม่เข้ามายืนในแถวหน้าเพื่อแสดงศักยภาพ รวมทั้งในเวทีทางการเมือง ซึ่งการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2562 นี้ มีคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งไฟในการทำงาน และพกไอเดียสดใหม่ อาสาเข้ามาทำงานพัฒนาประเทศ เป็นทางเลือกใหม่ของบ้านเมือง

คนรุ่นใหม่ไฟร้อนฉ่าเหล่านี้ต่างมีทั้งดีกรี ความคิดอ่าน และศักยภาพมากมาย ที่อยากจะพิสูจน์ตัวเอง และเติบโตในเส้นทางการเมือง สร้างระบอบประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ อย่าง หนุ่มฮอต โปรไฟล์เริ่ด ที่ได้ฉายา “ไพร่หมื่นล้าน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” เจ้าแม่แห่งวงการอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ได้สละเก้าอี้ซีอีโอกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท เข้ามาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว ด้วยการตั้ง “พรรคอนาคตใหม่” และนั่งแท่นเป็นหัวหน้าพรรค บอกถึงเจตนารมณ์อันแรงกล้าว่า จุดเริ่มต้นของการตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้นเกิดจากการพูดคุยกับ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคฯ ตั้งแต่สมัยที่อาจารย์อยู่กลุ่มนิติราษฎร์ ถึงเรื่องความมืดดำของการเมืองไทย ต่างตั้งคำถามกันขึ้นว่า ทำไมทุกคนเฉยชา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความหวังที่อยากเห็นสังคมไทยดีขึ้น และจุดที่ตัดสินใจจะทำพรรคการเมือง

ธนาธร

“ครอบครัวผมก็ไม่เห็นด้วยในช่วงแรกเพราะส่วนตัวเรามีความสุขดี ธุรกิจไปได้ด้วยดี แต่เราก็ไม่มีความสุขในใจ แล้วแม่ก็ถามคำถามนึงที่รู้สึกแรงมากคือ ไทยซัมมิทกับประเทศไทยนั้นอะไรสำคัญกับตัวเองมากกว่ากัน ไม่กลัวเหมือนครอบครัวนักการเมืองคนอื่นๆงั้นหรือ? โดยส่วนตัวก็แจ้งไปว่า เราไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เราจะประกาศทรัพย์สินสู่สาธารณะ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจทางการเมือง จากนั้นทุกคนก็เห็นด้วย และความโชคดีก็คือ ครอบครัวและคนรอบตัวเรามีแนวคิดประชาธิปไตย ไม่มีใครมีความคิดเห็นทางการเมืองตรงข้ามกับตัวเอง”

การอาสาเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองเต็มตัวแบบนี้ ธนาธร บอกว่า “ผมมีความฝันที่เรียบง่าย ผมอยากเห็นคนเท่าเทียมกัน ผมอยากเห็นว่าประเทศไทยจะไม่มีรัฐประหารอีก แต่คงไม่ได้มาด้วยความง่ายดาย จำเป็นจะต้องต่อสู้เรียกร้อง ถ้าเราทุกคนช่วยกัน ทุกอย่างมันเป็นไปได้ มาช่วยกัน ร่วมกันเปิดประตูสร้างความเป็นไปได้ ทำให้มันเกิดขึ้นในสิ่งที่เราอยากเห็นในประเทศไทยของเรา”

อีกหนึ่งหนุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” หลานชายอดีตนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้กลายเป็น “หล่อเล็ก” คนใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้มีบทบาทสำคัญในกลุ่ม “New Dem” คนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีดีกรีปริญญาปรัชญาการเมือง และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ บอกถึงความตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองว่า สนใจทางด้านการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งไม่เกี่ยวกับการที่มีญาติเป็นนักการเมือง จุดเริ่มต้นจากการได้ทุนไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี ได้เห็นโอกาส เห็นความเหลื่อมล้ำของไทยและอังกฤษ จึงจุดประกายที่อยากจะกลับมาช่วยลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ พอเรียนจบยังไม่มีโอกาสเข้าสู่การเมือง จึงไปทำงานภาคเอกชนในบริษัทต่างชาติอยู่ 2 ปีกว่า ก่อนที่จะมารับราชการทหาร และมีจังหวะเข้ามาสู่การทำงานการเมืองอย่างที่ตั้งใจ

พริษฐ์

“เราไม่มีการเลือกตั้งมา 7 ปีแล้ว 7 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนไปเยอะมาก ทำให้ทุกพรรคการเมืองต้องคิดนอกกรอบ นำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์โลกสมัยใหม่ การต่อยอดสิ่งที่เคยทำมามันอาจจะไม่พอ ผมไม่ได้เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ถ้าจุดขายของผม มีอย่างเดียวคือ อายุน้อย ผมก็ไม่ควรมาทำงานการเมือง เพราะประชาชนไม่ได้อะไรเลย พรรคไม่ได้อะไร นอกจากลดอายุเฉลี่ยของคนในพรรค แต่สิ่งที่ควรจะได้จากคนรุ่นใหม่คือ การนำเสนอแนวคิดที่อาจจะเข้าใจทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกได้มาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่เสมอไปว่าคนอายุน้อยต้องรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เยอะกว่าคนที่อายุมากกว่า นอกจากนี้ ผมอยากให้คนรู้จักผมว่า ผมอยากจะเข้ามาทำอะไรมากกว่าผมเป็นใคร การที่ผมเป็นหลานคุณอภิสิทธิ์ อาจทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อาจทำให้มีคนรักเรา หรือเกลียดเราเร็วเกินไป ผมอยากให้สังคมเริ่มรู้จักผมในสิ่งที่ผมคิด ในสิ่งที่ผมเริ่มจะทำให้กับประเทศมากกว่า ซึ่งผมอยากทำให้เด็กรุ่นใหม่ 2 คนเกิดมาแล้วมีโอกาสเท่าเทียมกันทั้งด้านการศึกษาและการรักษาพยาบาล รวมทั้งสังคมต้องเพิ่มความหลากหลายด้วย”

และอีกหนึ่งหนุ่มแอ็กทีฟ “เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์” ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของนักวิชาการและนักการเมืองชื่อดัง “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ที่ได้เดินตามรอยพ่อ ด้วยการเป็นนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ก่อนที่จะผันมาทำงานทางการเมืองอยู่ในทีมโฆษก “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” โดยได้บอกถึงเจตนารมณ์ในการทำงานของตัวเองว่า การเมืองควรเป็นเรื่องของคนส่วนมาก เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศชาติไปด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องของคนส่วนน้อยที่กำหนดทิศทางประเทศ ต่อจากนี้ไป การเมืองต้องเปิดกว้าง ไม่ว่าการตัดสินใจอะไรใหญ่ๆ เราควรจะสอบถามประชาชนเจ้าของประเทศ และเปิดพื้นที่ให้แก่เขา เราต้องเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีบทบาท มีอำนาจมากกว่าเดิม

เขตรัฐ

“นักการเมืองรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสการเมืองแบบเก่าเขาจะมีความคิดอีกรูปแบบหนึ่ง ยังเป็นคนที่อยากจะเปลี่ยนแปลง ยังเป็นคนที่มีไฟ เข้ามากันเยอะ อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ ถ้าเกิดเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนระบบนี้จริงๆ อาจจะเป็นโอกาสของประเทศ ประชาชนอาจจะมองว่า นักการเมืองรุ่นใหม่ขาดประสบการณ์ แต่อยากให้มองเราที่เจตนารมณ์ในสิ่งที่เราอยากจะทำ อยากให้มองเราที่ตัวบุคคล และมองเราที่ความคิดของเรา อย่าเพิ่งตัดสินเรา” หนุ่มหน้าใหม่ทางการเมืองกล่าวขอโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่

สำหรับสาวนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่ชื่อและหน้าตาเป็นที่คุ้นเคย “ชยิกา วงศ์นภาจันทร์” หลานสาวอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” โดยเป็นบุตรสาวคนโตของ “นางเยาวเรศ ชินวัตร” บอกถึงจังหวะชีวิตที่เข้ามาทำงานในสังกัด “พรรคไทยรักษาชาติ” ว่า ตนทำงานเบื้องหลังมานานแล้ว มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ปี 2552 ตอนที่อยู่พรรคเพื่อไทยก็มีโอกาสทำงาน 3 ด้าน คือด้านนโยบาย ด้านประชาสัมพันธ์ออนไลน์ และด้านต่างประเทศ

ชยิกา

เมื่อมีประสบการณ์ทางการเมืองมาพอสมควร ทำให้นักการเมืองสาวคนนี้มีความมั่นใจที่จะเดินออกมาทำงานในแถวหน้าอย่างเต็มตัว โดยบอกว่า “เราได้สะสมประสบการณ์ในระยะหนึ่ง และได้เรียนรู้ ได้เห็นภาพรวม ได้เห็นภาพกว้างพอสมควร ได้สัมผัสกับชีวิตคน ได้สัมผัสกับงานหลายระดับ ทำให้เราพร้อมที่จะมาอยู่เบื้องหน้าตรงนี้ ยิ่งพอเห็นนโยบายจากห้องประชุมได้นำไปปฏิบัติจริงคือ สิ่งที่เราคิด เราช่วย ไม่ได้หมายความว่าเราเขียนเอง แต่เราได้มีส่วนช่วยทำในห้องประชุม มันมีประโยชน์ต่อชาวบ้านจริงๆ ทำให้เราประทับใจ มันตราตรึงในหัวใจมากเลยค่ะ”

ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเป็นนักการเมืองน้ำดี ชยิกา บอกว่า นักการเมืองรุ่นใหม่ ข้อแรก ต้องไม่ลืมสิ่งที่ผ่านมาในอดีต ต้องนำมาเป็นบทเรียน เพื่อที่จะก้าวต่อไปอย่างสร้างสรรค์ และต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนทุกวัย ทุกเพศ และเพศสภาพด้วย และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญคือ ต้องทำอะไรให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด และสูงสุด เพราะเราทำด้วยใจ มีความจริงใจ เท่านี้คนก็รู้สึกได้

ภาดาท์

อีกนักการเมืองสาวหน้าใหม่ที่น่าสนใจ “ภาดาท์ วรกานนท์” สวมเสื้อ “พรรคพลังประชารัฐ” อาสานำความรู้ด้านบริหารและการจัดการสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐฯ มาพัฒนาประเทศ บอกถึงความตั้งใจในการเข้าสู่เส้นทางการเมืองว่า สนใจทางการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อเคยทำงานการเมืองท้องถิ่น ด้วยความตั้งใจที่อยากช่วยพัฒนาบ้านเมือง ทำให้เข้าไปทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนที่จะออกมาทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ พอมีโอกาสครั้งนี้เลยไม่ลังเลที่จะสานฝันในความสนใจของตัวเองที่มีมาแต่เล็ก โดยตนอยากให้การเมืองโฉมใหม่ เป็นการแข่งขันกันทำงาน ด้วยการนำเสนอความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่แข่งกันใช้วาทกรรมทางการเมืองเหมือนที่ผ่านๆมา เพราะวาทกรรมทางการเมืองไม่ได้ช่วยให้ประเทศดีขึ้น หรือช่วยพัฒนาอะไรเลย

“การเมืองในวันนี้ต้องเลิกนโยบายขายฝันแล้ว เราต้องถามนักการเมืองว่า สิ่งที่คุณพูด สิ่งที่คุณสัญญา มันทำได้จริงไหม แล้วเอาเงินมาจากไหน ต้องมีกระบวนการโปร่งใส ดีใจที่วันนี้มีคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถอาสาเข้ามาทำงานทางการเมือง ต่างจากเมื่อก่อนที่มองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นโอกาสที่ดีที่ประชาชนจะให้โอกาสแก่พลังคนรุ่นใหม่มาช่วยขับเคลื่อนประเทศพัฒนาประเทศ”.


ทีมข่าวหน้าสตรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนรุ่นใหม่นักการเมืองรุ่นใหม่ทางเลือกใหม่พัฒนาประเทศทีมข่าวหน้าสตรี

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED