“ริดสีดวงทวาร” เป็นเนื้อเยื่อกันกระแทกที่อยู่ระหว่างไส้ตรงกับทวารหนัก ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มของหลอดเลือด ในภาวะปกติเนื้อเยื่อนี้มีประโยชน์ช่วยปกป้องและรับแรงกระแทกบริเวณไส้ตรง เนื้อเยื่อนี้จะสร้างปัญหาเมื่อมีการบวมอักเสบหรือเลือดออก หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ เป็นหลอดเลือดขอดที่เกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก ซึ่งมีหน้าที่นำเลือดดำไหลกลับหัวใจ สาเหตุใดก็ตามที่ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก เช่น การนั่งห้องน้ำนานๆ การนั่งรถระยะทางไกล การนั่งทำงานทั้งวัน ท้องผูก อ้วน สูบบุหรี่ การตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่ต้องเบ่งปัสสาวะนานๆ จะทำให้หลอดเลือดโป่งพองและเกิดปัญหาจากริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อยในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากเนื้อเยื่อและหลอดเลือดมีความอ่อนแอมากขึ้น มีการประมาณว่าร้อยละ 40-50 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีมีปัญหาเกี่ยวกับริดสีดวงทวาร บางรายพบริดสีดวงทวารมากกว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่ส่องกล้องเข้าไปตรวจทางทวารหนัก นอกเหนือจากพบว่ามีหลอดเลือดโป่งพองแล้วความสำคัญของโรคคือต้องก่อให้เกิดปัญหาหรือมีอาการ เช่น เลือดออก มีก้อนเข้าๆ ออกๆ คันหรือแฉะบริเวณก้น เป็นต้น

สาเหตุ

สาเหตุที่กระตุ้นให้เป็นโรคริดสีดวงทวาร คือ การรับประทานและการขับถ่าย โรคนี้พบได้บ่อยในคนที่ท้องผูก ซึ่งความหมายของคำว่าท้องผูกนั้น อาจจะมีความหมายไม่ตรงกันระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ นิสัยการขับถ่ายของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะถ่ายอุจจาระวันละ 2-4 ครั้ง บางคนอาจจะถ่าย 3-5 วัน/ครั้ง ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวันจะมีความผิดปกติที่เรียกว่าท้องผูก โดยทั่วไปท้องผูกหมายถึง การถ่ายอุจจาระลำบาก จนทำให้มีโอกาสเกิดหลอดเลือดบริเวณทวารหนักโป่งพอง หรือเนื้อเยื่อกันกระแทกยื่นออกมามากกว่าปกติ ในกรณีที่มีความผิดปกติอยู่แล้วก็ยิ่งจะกำเริบมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก ได้แก่

...

ผู้ที่มีอาการท้องเดินหรือกินยาระบาย โดยเฉพาะที่ออกฤทธิ์แรง จะทำให้มีอาการปวดเบ่ง ต้องเบ่งอุจจาระบ่อยและแรง การนั่งส้วมแบบยองๆ ทำให้ลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นแนวตรงกว่าการนั่งส้วมแบบชักโครกอาจจะทำให้อุจจาระไหลผ่านออกมาง่ายขึ้น ไม่ต้องใช้แรงเบ่งมาก

การนั่งอ่านหนังสือขณะนั่งถ่ายอุจจาระทำให้ใช้เวลานั่งส้วมนาน ก่อให้เกิดการเบ่งอุจจาระนานมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จะทำให้เกิดหลอดเลือดขอดที่ทวารหนักเร็วขึ้น หรือมีการยื่นของเนื้อเยื่อกันกระแทกออกมากขึ้น การที่พยายามจะถ่ายอุจจาระออกมาให้หมดเกลี้ยง ทั้งๆ ที่อุจจาระส่วนใหญ่ร้อยละ 80-90 จะต้องใช้แรงแบ่งและระยะเวลาการเบ่งมากกว่าปกติ กระตุ้นให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้

การรับประทานอาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์ หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูปที่มีกากน้อย โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นซึ่งละเลยอาหารที่มีกาก เช่น ผัก ผลไม้ จะทำให้อุจจาระแข็ง มีจำนวนน้อย เกิดท้องผูกและขับถ่ายลำบาก ต้องใช้แรงเบ่งมาก ทำให้ริดสีดวงทวารกำเริบ ดังนั้นควรจะรับประทานอาหารที่มีกากใยมากกว่า 20 กรัมต่อวัน เพื่อที่จะได้มีอุจจาระสะสมมากพอไปดันให้ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่และไส้ตรงโป่งพองขึ้น กระตุ้นให้เกิดการบีบตัว และถ่ายอุจจาระออกไปอย่างสะดวก ควรจะงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากทำให้เลือดคั่งบริเวณตับ และมีการขยายตัวของหลอดเลือด อาจจะทำให้อาการของริดสีดวงกำเริบขึ้น

ผู้ที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันมักจะเป็นริดสีดวงทวารคล้ายๆ กัน โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ จึงไม่ควรกลัวการนั่งเก้าอี้เดียวกับผู้ที่เป็นริดสีดวงทวารเคยนั่ง ไม่มีเชื้อโรคอะไรที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดริดสีดวงทวาร แต่อาจจะมีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมที่ทำให้ผนังหลอดเลือดหรือเนื้อเยื่อกันกระแทกบริเวณทวารหนักผิดปกติ มีโอกาสเกิดโรคได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าในครอบครัวนั้นจะเป็นโรคนี้ทุกคน

สตรีตั้งครรภ์จะมีมดลูกที่โตขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2+3 ศีรษะหรือส่วนของทารกอาจจะกดหลอดเลือดดำ ทำให้เลือดไหลกลับลำบาก ขณะตั้งครรภ์อวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานจะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากและค่อนข้างจะหย่อนยานจากผลของฮอร์โมน จึงทำให้เกิดริดสีดวงทวารขึ้นได้ในเวลาตั้งครรภ์ บางคนเป็นมากและรุนแรง

การที่ต้องนั่งนานๆ ทุกวัน มีโอกาสเกิดโรคริดสีดวงทวารง่าย ผู้ที่ต้องนั่งประชุมนานทุกวัน ขับรถทางไกลบ่อยๆ หรือนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน ควรจะลุกขึ้นมาเดินเป็นเวลา 3-5 นาที ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

ประเภทของริดสีดวงทวาร

แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดภายนอกและภายใน แต่บางคนก็เป็นทั้งชนิดภายนอกและภายใน แม้ว่าจะเรียกว่าริดสีดวงเหมือนกัน แต่อาการและการรักษาต่างกัน กล่าวคือ

ริดสีดวงภายนอก เป็นกลุ่มเนื้อเยื่อหรือหลอดเลือดโป่งพองที่อยู่ภายนอกรูทวาร ก่อให้เกิดปัญหาคือ การเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บและมีก้อน ถ้าตรวจพบว่าเป็นก้อนที่มีลิ่มเลือดข้างใน อยู่บริเวณขอบรูทวาร ถ้าแตกออกจะมีเลือดสีแดงคล้ำหรือดำ

ริดสีดวงภายใน เกิดขึ้นบริเวณในรูทวารส่วนใกล้ไส้ตรง ผู้ป่วยมักจะไม่เจ็บ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเลือดออกสีแดงสด บางครั้งมีปริมาณมาก เมื่อริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากขึ้นจะย้อยออกมานอกรูทวารหรือมีการขาดเลือดจากการถูกหูรูดบริเวณรูทวารรัด ถ้าแบ่งตามสิ่งที่ห่อหุ้ม ริดสีดวงทวารภายนอกจะมีส่วนที่ห่อหุ้มคือผิวหนังบริเวณรอบปากทวารหนัก ริดสีดวงทวารภายในจะปกคลุมด้วยเยื่อบุลำไส้

อาการ

ริดสีดวงทวารมักจะก่อให้เกิดอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณก้น ซึ่งมักจะหายไปได้เอง ผู้ป่วยอาจจะมาด้วยเรื่องก้อนโผล่จากรูทวาร รู้สึกหน่วงๆ หรือเจ็บในกรณีที่มีลิ่มเลือดอุดตัน การมีเลือดออกเป็นอีกอาการหนึ่งที่จะนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ริดสีดวงทวารอาจจะส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ป่วย ความรู้สึกไม่สบายที่เกิดจากริดสีดวงทวารอาจจะทำให้ผู้ป่วยโมโหง่าย กระสับกระส่าย อารมณ์เสีย และทำผิดพลาดบ่อยๆ ริดสีดวงทวารอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแสบร้อนหรือไม่สบายบริเวณรูทวาร มีความชื้นอับแฉะ หรือเปียกบริเวณกางเกงใน บางครั้งอาจจะทำให้รู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด ซึ่งต้องแยกออกจากโรคมะเร็ง

...

สัปดาห์หน้ายังมีความน่าสนใจของโรคริดสีดวงทวารกันต่อ รอติดตามกันนะครับ

-----------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

ศาสตราจารย์ นายแพทย์จุมพล วิลาศรัศมี ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล