การวินิจฉัยโรค
สอบถามประวัติการนอนกรนจากคนไข้และคนใกล้ตัว หรือใช้ application ดูว่านอนกรนหรือไม่
• ใครที่รู้สึกว่าตัวเองนอนไม่เต็มอิ่ม ง่วงหาวนอน หลับใน ทั้งที่เวลานอนพอแล้ว นอนแล้วสะดุ้งเฮือกขึ้นมาหายใจตอนกลางคืน หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการนอนกรน นี่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าต้องมาพบแพทย์แล้ว
• ตรวจร่างกายดูว่ามีสาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดการกรน ดูว่ามีอวัยวะอะไรที่ทำให้เกิดการแคบหรือหย่อนของทางเดินหายใจส่วนบน มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องหรือไม่
• การตรวจเพิ่มเติม ส่วนใหญ่ที่จะใช้คือการตรวจการนอนหลับที่เรียกว่า Sleep Test ซึ่งจะดูการทำงานของร่างกายระหว่างที่นอนหลับ เช่น ค่าออกซิเจน ค่าการหลับลึก มีการหยุดหายใจขณะหลับไหม ถ้าเป็น ก็จะสามารถประเมินต่อได้ว่าเป็นระดับน้อย ปานกลาง หรือมาก บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาส่องกล้องดูความหย่อนหรือตรวจดูทางเดินหายใจส่วนบนเพิ่มเติม
การรักษา มีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้
• การรักษาหลัก มีด้วยกันหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ลักษณะที่ตรวจพบของผู้ป่วยแต่ละราย และการเลือกรักษาของผู้ป่วย แต่โดยหลักการทั่วๆ ไป แพทย์ก็จะรักษาตามต้นเหตุ ว่าเกิดจากอะไร และตามไปแก้ไขตรงจุดนั้นๆ เช่น
@ การผ่าตัด เช่น คนไข้คนนี้ตรวจเจอว่าต่อมทอนซิลโตมาก ทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ เคสนี้ก็จะเลือกรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกได้ แต่คนไข้บางคนเกิดจากหลายปัจจัย เช่น มีโคนลิ้นใหญ่ เยื่อบุจมูกบวมหรือว่ามีผนังช่องคอหย่อนก็ต้องไปแก้ไขทุกจุด โดยหลักการแพทย์ก็จะดูว่าเกิดจากตรงไหน แล้วก็ตามไปแก้ตรงนั้น
@ การใส่เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (CPAP) หลักการคือการใช้ลมเป่าเข้าไปในทางเดินหายใจของคนไข้ขณะหลับ ทำให้ทางเดินหายใจที่แคบห่างขึ้น และได้ค่าหยุดหายใจ ออกซิเจนและการหลับลึกในระดับที่เหมาะสม
• การรักษาอื่นๆ เช่น ในกรณีที่คนไข้มีโคนลิ้นใหญ่ ทำให้ไปบังทางเดินหายใจข้างหลัง จะมีอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับที่คนจัดฟันใส่ ใส่เพื่อดึงให้ขากรรไกรล่างยื่นออกมา เมื่อขากรรไกรล่างยื่นออกมา โคนลิ้นก็จะถูกดึงออกมาด้วย ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นได้ การรักษานี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาบริเวณโคนลิ้น ทั้งนี้การรักษาอาจใช้หลายวิธีร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
การรักษาเสริม
...
- ถ้าคนไข้มีน้ำหนักตัวเกิน ก็แนะนำให้ลดน้ำหนัก
- บางคนนอนตะแคงแล้วดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงยานอนหลับหรือยากดประสาทส่วนกลาง
เคล็ดลับการนอนหลับที่ดี
การนอนหลับที่ดี คือ การนอนที่มีคุณภาพและเวลาเพียงพอ ดังนั้นแม้ว่าจะไม่ได้นอนกรน แต่ก็ควรนอนให้ครบเวลาตามที่ร่างกายต้องการ เพราะถ้านอนน้อยก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน นั่นคืออาจมีอาการง่วงมึน ปวดหัว ไม่มีสมาธิ หลับในได้
จัดสุขลักษณะนิสัยการนอนหลับที่ดีด้วย เช่น
• ตื่นและนอนให้เป็นเวลา คนวัยทำงานควรนอนอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง
• ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนช่วงเย็น
• เตียงนอนมีไว้สำหรับนอนและมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น เพราะคนปัจจุบันชอบเล่นโทรศัพท์มือถือบนเตียงนอน สมองของเราก็จะจำว่านี่ไม่ใช่ที่เอาไว้นอน ก็จะนอนไม่หลับ จึงควรใช้เตียงนอนไว้สำหรับนอนเท่านั้น
• แสงไฟจากโทรศัพท์ จะมีผลต่อฮอร์โมนการนอนหลับ เวลานอนควรจะปิดไฟ ปิดโทรศัพท์ ห้องนอนที่ดีควรจะมืด เงียบ และเย็นสบาย
ถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องนอนกรน รบกวนคนข้างๆ จนไม่สามารถนอนได้ จนเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพราะการนอนเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากใช้เวลา 1/3 ของชีวิตเลยทีเดียวที่ร่างกายจะได้พักผ่อน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของวันใหม่ด้วย เพราะเวลานอนน้อยอาจมีผลต่อภูมิคุ้มกันด้วย อาจทำให้ภูมิคุ้มกันตก และในช่วงนี้ “COVID-19” กำลังระบาด ก็ควรจะส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่าให้ตก จึงควรจะนอนให้ดี นอนให้พอ ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายด้วย
________________________________________________
แหล่งข้อมูล
อ.พญ.นวรัตน์ อภิรักษ์กิตติกุล ภาควิชาโสต ศอ นาสิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล