ไลฟ์สไตล์
100 year

โควิดแม้จะมืดมน แต่ก็ยังมีด้านสว่าง

หมอดื้อ
6 มิ.ย. 2564 05:09 น.
SHARE

เชื่อว่านาทีนี้คนไทย และน่าจะเกือบทุกคนในโลกนี้ รู้จักโควิดกันหมดและโดยที่ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดที่อู่ฮั่นประเทศจีนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 เลยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันปี 2021 ความรุนแรงดูเหมือนยังหนักหนาสาหัสอยู่เหมือนเดิมโดยเฉพาะประเทศในเขตเอเชียอาคเนย์

โดยที่รายงานประจำสัปดาห์ขององค์การอนามัยโลก โควิด-19 จนถึงวันที่ 25 เมษายน 2021 ตัวเลขในรอบเจ็ดวันที่ผ่านมาเป็นจำนวน 2,269,114 ราย สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกและแปซิฟิกตะวันตก และจำนวนของผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 49%

โดยตัวเลขสะสมในภูมิภาคนี้สูงถึง 19,965,648 ราย เสียชีวิตในรอบเจ็ดวันที่ผ่านมา 17,126 ราย นั่นคือเพิ่มขึ้น 81% และมียอดเสียชีวิตสะสม 254,958 ราย

สิ่งที่คนไทยและทั่วโลกประสบนั่นคือความหายนะของชีวิต ของเศรษฐกิจ สิ้นเนื้อประดาตัว ความหดหู่ซึมเศร้า จนกระทั่งถึงจบชีวิตตนเอง

แต่สิ่งที่คนไทยมีและอาจจะประเสริฐมากกว่าคนในประเทศอื่นๆ ก็คือน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และในที่สุดก็จะผ่านพ้นไปด้วยกันเมื่อถึงจุดต่ำสุดต้องค่อยๆผันตัวขึ้นมา

ด้านสว่างของโควิด นั่นก็คือทำให้คนไทยตระหนักถึงสิ่งสำคัญที่ทำให้แต่ละคนรอดชีวิตไปได้อย่างปลอดภัยและตอกย้ำถึงวิชาสุขศึกษาที่สมัยก่อน ตอนหมอเด็กๆ เป็นนักเรียนประถม ถูกสั่งสอนกันมาตลอด และแท้จริงแล้วสามารถป้องกันโรคได้ทุกระบบ จากกระบวนการวิธีการแพร่ของโรคเข้าสู่ช่องทางต่างๆของร่างกาย ตั้งแต่การกินเข้าทางเยื่อบุตา ปาก จมูก

การแพร่เชื้อโรคจากการไอจาม พ่นฝอยละอองออกไปจากตัวสู่ผู้อื่น การเอามือสกปรกที่จับพื้นผิวต่างๆมาเข้าหน้าเข้าตาและเป็นช่องทางที่นำเชื้อโรคเข้าตัวการระวัง ป้องกันตัวจากยุงเห็บไรริ้นแมลง กัดต่อย การทำความสะอาดแผลที่ปนเปื้อนด้วยขี้ดิน ขี้ทรายหรือที่ถูกสัตว์กัด อาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกหรือปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นอุดมด้วยเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ

เหล่านี้เป็นที่มาของการกินร้อน ช้อนกลางหรือช้อนตัวเอง ปิดปาก ปิดจมูกเวลาไอ จาม ไม่ถ่มน้ำลาย เสมหะลงพื้นสาธารณะ ไม่กินอาหารดิบ สัตว์เลี้ยงดูแลคุมกำเนิดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรค เจ็บป่วยแยกตัว

สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้ป้องกันโรคทางระบบทางเดินหายใจอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมถึงโรคทางระบบทางเดินอาหารรวมกระทั่งถึงโรคตับมะเร็งเช่นที่เกิดจากพยาธิใบไม้ โรคเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบจากแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารดิบ เป็นต้น

เพียงระมัดระวังตัวเท่านี้จะสามารถประหยัดเงินค่ารักษาพยาบาลและงบประมาณของประเทศไปได้เป็นแสนล้าน ทั้งนี้จะอ้างไม่ได้ว่าทำไม่ได้ เช่น คนไทยต้องกินแซ่บ กินดิบๆ ตามวัฒนธรรมไทย

เมื่อโควิดปรากฏตัวขึ้น นอกจากการกลับเข้ามามีวินัยอย่างสูงสุด สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ใครที่มีโรคประจำตัวจะมีความเสี่ยงต่อการติดโรคสูงขึ้น รักษายากขึ้น ตายง่ายขึ้น และแม้ว่ารอดชีวิตไปก็มีอวัยวะเสียหายติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่ว่าสมอง ปอด หัวใจ ไต เป็นต้น

ในการระบาดนี้ สถานพยาบาลและโรงพยาบาลทุกแห่งประสบกับวิกฤติ ไม่สามารถให้การรักษาเหมือนที่เคยทำมาตามปกติได้ ต้องมีคำแนะนำคนป่วยที่ไม่ใช่โควิด ให้เอายาไปทีละหกเดือนถึงเก้าเดือน โดยถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าโรงพยาบาลเพราะนอกจากจะติดเชื้อจากโรงพยาบาลก็ยังอาจจะนำเชื้อโควิดจากนอกโรงพยาบาลมาแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ก็จะแพร่ไปให้คนป่วยอื่นๆที่ต้องดูแลรักษาพร้อมกันหลายราย จนกระทั่งต้องมีการปิดหอผู้ป่วยไปเป็นระนาวและเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ และถูกกักตัวเป็น 100 คน

นั่นก็คือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยทุกคนหันมาสำรวจตัวเองและต้องทำทุกวิถีทางที่จะต้องควบคุมโรคประจำตัวที่มีอยู่ให้ได้ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือไม่ถึงกับต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งคงไม่สะดวกนัก และแน่นอนทั้งคนป่วยและคนรักษาต่างก็กลัวซึ่งกันและกัน และต้องมีการตรวจว่ามีเชื้อหรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏอยู่เนืองๆว่าตรวจแล้วว่าไม่มีแต่เมื่อเข้าโรงพยาบาลไป เพราะโรคอื่น เช่นโรคหัวใจหรือโรคไตแต่ไม่ช้าไม่นานตัวโควิดปรากฏ หอผู้ป่วยแตกไปตามกัน

ภาวะสุ่มเสี่ยงประจำตัวที่แท้จริงแล้วควบคุมได้และตนเองจะแข็งแรงขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น ความอ้วน ซึ่งอาจจะไม่ต้องเข้าสูตรคำนวณดัชนีมวลกายให้ยุ่งยาก ดูพุงตัวเองเป็นสำคัญ สูบบุหรี่เลิกทันทีประหยัดเงินได้มากหลายแถมถ้าเคราะห์ร้ายติดโควิดยังมีโอกาสรอดและรักษาง่ายขึ้น อาหารการกินไม่ต้องหรูหราฟุ่มเฟือย ผักผลไม้ กากใย เมล็ดธัญพืช ล้างสะอาดช่วยเกษตรกรชาวสวนได้อีกแรงหนึ่ง

ลดเนื้อสัตว์ลงโดยปริยาย ยิ่งจะทำให้โรคเส้นเลือดต่างๆที่ผุพังตีบในสมอง ในหัวใจ ในไต ได้มีโอกาสหายใจหายคอได้บ้าง และไม่ถึงกับต้องเพิ่มยาหลายชนิดหลายขนาน

ในส่วนของหมอ เราทราบกันดีแล้วตั้งแต่ก่อนโควิดว่าจำนวนหมอที่ยังมีชีวิตอยู่ในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีอยู่อย่างน้อย 50,000 กว่าคน จะมีกลุ่มที่ผันตัวไปเป็นผู้บริหารที่ตรวจคนไข้ไม่เป็นและไม่มีการติดตามวิชาการ ซึ่งตัดทิ้งได้ และกลุ่มที่ทนความทรมานการงานไม่ไหว ให้สามีหรือภรรยาเลี้ยง ซึ่งตัดทิ้งได้หรือหนีไปทำธุรกิจอื่น และจะมีอีกสองกลุ่มที่ไม่ได้ผันตัวไปเป็นผู้บริหาร นักธุรกิจ เป็นจำนวนที่ใช้งานได้ โดยมีความรู้และมีประสบการณ์สูงสุด มีฝีมือ โดยมีอายุตั้งแต่ 35 จนถึง 60 ปี

และกลุ่มที่เกษียณแล้วแต่ทำงานดูแลคนไข้มาตลอดและยังติดตามวิชาการอยู่สม่ำเสมอ

หมอที่จบใหม่และหมอที่ไม่มีประสบการณ์ที่กลายเป็นหมอด่านหน้าที่รับศึกหนักที่สุด โดยไม่มีที่ปรึกษา และกลุ่มที่เก่งกาจแต่งอมจากงานที่ทับถมทุกวัน

ดังนั้น ในวิกฤตินี้ หมอที่ใช้งานได้เกษียณแล้วจะสามารถเป็นที่ปรึกษาได้ในระบบเทเลเมดิซีนใช้ความรู้และประสบการณ์ให้คำแนะนำแก่น้องๆ โดยที่สามารถมีวิดีโอแสดงผู้ป่วยลักษณะอาการและรายละเอียดที่ตรวจขั้นพื้นฐานได้ ระบบให้คำปรึกษาทางไกลเหล่านี้มีอยู่แล้วแต่ไม่ถึงกับเฟื่องฟู

ดังนั้นถือเป็นโอกาสที่จะนำมาใช้รวมกระทั่งถึงนำมาใช้กับคนป่วยที่นัดครั้งละหกถึงเก้าเดือนแต่ถ้ายังคงมีปัญหาที่ต้องปรึกษาก็สามารถใช้ระบบเช่นนี้ได้

เหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยที่สามารถปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศไทยได้หลังจากวิกฤติโควิด ได้แก่ การดูแลตนเอง ป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรค และไม่ให้โรคประจำตัวที่มีอยู่แล้วเลวลง รวมกระทั่งถึงกระบวนการวิธีปฏิบัติเพื่อไม่ให้โรงพยาบาลล้นหลาม มีผู้ป่วยรอตรวจเช่นตลาดนัด และหมอมีเวลาพูดคุย 3 ถึง 5 นาทีต่อคน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจกับตัวโรค ตัวยาที่ใช้

และในที่สุดนำไปถึงการต้องตั้งศูนย์ล้างไต ศูนย์สมอง ศูนย์หัวใจ ต่างๆนานา โดยเป็นการรักษาปลายเหตุซึ่งจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้กลับคืนดีในสภาพเดิมได้

เป้าหมายโรงพยาบาลร้าง ไอซียูต้องมีโปรโมชันลดแลกแจกแถมเมื่อนั้นประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจ เพียงแค่คนในประเทศแข็งแรงเท่านี้ก็ร่ำรวยแล้ว.

หมอดื้อ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19องค์การอนามัยโลกสุขศึกษาโรคทางเดินหายใจโรคทางเดินอาหารค่ารักษาพยาบาลโรคประจำตัวโรคอ้วนสุขภาพหรรษาหมอดื้อ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 21:13 น.