ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    หนึ่งน้ำใจคนไทยยามวิกฤติอยู่บ้านเพื่อชาติ สร้างสรรค์สิ่งมีประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 เม.ย. 2563 05:15 น.
    SHARE

    ชั่วโมงนี้การจะพาคนในชาติให้รอดพ้นจากวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้นั้น เราต้องช่วยกัน!! รับผิดชอบตัวเอง เท่ากับรับผิดชอบ สังคม ต้องอดทน ต้องยอมลำบาก อย่าตามใจตัวเอง และหนึ่งในผู้ปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างน่ายกย่อง ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่นอกจากจะใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานแล้ว ช่วงรับผิดชอบตัวเองอยู่ที่บ้าน ยังช่วยรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการถีบจักรเย็บถุงสวมเท้าเพื่อส่งมอบแด่นักรบชุดขาว บุคลากรทางการแพทย์หอผู้ป่วยห้องแยกโรคติดเชื้อโควิด-19 ของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจจนมีการส่งต่อภาพผ่านโลกโซเชียล มีคนกด ไลค์กดแชร์กันเป็นจำนวนมาก

    “คุณหมออุดม” อดีต รมช. ศึกษาธิการ และอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พักจากการถีบจักรมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่คิด ว่าจะมีการกระจายข่าวกันไปมากมาย จนมีคนโทรศัพท์หรือฝากคนในบ้านมาสอบถามกันมาก ไม่ได้คิดว่าจะเป็นประเด็นอะไร เป็นส่วนเล็กๆที่ได้ช่วยเหลือกันเท่านั้น จุดประกายมาจากการได้รับทราบข้อมูลผ่านในกลุ่มไลน์หมอพยาบาลที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ที่ส่งต่อข้อมูลถึงการขาดแคลนถุงสวมเท้า ซึ่งเป็นอีกสิ่งสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทำให้หลายคนต้องใช้ถุงก๊อบแก๊บหุ้มรองเท้าแทน เนื่องจากช่วงนี้การสั่งซื้อสินค้าต่างๆขาดตลาด กลุ่มพยาบาลที่ รพ.ศิริราชจึงออกแบบจัดทำถุงสวมเท้ากันเอง ซึ่งต้องชื่นชมน้องๆพยาบาลที่เจียดเวลามานั่งทำ ทั้งยังต้องดูแลคนไข้อีก กลุ่มคนที่เกษียณอย่างพวกเราคิดว่าน่าจะมีส่วนช่วยอะไรได้บ้าง จึงระดมช่วยกัน และที่บ้านหมอมีจักรเย็บผ้าตั้งแต่สมัยคุณแม่ใช้ จึงรับอาสานำผ้ามาช่วยเย็บ โดยภรรยาหมอและลูกสาวจะไปนำผ้าเป็นพับๆจากโรงพยาบาล และมีเพื่อนหมออีกคนเป็นผู้ตัดโครงถุงเท้า จากนั้นก็นำมาให้หมอเย็บ

    สำหรับทักษะการเย็บนั้น หมออุดมเล่าอย่างถ่อมตนว่า เรียกว่าเย็บพอได้มากกว่า เพราะไม่ได้เย็บมานานมาก อาศัยสมัยเป็นเด็กประถม เห็นแม่เย็บซ่อมเสื้อผ้าให้คนในบ้าน ด้วยความสนุกอยากรู้อยากเห็น ก็ให้แม่สอน จึงได้ทักษะการเย็บมาบ้าง พอโตขึ้นก็ไม่เคยไปแตะอีกเลย จักรตัวที่ใช้เป็นของแม่ที่เก็บมานาน 40-50 ปีแล้ว จึงมีโอกาสนำมาปัดฝุ่นทำประโยชน์ ซึ่งเพิ่งจะได้เริ่มทำเมื่อวันเสาร์ที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ละวันทำได้เพียง 70-80 คู่เท่านั้น ส่วนที่ทำยากคือไส้ไก่ที่เป็นหูรูดถุงเท้า ต้องใช้ความละเอียดมาก แต่ก็มีลูกมือทั้งภรรยาและลูกสาวคอยช่วย เพราะอยากจะทำให้ได้มากที่สุด โดยลอตแรกนำไปส่ง รพ.ศิริราชในวันอังคารที่ 7 เม.ย. และจะพยายามทำลอตต่อๆไปให้ได้มากที่สุด

    เมื่อถามถึงกระแสตอบรับที่มีคนชื่นชมจำนวนมาก อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล บอกว่า ก็รู้สึกดีใจ แต่สิ่งที่น่าปลื้มใจยิ่งกว่าคือความช่วยเหลือเกื้อกูลของคนในสังคมไทยในยามวิกฤติ หลายคนติดต่อผ่านมาทางคนใกล้ชิด ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักบ้าง บอกอยากจะช่วย บางคนเสนอว่า มีโรงงานอยู่ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไร อยากจะเข้ามาช่วยและพร้อมออกค่าวัสดุต่างๆทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงามที่เรามักคอยช่วยเหลือกันทุกครั้งเมื่อเกิดภาวะวิกฤติ อีกสิ่งสำคัญที่หมออยากฝากย้ำไปถึงทุกคนที่อยากจะให้ช่วยกันมากที่สุดคือ การปฏิบัติตนตามคำแนะนำของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ในการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ อยาก ให้ทุกคนรับผิดชอบต่อตนเอง ในการลดความเสี่ยงที่จะไปรับเชื้อและแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ซึ่งแสดงถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เพราะ การที่คุณออกไปข้างนอก ไม่รู้หรอกว่าจะรับเชื้อมาตอนไหน คุณอาจจะนำเชื้อมาส่งต่อให้คนใกล้ตัวในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง ขณะนี้ที่รัฐบาลพยายามรณรงค์ให้คนอยู่บ้านยังทำได้เพียง 40% เท่านั้น ทั้งที่ตั้งเป้าหมายให้ได้ 90% เพื่อจะได้ช่วยกันหยุดเชื้อไม่ให้แพร่กระจาย จึงอยากให้ทุกคนทุกภาคส่วนร่วมมือช่วยกันรับผิดชอบ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อุดม คชินทรอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติแพทย์หมอพยาบาลบุคลากรทางการแพทย์ข่าววันนี้สุขภาพกาย/ใจ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้