“กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” หมายถึง การที่มีปัสสาวะออกมาโดยมิอาจจะควบคุมได้ ทั้งที่ยังไม่พร้อมจะถ่ายปัสสาวะ และทำให้เป็นปัญหาต่อสุขภาพและการเข้าสังคม การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยสูงอายุ เพียงแต่ลักษณะของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อาจจะแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละเพศแต่ละวัย

อุบัติการณ์ของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

พบว่ามีประชากรร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และยิ่งเมื่ออายุเกิน 60 ปี อาจจะพบได้เกือบครึ่งหนึ่งทีเดียว

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีมากมายหลายประการ เช่น

อายุที่เพิ่มขึ้น, การเข้าสู่วัยสูงอายุ, การคลอด, การขาดฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน, ต่อมลูกหมากโต หรือการผ่าตัดรักษาโรคต่างๆ เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก

ชนิดของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

@ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ชั่วครั้งชั่วคราว

ส่วนมากพบในวัยสูงอายุที่เกิดอย่างเฉียบพลัน และพบว่ามีสาเหตุที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เช่น การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นที่ต้องนอนอยู่กับที่อาจจะทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้ พบบ่อยๆ ที่ผู้ป่วยมารักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางเดินปัสสาวะระหว่างนอนโรงพยาบาลอาจจะมีปัสสาวะเล็ดราดได้ เมื่อรักษาโรคนี้หาย กลับบ้านอาการก็กลับมาปกติ สาเหตุที่พบว่าทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ชนิดชั่วครั้งชั่วคราว

การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ ทั้งที่โรคนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะเลยก็ได้ เช่น ผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ป่วยผ่าตัดระบบอื่นๆ การเจ็บป่วยทำให้การส่งกระแสประสาทระหว่างสมองกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายผิดเพี้ยนไปได้ การแปลความรู้สึกปวดปัสสาวะอาจจะช้า หรือสมองไม่รับรู้เพราะกังวลเรื่องการเจ็บป่วยอื่นอยู่ หลังจากการเจ็บป่วยนั้นๆ หายไป การกลั้นปัสสาวะกลับมาดีดังเดิม

...

การขยับตัวลำบาก เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง ตามองไม่ชัด ทำให้เดินไปห้องน้ำลำบาก ไม่สามารถไปถึงห้องน้ำได้ทันเวลา ทั้งๆ ที่อาการปวดปัสสาวะเท่าเดิม ทำให้มีปัสสาวะเล็ดราดก่อนถึงห้องน้ำได้

ท้องผูก พบว่าเป็นปัญหาบ่อยที่ทำให้การกลั้นปัสสาวะเสียไป อุจจาระก้อนแข็งอาจจะกดกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ ทำให้มีผลต่อการถ่ายปัสสาวะ หรือการกลั้นปัสสาวะได้ ดังนั้น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะเกิดขึ้นเฉียบพลันจะต้องดูว่ามีปัญหาท้องผูก มีอุจจาระก้อนแข็งอยู่ในช่องทวารหนักหรือไม่

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากการที่มีเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ โดยมากเข้าทางท่อปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการอักเสบ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่

ขาดฮอร์โมน โดยเฉพาะในเพศหญิงหลังวัยหมดประจำเดือนที่ขาดฮอร์โมนทำให้เยื่อบุบริเวณท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะบางส่วน ช่องคลอดแห้ง เนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพศ เนื้อเยื่อบริเวณนี้จึงไวต่อการกระตุ้นจากสิ่งระคายเคือง เพราะเยื่อบุบางลง

การได้รับยาบางชนิด เพราะยาบางชนิดส่งผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ ทำให้มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ดังนั้นหากมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เฉียบพลัน จะต้องนำยาที่เพิ่งได้รับมาดูว่ายาใดบ้างที่ส่งผลให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ได้แก่ ยาขับปัสสาวะ เพราะทำให้ปัสสาวะออกมาเป็นปริมาณมาก กระเพาะปัสสาวะรับไม่ทันจึงราดออกมา บางรายรับประทานยาขับปัสสาวะตอนกลางคืนทำให้กลางคืนต้องตื่นขึ้นมาถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ ทำให้ความรู้สึกปวดปัสสาวะเบาลง สมองไม่รับรู้การปวดปัสสาวะ หากกระเพาะปัสสาวะเต็มก็จะราดออกมา

นอกจากนั้นยานอนหลับ หากทำให้การหลับลึกมากก็มีผลไม่ปวดปัสสาวะ เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มก็จะราดออกมาเช่นกัน ยาแก้หวัด คัดจมูก ลดน้ำมูก พบบ่อยๆ ที่ส่งผลให้มีปัสสาวะเล็ดราด เนื่องจากกลุ่มนี้ส่งผลให้ทางออกของกระเพาะปัสสาวะบีบตัว ปัสสาวะออกมาไม่หมด มีปัสสาวะตกค้าง หากเกินกว่าที่กระเพาะปัสสาวะจะเก็บไว้ได้ก็จะราดออกมา

@ ไอ จาม ปัสสาวะเล็ดราด

คือ การมีปัสสาวะเล็ดราดออกมา เมื่อมีแรงมากระแทกเข้าที่กระเพาะปัสสาวะหูรูดที่ไม่แข็งแรงพอ จะปล่อยให้มีปัสสาวะเล็ดออกมา แรงที่มากระทำ ได้แก่ เกิดจากการไอ จาม หัวเราะ หรือเล่นกีฬา เป็นต้น

การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ชนิดนี้พบมากในเพศหญิง ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างระบบปัสสาวะในเพศหญิงต่างจากเพศชาย ส่วนในเพศชายก็สามารถพบ

อาการนี้ได้ หากได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมากมาก่อน สาเหตุที่ทำให้หูรูดไม่แข็งแรงเกิดจากการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อเชิงกรานและเอ็นยึดต่างๆ หรือเกิดจากการเสื่อมของท่อปัสสาวะ หรือการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทควบคุมก็ได้ ทำให้หูรูดไม่แข็งแรงพอ เมื่อมีแรงมากระแทกกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะจึงเล็ดออกมา

@ ปวดปัสสาวะรุนแรงแล้วมีปัสสาวะเล็ดราด

ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการสำคัญคือ มีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงนำมาก่อนแล้วไปถ่ายปัสสาวะไม่ทัน เล็ดราดออกมาก่อน ซึ่งมักจะเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติ ในการทำงานของกระเพาะปัสสาวะเองที่มีความผิดปกติของระบบประสาทควบคุม เป็นการกลั้นปัสสาวะที่เป็นอาการหนึ่งที่เรียกว่า “กระเพาะปัสสาวะไวกว่าปกติ” ซึ่งจะสร้างความรำคาญและรบกวนต่อการดำรงชีวิตค่อนข้างมาก เพราะไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน เมื่อเริ่มปวด

ปัสสาวะก็จะตามมาด้วยการมีปัสสาวะราดออกมา สาเหตุทางระบบประสาทที่อาจจะมีส่วนชักนำให้เกิดความผิดปกติ ได้แก่ โรคทางสมอง เช่น หลอดเลือดสมองแตก ตีบ ภยันตรายต่อสมอง โรคบริเวณสันหลัง เป็นต้น

@ ปัสสาวะไหลรินออกมา

ผู้ป่วยจะมีปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่มีอาการชักนำใดๆ สาเหตุเกิดจากมีปัสสาวะตกค้าง ถ่ายปัสสาวะไม่หมด แต่บางครั้งปัสสาวะอาจจะออกมาหลังการไอ จามก็ได้ เพราะมีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะอยู่แล้ว ต้นเหตุที่ทำให้มีปัสสาวะตกค้าง ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะบีบตัวน้อยกว่าปกติ หรือมีการอุดกั้นการไหลของปัสสาวะ เช่น ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น ส่วนโรคที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวน้อย ได้แก่ เบาหวาน ผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่มีอาการมากกว่า 1 ชนิด ที่พบบ่อย ได้แก่ ไอ จาม ปัสสาวะเล็ดราดร่วมกับมีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงแล้วไปไม่ทันด้วย

...

@ ปัสสาวะรดที่นอน

ส่วนมากพบในเด็ก ซึ่งโดยปกติเด็กเล็กๆ จะยังไม่สามารถควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้ ต่อมาจะเริ่มควบคุมการถ่ายปัสสาวะตอนกลางวันได้ก่อน แต่จะยังควบคุมการถ่ายปัสสาวะตอนกลางคืนไม่ได้ กลางคืนขณะนอนหลับจึงมีการปัสสาวะรดที่นอน แต่ความสามารถในการควบคุมการถ่ายปัสสาวะจะค่อยๆ ดีขึ้น เมื่ออายุ 3-5 ปี ก็จะสามารถควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้ ไม่มีปัสสาวะรดที่นอน อย่างไรก็ดี จะมีเด็กที่มีพัฒนาการในการควบคุมการถ่ายปัสสาวะช้าไปบ้างก็ได้ ทำให้เมื่ออายุ 5 ปีแล้วก็ยังไม่สามารถควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้ ยังมีปัสสาวะรดที่นอนอยู่อีก จึงแนะนำว่าหากอายุถึง 6 ปี แต่ยังมีปัสสาวะรดที่นอนอีก ควรทำการรักษาโดยการปลุกให้มาถ่ายปัสสาวะ หรือใช้ยาในแต่ละกรณี ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยสั่งการรักษา

นอกจากนั้น ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีแล้วและไม่มีปัสสาวะรดที่นอน แต่กลับมีปัสสาวะรดที่นอนอีก ในกรณีนี้จะต้องหาสาเหตุทั้งด้านจิตใจและร่างกาย แต่หากเป็นกรณีปัสสาวะรดที่นอนในวัยผู้ใหญ่จะมีสาเหตุ ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะมีการบีบตัวผิดปกติจากความบกพร่องในการทำงานของระบบประสาทควบคุม การทำงานของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ หรืออาจจะมีความผิดปกติในการผลิตน้ำปัสสาวะ แม้กระทั่งความผิดปกติในการนอนหลับก็ได้

-----------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

คู่มือความรู้ภาคประชาชนเรื่อง “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัญหาที่ไม่ควรละเลย” โดย ศ.นพ.วชิร คชการ สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล