ไลฟ์สไตล์
100 year

ไมเกรน...รักษาได้โดยไม่ต้องกินยา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
18 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE


พอล่วงเข้าวัยเลข 5 เวลาที่ไปพบปะเจอะเจอเพื่อนฝูง และพูดคุยถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ มี 2 โรค ที่เป็นโรคยอดฮิตในเวลานี้ หนึ่งคือ...อาการบ้านหมุน ส่วนอีกโรคคือ อาการปวดหัวไมเกรน

เรียกว่า ถ้ามีคนเดินมา 10 คน 3 ใน 10 มักมีอาการของ 2 โรคนี้

สำหรับวันนี้ Aging Well ขอนำเสนอข้อมูลเรื่อง “ไมเกรน” ให้เป็นความรู้ของคุณผู้อ่านกันครับ...

อาการปวดหัวไมเกรนจะต่างจากอาการปวดหัวทั่วไป ตรงที่อาการปวดจะเป็นความรู้สึกปวดหัวข้างเดียว ปวดตุ้บๆ บางครั้งปวดมากจนไม่เป็นอันทำอะไร อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

ไมเกรน...เกิดจากอะไร

“ไมเกรน” อาการที่มาจากพันธุกรรม และมาจากสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ โดยผู้ป่วยไมเกรนจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เป็นตัวกระตุ้น ทำให้การรับรู้สึกถึงระบบประสาทเกิดความเปลี่ยนแปลงไวกว่าคนปกติ

ซึ่งตัวกระตุ้นที่ว่านั้นก็คือ พฤติกรรมบางอย่างของคุณเองนั่นละครับ...!

มาดูกันครับว่า...พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่เป็นตัวกระตุ้น อาการปวดหัวตุ้บๆ ของไมเกรนบ้าง...

ซึ่งถ้าคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้เป็นประจำ คุณอาจเข้าข่ายว่าจะเป็น “โรคไมเกรน” ได้...

อย่างแรกเลย...การนอนครับ การนอนหลับไม่เพียงพอ และพฤติกรรมการนอนน้อย เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดไมเกรน

มีคำถามว่า คนเราควรนอนหลับกี่ชั่วโมงในแต่ละวัน คำตอบคือ คนเราควรนอนให้ได้วันละ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน และพยายามนอนให้ได้เวลาเดิมทุกคืนครับ...อาจดูเหมือนมากนะครับ แต่ถ้าอยากจะอายุยืนยาวและคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้นานๆ การนอนให้พอเป็นเรื่องจำเป็นมากครับ

อย่างที่สอง...ความเครียด ไม่ใช่แค่ไมเกรนนะครับ...แต่ความเครียดเป็นบ่อเกิดของโรคหลายโรค รวมทั้งมะเร็ง...ด้วย

ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดโรคไมเกรน และอาการของโรคจะแย่ลงมากขึ้น หากคุณทั้งเครียดและเป็นไมเกรนในเวลาเดียวกัน

อย่างที่สาม...เรื่องการกินครับ การกินข้าวไม่ตรงเวลา หรือกินข้าวไม่ครบมื้อ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรน...โดยเฉพาะถ้าคุณบริโภคอาหารไม่ครบมื้อ คุณอาจกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นไมเกรนระยะแรกได้ง่าย เพราะการที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป จะส่งผลให้รู้สึกปวดศีรษะได้

นอกจากนี้ครับ...การกินอาหารบางประเภทมากเกินไป เช่น ผงชูรสในอาหารจานด่วน ราเม็งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป เช่น เบคอน ไส้กรอก และอาหารหมักดอง...ล้วนแล้วแต่กระตุ้นให้เป็นไมเกรนได้ทั้งสิ้น

อีกอย่างคือ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป ถ้าคุณดื่มกาแฟมากเกินไป เป็นไปได้ว่าอาจทำให้อาการไมเกรนแย่ลง เช่นเดียวกับการเลิกดื่มกลางคัน หรือหักดิบ ก็อาจส่งผลให้คุณรู้สึกปวดหัวไมเกรนขึ้นมาได้ ทางที่ดีควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานในแต่ละวัน ให้มีปริมาณที่พอเหมาะจะดีที่สุดครับ

อย่างที่สี่...การอยู่ในที่ที่มีแสงจ้ามากเกินไป เหตุผลสำคัญของเรื่องนี้คือ การที่สายตาโดนแสงแดด หรือหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ในทันที หรืออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างมากเกินไป มีผลต่อสัญญาณของระบบประสาท ที่อาจกระตุ้นให้อาการไมเกรนของคุณกำเริบได้ครับ

สุดท้าย...อาการแพ้ โดยเฉพาะแพ้กลิ่น มีงานวิจัยทางการแพทย์ครับ ว่า ผู้ที่มีจมูกไวต่อกลิ่นมักมีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนมากกว่าคนที่มีความไวน้อยกว่า โดยกลิ่นที่มักเป็นสาเหตุของโรคนี้ เช่น น้ำหอม ดอกไม้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ควันบุหรี่ ฝุ่น

รู้แบบนี้แล้ว ถ้าไม่อยากเป็นไมเกรน ก็ต้องหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้นะครับ เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ดูความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้กันต่อไปนะครับ....

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไมเกรนAGING WELLอาการบ้านหมุนปวดหัวไมเกรนความเครียดการนอนอาการไมเกรนสุขภาพกาย/ใจ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 18:46 น.