การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง หรือ ผู้ป่วยระยะท้าย เป็นวิธีการดูแลผู้ที่ป่วยเป็นระยะสุดท้ายของโรค และครอบครัว โดยให้การป้องกันและบรรเทาอาการตลอดจนความทุกข์ทรมานต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ กาย ใจ สังคม จิตสังคม จิตวิญญาณ เพื่อลดความทุกข์ทรมาน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแล รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบตามธรรมชาติ
การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองมีทั้งใช้ยาในการจัดการอาการและไม่ใช้ยา ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการจัดการอาการโดยไม่ใช้ยา
อาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยประคับประคอง ได้แก่
1. อาการเหนื่อย
คือ อาการหายใจลำบาก หายใจไม่อิ่ม อาการนี้จะพบบ่อยมากในผู้ป่วยมะเร็ง กล่าวคือ อาการหายใจไม่สะดวก ส่งผลให้คนไข้หายใจอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
อาการในระดับ 0-3 คะแนน เป็นอาการเหนื่อยระดับน้อย ซึ่งผู้ป่วยหรือผู้ดูแลจะสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ด้วยวิธีการ ดังนี้
• การหายใจแบบห่อปาก จะช่วยให้อาการหอบเหนื่อยของคนไข้ดีขึ้น โดยฝึกให้คนไข้สูดลมหายใจเข้าทางจมูก นับ 1-2 ช้าๆ ระหว่างนั้นก็ห่อปาก แล้วค่อยๆ ปล่อยลมออกมาทางปากช้าๆ โดยนับ 3-4-5
• การหายใจโดยท้องหรือใช้กะบังลม นั่งตัวตรง ในท่าที่ผ่อนคลาย ใช้มือข้างหนึ่งวางบนท้อง เพื่อให้รู้ว่าเวลาหายใจเข้า ท้องจะป่องขึ้น และเมื่อหายใจออก ท้องก็จะราบลง
• พัดลมมือถือ นำพัดลมมาถือให้ห่างจากใบหน้าประมาณ 6 นิ้ว ลมที่มาปะทะกับใบหน้า จะทำให้รู้สึกเย็นสบาย ผ่อนคลาย ควรพกติดตัวไว้ ถ้าไม่มีสามารถใช้พัดธรรมดา หรือกระดาษที่มีความแข็งมาพัดแทนก็ได้
...
• ลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เช่น ที่นอนกับห้องน้ำควรอยู่ใกล้กัน จัดให้คนไข้นอนชั้นล่าง มีอุปกรณ์ในการช่วยเดิน ของใช้ประจำตัวต่างๆ ของคนไข้ ควรวางไว้ใกล้ๆ เพื่อสามารถหยิบใช้ได้สะดวก
• ปรับเตียงนอนในลักษณะ 45 องศา เพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดีขึ้น ถ้าเตียงไม่สามารถปรับได้ ให้นำหมอนประมาณ 3-4 ใบมาวางไว้ที่หลังเป็นมุม 45 องศา ก็ช่วยได้เช่นกัน
• จัดเตรียมเก้าอี้สำหรับอาบน้ำ ไว้ใช้ในห้องน้ำ เพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วย
• ไม่ควรให้คนไข้อาบน้ำอุ่น เพราะจะทำให้คนไข้เหนื่อยมากขึ้น
• ใช้การห่อตัวแทนการเช็ดตัว เพื่อลดการใช้พลังงานของคนไข้
• เลือกใช้เสื้อที่ผูกแทนการติดกระดุม
• ไม่ควรเร่งให้คนไข้กินอาหารในปริมาณมากๆ ควรให้กินเท่าที่จะสามารถกินได้ และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย
• เมื่อคนไข้มีอาการเหนื่อยหอบ ผู้ดูแลควรอยู่ใกล้ๆ ปลอบประโลม ให้กำลังใจ นวดแขน และไหล่ให้
• จัดสิ่งแวดล้อมให้มีอาการถ่ายเทได้สะดวก ห้องของคนไข้ควรเป็นห้องที่ใช้พัดลมส่ายไปมาจะดีกว่าการอยู่ในห้องแอร์
2. อาการท้องผูก
คนไข้ที่มีอาการท้องผูก จะมีอาการถ่ายอุจจาระแข็ง ถ่ายยาก ใน 1 สัปดาห์ ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง ซึ่งพบอาการนี้มากในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยามอร์ฟีน และคนไข้ติดเตียง
สาเหตุ
• ไม่คุ้นสถานที่
• วิตกกังวล
• ได้รับยามอร์ฟีน
• มะเร็งกระจายไปที่ลำไส้
การช่วยเหลือ
- เลือกอาหารที่มีกากใยให้คนไข้กิน
- ดื่มน้ำมากๆ
- นวดลำไส้ โดยเริ่มจากการนวดลำไส้เล็ก คือ นวดบริเวณรอบๆ สะดือไปตามเข็มนาฬิกา ครั้งละ 10-15 นาที จากนั้นนวดลำไส้ใหญ่ต่อ คือ ขยับออกมาจากสะดือนิดหนึ่ง นวดไปเรื่อยๆ ควบคู่กับการกินน้ำมากๆ ถ้า 3 วันแล้ว คนไข้ยังไม่ถ่าย ก็ต้องใช้ยาระบายหรือการสวน
แหล่งข้อมูล
พว.วรรณา กาสา ศูนย์รามาธิบดีอภิบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี