อาการคัดจมูก มีน้ำมูกไหล หรือหูอื้อข้างเดียว ต่อเนื่องเป็นเวลานาน มักถูกเหมาว่าเป็นเพียงอาการของโรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือไข้หวัดเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทย หลายคนเลือกซื้อยามารับประทานเองจนอาการบานปลาย ทั้งที่ความจริงแล้วสัญญาณเตือนเหล่านี้อาจเป็นข้อบ่งชี้แรกเริ่มของมะเร็งโพรงหลังจมูก (Nasopharyngeal Carcinoma) ซึ่งต้องการการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางอย่างทันท่วงที บทความนี้รวบรวมข้อสังเกตความแตกต่างของแต่ละโรคอย่างชัดเจน เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี

ทำไมมะเร็งโพรงจมูกถึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคทั่วไป

โพรงหลังจมูกเป็นพื้นที่ส่วนลึกอยู่หลังร่องจมูกเหนือเพดานอ่อน ซึ่งเชื่อมต่อกับท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ที่ทำหน้าที่ปรับดันในหูชั้นกลาง เมื่อเกิดก้อนเนื้อร้ายขึ้นในบริเวณนี้ ระยะแรกมักไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ แต่ก้อนเนื้อจะค่อยๆ ขยายตัวไปอุดกั้นช่องโพรงจมูกหรือกดทับรูเปิดท่อปรับความดันหู

ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยจึงมักมีอาการแสดงเริ่มต้นคล้ายคลึงกับโรคทางเดินหายใจส่วนบน เช่น คัดจมูก แน่นจมูก น้ำมูกไหล หรือหูอื้อ ความคล้ายคลึงนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากคิดว่าตนเองเป็นเพียงโรคภูมิแพ้กำเริบหรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง จึงมองข้ามการตรวจอย่างละเอียดและปล่อยให้โรคลุกลามไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น

ตำแหน่งโพรงหลังจมูกและท่อยูสเตเชียนเปรียบเทียบจุดเกิดโรค “ภาพประกอบข่าวจัดทำขึ้นโดย AI”
ตำแหน่งโพรงหลังจมูกและท่อยูสเตเชียนเปรียบเทียบจุดเกิดโรค “ภาพประกอบข่าวจัดทำขึ้นโดย AI”

ตารางเปรียบเทียบอาการ มะเร็งโพรงจมูก vs ภูมิแพ้ vs ไซนัสอักเสบ vs หวัดเรื้อรัง

การสังเกตลักษณะเฉพาะของแต่ละโรคเป็นวิธีเบื้องต้นที่ช่วยให้แยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ดังนี้

ลักษณะอาการมะเร็งโพรงหลังจมูกโรคภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)ไซนัสอักเสบ (Sinusitis)ไข้หวัดเรื้อรัง (Chronic Cold)
ตำแหน่งคัดจมูกมักเป็นข้างเดียวเรื้อรัง และหนักขึ้นเรื่อยๆเป็นทั้งสองข้าง สลับข้างตามสภาพอากาศเป็นทั้งสองข้าง หรือข้างเดียวตามโพรงที่อักเสบเป็นทั้งสองข้าง อาการค่อยๆ ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์
ลักษณะน้ำมูก/เสมหะมีน้ำมูกหรือเสมหะปนเลือดบ่อยครั้งน้ำมูกใส ใสเป็นน้ำ ไม่มีกลิ่นน้ำมูกข้น ข้นสีเหลืองหรือเขียว มีกลิ่นเหม็นน้ำมูกใส แล้วเปลี่ยนเป็นข้นเล็กน้อย
อาการทางหูหูอื้อข้างเดียวเรื้อรัง รู้สึกเหมือนมีน้ำในหูหูอื้อสองข้างชั่วคราวขณะแน่นจมูกหูอื้อเล็กน้อยเวลามีอักเสบรุนแรงหูอื้อชั่วคราวขณะมีไข้หรือคัดจมูก
ก้อนบริเวณคอคลำพบก้อนที่ลำคอโตขึ้น กดไม่เจ็บไม่มีก้อนที่คออาจพบต่อมน้ำเหลืองโตเล็กน้อยเวลากระทบกระเทือนไม่มีก้อนที่คอ
อาการร่วมอื่นๆตาพร่า เห็นภาพซ้อน ใบหน้าชา ปวดหัวข้างเดียวจามติดต่อกัน คันตา คันจมูกปวดโหนกแก้ม ปวดระหว่างคิ้ว ลมหายใจมีกลิ่นมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เจ็บคอ

การเช็กอาการก้อนเนื้อโตที่คอและสัญญาณเตือนมะเร็งโพรงหลังจมูก “ภาพประกอบข่าวจัดทำขึ้นโดย AI”
การเช็กอาการก้อนเนื้อโตที่คอและสัญญาณเตือนมะเร็งโพรงหลังจมูก “ภาพประกอบข่าวจัดทำขึ้นโดย AI”


5 สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่บอกว่าอาจไม่ใช่แค่โรคทั่วไป

หากมีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมกับสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งโพรงหลังจมูก

  • คัดจมูกข้างเดียวเรื้อรัง อาการแน่นจมูกที่เป็นเพียงข้างเดียวและไม่เคยหายไป แม้จะใช้ยาลดน้ำมูกหรือยาพ่นจมูกแล้วก็ไม่ดีขึ้น
  • น้ำมูกหรือเสมหะปนเลือด โดยเฉพาะการขากเสมหะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน แล้วพบสั่งน้ำมูกมีปนเลือดสด หรือเลือดกำเดาไหลออกข้างเดียวบ่อยๆ
  • หูอื้อข้างเดียวพร้อมมีเสียงในหู เกิดจากการที่ก้อนมะเร็งโตไปกดทับท่อต่อระหว่างโพรงหลังจมูกกับหูชั้นกลาง ทำให้น้ำขังในหูชั้นกลาง อาการนี้มักไม่หายหลังการสั่งน้ำมูก
  • คลำพบก้อนที่ลำคอ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างลำคอหรือใต้ใบหูโตขึ้น โดยก้อนจะมีลักษณะแข็ง กดไม่เจ็บ และขนาดค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น
  • อาการทางระบบประสาท เมื่อก้อนเนื้อลุกลามไปกดทับเส้นประสาทสมอง จะส่งผลให้เกิดอาการใบหน้าชาครึ่งซีก เห็นภาพซ้อน หนังตาตก หรือปวดศีรษะเรื้อรังข้างเดียวอย่างรุนแรง

เมื่อไหร่ที่ควรรีบพบแพทย์

โดยทั่วไป อาการของโรคไข้หวัดควรจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน ส่วนโรคภูมิแพ้และไซนัสอักเสบเมื่อได้รับการรักษาสภาพอาการจะตอบสนองต่อยา แต่หากพบว่าตนเองมีอาการคัดจมูก หูอื้อ หรือน้ำมูกปนเลือดข้างเดียวนานเกิน 2-3 สัปดาห์ ไม่ควรรอให้เกิดก้อนที่คอหรืออาการตาพร่ามัว

การพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อทำการส่องกล้องตรวจโพรงหลังจมูก เป็นขั้นตอนที่ไม่เจ็บ ใช้เวลาสั้น และสามารถเห็นความผิดปกติของเนื้อเยื่อได้อย่างชัดเจน หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม อัตราการรักษาหายขาดด้วยวิธีรังสีรักษา ร่วมกับเคมีบำบัดจะมีสูงมาก

แม้ว่าอาการคัดจมูกและหูอื้อส่วนใหญ่จะมาจากโรคภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ แต่การสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพียงข้างเดียวถือเป็นหัวใจสำคัญในการแยกโรค หากพบอาการเรื้อรังเกินกว่าปกติร่วมกับสัญญาณเตือนข้างต้น การเข้ารับการตรวจส่องกล้องจากแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและเริ่มต้นการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่โรคจะลุกลามเข้าสู่ระยะรุนแรง 

แหล่งอ้างอิง

  1. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข - https://www.nci.go.th

  2. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (บทความความรู้โรคระบบโสต ศอ นาสิก) - https://www.si.mahidol.ac.th

  3. สมาคมโสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย - https://www.rcot.org