ศุกร์สุขภาพ : “โรคสะเก็ดเงิน” โรคผิวหนังที่ควรรู้จัก

ข่าว

ศุกร์สุขภาพ : “โรคสะเก็ดเงิน” โรคผิวหนังที่ควรรู้จัก

คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

    3 ม.ค. 2563 05:01 น.


    “โรคสะเก็ดเงิน” เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อย ลักษณะผื่นจะมีสีแดงนูนมีขอบเขตชัด มีขุยสีขาวหนาด้านบน ในบางรายอาจมีความผิดปกติของเล็บและข้อร่วมด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย

    สาเหตุ

    เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ กล่าวคือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T lymphocyte ทำงานมากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังและแบ่งตัวที่เร็วกว่าปกติ ในคนทั่วไป ร่างกายจะสร้างเซลล์ผิวหนังจนกระทั่งเซลล์หลุดไป ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่ในคนไข้โรคสะเก็ดเงิน จะใช้เวลาเพียง 2 วัน ผิวหนังก็สามารถสร้างเซลล์ผิวหนังเสร็จแล้ว ซึ่งการที่ผลิตเซลล์ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เซลล์ที่เกิดขึ้นหลุดลอกออกไปไม่ทัน จนนำไปสู่การเป็นผื่นแดงหนา และมีขุยติดแน่น ซึ่งเป็นอาการของโรคสะเก็ดเงิน

    นอกจากการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติดังได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ร่วมอีก อาทิ

    • พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเป็น

    • การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ ความเครียด การกินยาบางชนิด การติดเชื้อบางชนิด และการมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน

    อาการ

    คนไข้จะมีผื่นสีแดง มีขอบเขตแยกจากผิวปกติอย่างชัดเจน มีขุยหรือสะเก็ดหนาเป็นสีเงิน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และหากไม่ได้รับการรักษา ขุยที่อยู่ตามผิวหนังก็จะร่วงหล่น เวลาเคลื่อนไหวไปมา ส่งผลให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี เพราะต้องเผชิญกับสายตาคนรอบข้าง นอกจากนี้ในคนไข้บางรายอาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย

    อันตรายและความรุนแรงของโรค

    @ สะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงน้อย โดยดูจากพื้นที่รอยโรคน้อยกว่า 10 ฝ่ามือ

    @ สะเก็ดเงินความรุนแรงปานกลางถึงมาก โดยดูจากพื้นที่รอยโรคมากกว่า 10 ฝ่ามือ

    หากพบผื่นสะเก็ดเงินที่บริเวณใบหน้า มือและเท้า รวมทั้งอวัยวะเพศ แม้พื้นที่ของรอยโรคจะน้อยกว่า 10 ฝ่ามือ แต่หากส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ก็จัดว่าเป็นสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงปานกลางถึงมาก และต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

    การรักษา

    ในกรณีที่คนไข้เป็นโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงน้อย จะรักษาโดยการให้ยาทา ส่วนในกรณีที่เป็นชนิดรุนแรง แพทย์จะพิจารณารักษาโดยการทายาและกินยา ฉายแสงอัลตราไวโอเลต หรือยาฉีด ทั้งนี้ โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยจะต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาให้โรคอยู่ในภาวะสงบ และควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผื่นกลับมาขึ้นอีก ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นหวัด การมีผิวแห้ง คนไข้จึงต้องระวังอย่าให้ผิวแห้ง ควรใช้สบู่ในปริมาณน้อยๆ และทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

    นอกจากนี้คนไข้ที่มีน้ำหนักเกิน ก็ต้องควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะหากคนไข้มีน้ำหนักเกิน การรักษาอาจมีผลแทรกซ้อนมากกว่าคนไข้ทั่วไป และคนไข้สะเก็ดเงินบางรายที่มีอาการปวดข้อร่วมด้วย จำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษาทันที เพราะหากปล่อยไว้นาน จำทำให้ข้อผิดรูป และไม่สามารถใช้งานได้

    การป้องกัน

    • ควบคุมน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน

    • พักผ่อนให้เพียงพอ

    • พยายามไม่ให้เครียด

    • ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียที่คอ ควรรีบไปรักษา เพราะการติดเชื้อดังกล่าวอาจไปกระตุ้นให้เป็นโรคสะเก็ดเงินได้

    • หลีกเลี่ยงการกินเหล้าและสูบบุหรี่

    --------------------------------------------

    แหล่งข้อมูล

    ผศ.พญ.พลอยทราย รัตนเขมากร สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ศุกร์สุขภาพคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีสะเก็ดเงินโรคสะเก็ดเงินโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังผิวหนังอักเสบผิวหนังอักเสบเรื้อรัง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 03:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์