ด้วยสภาวะแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้มีมลพิษและฝุ่นละอองในอากาศที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ของประเทศไทย ซึ่งการที่ต้องเผชิญกับฝุ่นละอองที่เพิ่มขึ้น และอากาศที่แปรปรวน สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบให้มีโอกาสเป็น “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” กันมากขึ้นได้
รู้จัก “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง”
“โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่ผิวหนังมีการสร้างไขมันที่ผิวหนังได้น้อยลง ซึ่งโดยปกติคนเราจะมีไขมันเคลือบผิวหนังชั้นนอกสุดบางๆ หลายชั้น ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังจะมีการสร้างไขมันน้อยลง ส่งผลให้ผิวแห้ง และทำให้เชื้อโรคต่างๆ ลงไปในผิวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ คนที่เป็นโรคนี้ มักจะมีเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หอบหืด แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ เพราะเป็นโรคในตระกูลเดียว จึงจำเป็นต้องรักษาควบคู่กันไปด้วย
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน โดยอาจจะเกิดจากพันธุกรรม หรือคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ การอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ การใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างสูง ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้ง และนำไปสู่การเกิดอาการขึ้นได้
อาการ
คนไข้จะมีอาการคันที่ผิวหนัง เป็นผื่นแห้งๆ มีผื่นตามข้อพับ หรือในบางรายก็มีน้ำเหลืองแฉะ ผิวหนังมีตุ่มพอง หรือมีแผลขนาดเล็ก หรือบางคนก็อาจจะมีอาการแพ้อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น แพ้สารนิกเกิล
อันตรายและความรุนแรงของโรค
ในกรณีที่คนไข้มีอาการคันมากๆ จนทำให้มีน้ำเหลืองไหลออกมา อาจมีอาการติดเชื้อตามมาได้
การรักษา
...
การรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง จะติดตามรักษาอาการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้หายจากโรค โดยขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้แต่ละคน เช่น ถ้าในรายที่มีผื่นคัน แพทย์จะให้ทายาสเตียรอยด์ ในรายที่มีการติดเชื้อ ก็ให้ยาฆ่าเชื้อ เป็นต้น
นอกจากนี้ คนไข้จะต้องดูแลตัวเอง ดังต่อไปนี้
1. ดูแลผิวไม่ให้ผิวแห้ง โดยหลังจากอาบน้ำภายใน 5 นาที ควรเช็ดตัวแบบหมาดๆ แล้วทาโลชั่นทันที เพื่อให้ผิวดูดซึมได้ทันที และต้องทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
2. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เพราะทำให้ผิวแห้ง
3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น แพ้ฝุ่น ก็ควรทำตัวห่างไกลจากที่ที่มีฝุ่น แพ้นมวัว ก็ไม่ควรดื่มนมวัว
4. สวมใส่เสื้อผ้าที่บางเบา นุ่มสบาย เพื่อลดการระคายเคืองต่อผิว
5. ผ่อนคลายความเครียด
การป้องกัน
1. เวลาอาบน้ำไม่ควรฟอกสบู่นานเกินไป หรือใช้สบู่ในปริมาณน้อยๆ เช่น ช่วงเช้าสามารถอาบน้ำโดยไม่ต้องถูสบู่หรือใช้ปริมาณเล็กน้อย
2. เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว
3. หลังจากอาบน้ำภายใน 5 นาที ควรเช็ดตัวแบบหมาดๆ แล้วทาโลชั่นทันที เพื่อให้ผิวดูดซึมได้ทันที
4.ไม่ควรถูหรือขัดผิวหนังแรงๆ เพราะอาจทำให้เป็นผื่นแดงได้
5.หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้ตนเองแพ้ต่างๆ เพราะอาจทำให้เกิดผื่นขึ้นได้
“โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” จึงเป็นโรคที่ใกล้ตัวทุกคน สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ หากพบว่ามีอาการผื่นแดง คันตามผิวหนัง ก็ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุ และรักษาทันที
--------------------------------------------------------------
แหล่งข้อมูล
ผศ.พญ.พลอยทราย รัตนเขมากร สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยามหิดล