หลังจากที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ อาจทำให้คุณรู้จักคำว่า 'ศัลยกรรม' ในมุมมองใหม่ไปเลยก็ได้
"การทำศัลยกรรมไม่ต้องทำเยอะ ทำแค่เล็กน้อย
ก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้เราปรับตัวและทำสิ่งที่ดีได้"
สัมผัสความคิดของ นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมด คุณหมอผู้ดูแลคนไข้มากกว่าหมื่นราย ฝากทัศนคติการศัลยกรรม 'ทำน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย' ร่วมวิเคราะห์อนาคตที่มี Metaverse โลกดิจิทัลเสมือนจริง จะทำให้การศัลยกรรมแก้ไขหมดความสำคัญลง เพราะคนไม่เจอหน้ากันแล้ว?
Thairath Talk : ได้ข่าวว่ามีคนเข้ามาทำศัลยกรรมกับคุณหมอจำนวนมากเลย คุณหมอเคยนับไหมว่า กี่คน?
หมอไม่เคยนับเป็นตัวเลขที่แน่นอน เพราะหมอให้ความสำคัญกับคุณภาพการผ่าตัดมากกว่า จะผ่าตัดอย่างไรให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ เลยไม่ได้นับเป็นจำนวนแน่นอน แต่ถ้าประมาณคร่าวๆ ก็น่าจะเป็นหลักหมื่นได้ครับ
Thairath Talk : ปัจจุบันผู้ชายหรือผู้หญิง เพศไหนทำศัลยกรรมมากกว่ากัน
ปัจจุบันใกล้เคียงกันเลย แต่ในอดีตผู้หญิงจะมากกว่า ตอนนี้ใกล้เคียงกันมาก เพราะเทรนด์การศัลยกรรมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องค่านิยม เมื่อก่อนทำศัลยกรรมต้องปกปิดไม่ให้ใครรู้ เพราะคนมองว่าคนทำศัลยกรรม คือ คนที่มีความบกพร่อง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป มุมมองของคนทำศัลยกรรมคือคนที่ดูแลสุขภาพ ได้เสริมสร้างความมั่นใจมากขึ้น
Metaverse พลิกโลกศัลยกรรม?
Thairath Talk : อีก 3-5 ปี รูปแบบการศัลยกรรมตกแต่งจะเปลี่ยนไปไหม ในเมื่อคนเริ่มเจอกันน้อยลง ใส่แมสก์เวลาออกจากบ้าน หรือแม้แต่ชีวิตที่มี Metaverse มนุษย์เริ่มมีปฏิสัมพันธ์ทางออนไลน์มากกว่าตัวจริงแล้ว
หมอมองว่าการศัลยกรรมตกแต่งหรือศัลยกรรมความงามอย่างไรก็ในอนาคตจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าเราจะเจอกันหรือไม่เจอกัน หมอมีเคสคนไข้ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังครับ คนไข้คนนี้เป็นโรค Ptosis หรือโรคหนังตาตกข้างหนึ่ง เลยทำให้เขาไม่มั่นใจมาก พยายามไปสมัครงานหลายที่ก็ไม่ได้รับเลือกเลย เนื่องจากเวลาไปสัมภาษณ์งานก็ไม่กล้าสบตากรรมการ กลัวคนจะรู้
แต่พอมาศัลยกรรมตกแต่งเพื่อแก้ไขให้ตามีขนาดใกล้เคียงกันมากขึ้น หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกตัวเองมั่นใจมากขึ้น และได้รับงานในที่สุด เพราะฉะนั้นการทำศัลยกรรม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นมองเราอย่างไร มันขึ้นอยู่กับว่าเรามองตัวเองอย่างไร บางครั้งการทำศัลยกรรมเพียงเล็กน้อย แต่มันอาจทำให้เรามองตัวเองดีขึ้น ก็ถือว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากเลย การศัลยกรรมตกแต่งมันยังมีอีกหลายมุมมอง บางคนทำเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องให้มันดีขึ้น บางคนก็เสริมสร้างให้มั่นใจเพื่อบุคลิกภาพที่ดีขึ้น
ผมมีตัวอย่างคนไข้อีกคนที่น่าสนใจมาก เขามาปรึกษาหมอว่าอยากดูดไขมัน แต่อยากดูดแค่จุดเดียว ทั้งที่เขาน้ำหนักเป็นร้อยกิโลกรัมเลยนะครับ ปกติเคสแบบนี้ หมอจะแนะนำให้ลดน้ำหนักก่อน และถ้าจะดูดไขมันจะดูดทั่วตัวเลย แต่เขายืนยันว่าจะดูดไขมันที่เอวแค่จุดเดียว
ปรากฏว่าเมื่อดูดไขมันที่เอวไป พอเขาส่องกระจกเห็นเอวที่คอด น้ำหนักมันหายไป มันเลยเป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากจะลดน้ำหนักเอง สุดท้ายเขาสามารถลดน้ำหนักได้เอง 20 กิโลกรัม เพราะฉะนั้นการทำศัลยกรรมไม่ต้องทำเยอะครับ บางทีทำแค่เล็กน้อยก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราปรับตัวและทำสิ่งที่ดีๆ ในอนาคตได้
Thairath Talk : คนไทยนิยมทำศัลยกรรมส่วนไหนมากที่สุดครับ
ปัจจุบันมี 3 ส่วนหลักๆ ที่คนไทยและทั่วโลกนิยม คือ รอบดวงตา จมูก และการเสริมหน้าอก
- การศัลยกรรมรอบดวงตา เช่น แก้ไขหนังตาตก ถุงใต้ตาหย่อน และแก้ไขหางตาตก หรือในปัจจุบันนิยมเรียกว่า Foxy Eyes
- การศัลยกรรมจมูก คนไทยและคนเอเชียมักมีสันจมูกค่อนข้างเตี้ย ปีกจมูกกว้าง การผ่าตัดจึงเน้นเสริมจมูก เย็บปีกหรือว่าตัดปีกจมูก
- การเสริมหน้าอก เพราะคนเอเชียมีเนื้อหน้าอกค่อนข้างน้อย และตามหลักการแพทย์ที่วิจัยออกมา พบว่าการศัลยกรรมเสริมหน้าอก สามารถทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจมากขึ้น
ทำน้อย ยิ่งปลอดภัย
Thairath Talk : ถ้ามีคนเดินเข้ามา ขอทำทั้งตัว หัวจรดเท้าแบบในภาพยนตร์ เราสามารถทำให้ได้ไหมครับ
จริงๆ แล้ว การศัลยกรรมตกแต่งสามารถทำได้ทั้งตัว แต่ว่าตามหลักการแพทย์หมอจะไม่แนะนำอย่างนั้น มีคนไข้หลายคนเลยที่มาปรึกษาหมอ อยากทำศัลยกรรมทั่วตัว แค่ใบหน้าอย่างเดียวอยากทำเป็น 10 อย่างเลย แต่พอหมอมาวิเคราะห์ดูจาก 10 อย่าง หมอแนะนำแค่ 2-3 อย่างเท่านั้น เพราะการทำศัลยกรรมยิ่งทำน้อยยิ่งปลอดภัย และยิ่งทำน้อยแก้ไขตรงปัญหายิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีมากกว่า
ดังนั้นเวลาดูโฆษณาอาจจะเห็นว่าเขาทำกันทั่วตัวเลย แต่ในความเป็นจริง เวลาคนไข้มาปรึกษาหมอแล้ว จะแนะนำว่า ยิ่งทำน้อยยิ่งปลอดภัย และมีผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
Thairath Talk : บางคนเลือกไม่พึ่งมีดหมอ เน้นการฉีดฟิลเลอร์ หรือฉีดโบท็อกซ์ สารพวกนี้อันตรายไหม มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกับการศัลยกรรมด้วยการผ่าตัดอย่างไร
ถ้าเป็นสารที่ได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ไม่มีอันตรายครับ โดยทั่วไปเราจะแบ่งการศัลยกรรมความงามเป็น 2 ประเภทครับ
1. Non-surgical procedure การไม่ผ่าตัด เช่น การฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ร้อยไหม การทำเลเซอร์ อัลเทอร่าต่างๆ ข้อดีคือสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นน้อย ส่วนข้อเสียจะแก้ปัญหาที่เป็นค่อนข้างมากไม่ได้ และไม่ได้ผลลัพธ์ถาวร
2. Surgical procedure การผ่าตัด ผลลัพธ์จะยาวนานกว่า ข้อเสียคือจะมีแผลผ่าตัด ต้องดูแลและพักฟื้นนานกว่า ดังนั้นเราต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
เช็กลิสต์เสพติดศัลยกรรม
Thairath Talk : คำกล่าวว่า พอได้ลองทำศัลยกรรมหนึ่งครั้ง มันจะต้องมีครั้งต่อๆ ไป คุณหมอมีความคิดเห็นกับคำกล่าวนี้อย่างไร
หมอมองว่าการทำศัลยกรรมหลายครั้งไม่ใช่เรื่องเสียหายครับ ประเด็นสำคัญคือต้องปลอดภัยและได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ และอย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อน ใช้เงินที่สะสมมาเพื่อการทำศัลยกรรมอย่างเดียว อันนี้หมอว่ามันเดือดร้อนครับ อยากให้มองเรื่องศัลยกรรมเป็นเรื่องธรรมดาในปัจจุบัน
บางคนหมกมุ่นเรื่องศัลยกรรมมาก คิดแต่จะศัลยกรรมตลอดเวลา คิดว่าใบหน้าตัวเองไม่ดี หมกมุ่นจนกระทั่งการงานเสีย อันนี้ไม่ถูกต้อง ถือว่าเป็นการเสพติดศัลยกรรมแล้ว แต่ถ้าคิดใหม่ว่า ปีหนึ่งมาทำศัลยกรรมแก้ไขอย่างหนึ่งเพื่อให้รู้สึกมั่นใจขึ้นอันนี้หมอมองว่าโอเคไม่ได้เสียหายอะไร
Thairath Talk : ถ้าคนเราตัดสินใจอยากทำศัลยกรรม คุณหมอมีคำแนะนำเริ่มต้นอย่างไรครับ
สารตั้งต้นคือข้อมูลครับ และอยากให้หาข้อมูลตรง บางคนไปอ่านรีวิวเรื่องความสวยงามอย่างเดียว อันนั้นไม่ได้เรียกข้อมูลตรง ข้อมูลตรงคือข้อมูลตามหลักการแพทย์มันจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ต้องศึกษาว่าแต่ละวิธีมีข้อเสียอย่างไร การหาข้อมูลตรงก็คือการไปปรึกษาแพทย์โดยตรงเลย อยากรู้ว่าคลินิกโรงพยาบาลเป็นอย่างไรก็สามารถเข้ามาดูสถานที่จริงได้เลย ต้องรู้จักเลือกแพทย์และเข้าไปปรึกษาแพทย์ ศึกษาว่าแต่ละที่มีวัสดุอุปกรณ์และเทคนิคการผ่าตัดเป็นอย่างไร ผมแนะนำให้ดูตามข้อมูลตามหลักการแพทย์จะมีประโยชน์กว่าครับ
ขอบคุณข้อมูล ศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด
www.bangmodaesthetic.com
โทร 02-867-0606 ext. 1200