“โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่” เป็นความผิดปกติของหัวใจ ซึ่งพบตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาปกติแล้ว อุบัติการณ์ของเด็กที่จะเกิดมาพร้อมโรคหัวใจมีอยู่ประมาณ 0.9% แม้ว่าพ่อหรือแม่จะไม่ได้เป็นโรคหัวใจก็ตาม ความผิดปกติที่พบมีทั้งเด็กที่มีอาการตัวเขียวและไม่มีอาการตัวเขียว เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการรักษาในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก ดังนั้น เด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ ด้วยการทำ Fetal Ultrasound ทำให้แพทย์สามารถเตรียมการผ่าตัด หลังจากที่เด็กคลอดออกมาได้
การผ่าตัดรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็ก จะช่วยลดอัตราการตายของเด็กที่เป็นโรคนี้ลดลง แต่เด็กจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อยๆ
สาเหตุของโรค
สาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ เกิดจากหัวใจมีการแบ่งตัวที่ผิดปกติในท้องแม่ ซึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรมหรือไม่ใช่ก็ได้ มีโรคพันธุกรรมหลายชนิดที่มีความผิดปกติระดับยีน ส่งผลให้หัวใจมีความผิดปกติ แต่ก็ยังพบว่ามีคนไข้หัวใจพิการแต่กำเนิดส่วนหนึ่งที่ไม่พบความผิดปกติของหัวใจในครอบครัวและไม่มีความผิดปกติในยีน
ปัจจัยเสี่ยงของโรค
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิดพบมากขึ้น ถ้าแม่เป็นโรคหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์ หรือแม่ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลิเทียมที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ นอกจากนี้เด็กที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรม จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมากกว่าเด็กทั่วไป
อาการ
- อาการเขียว โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับการผ่าตัดตั้งแต่เด็ก หรือกลุ่มที่มีความดันหลอดเลือดในปอดสูง จนทำให้เกิดภาวะเลือดไหลย้อนจากห้องขวามาห้องซ้าย
- อาการเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง
- อาการของภาวะหัวใจห้องขวาล้มเหลว เช่น ขาบวม 2 ข้าง, ท้องบวมน้ำ
- อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น อาการใจสั่น หน้ามืด เป็นลม
- อาการหัวใจด้านซ้ายล้มเหลว คนไข้จะมีอาการเหนื่อยนอนราบไม่ได้
...
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
- กลุ่มที่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดตั้งแต่เด็ก
ถึงแม้คนไข้กลุ่มนี้จะได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดตั้งแต่เด็กและไม่มีอาการผิดปกติ คนไข้ก็ควรต้องติดตามอาการ และพบแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากพบว่ามีคนไข้จำนวนหนึ่ง เกิดปัญหาการรั่ว หรือการตีบของหัวใจบริเวณที่ผ่าตัด โดยเฉพาะลิ้นหัวใจด้านขวาที่ชื่อลิ้นพัลโมนิค (Pulmonic) ซึ่งปกติลิ้นหัวใจนี้เมื่อรั่วแรกๆ คนไข้จะไม่มีอาการอะไร ถ้าไม่ได้รับการตรวจด้วย echocardiography ก็จะไม่รู้ว่าลิ้นหัวใจรั่ว แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ คนไข้ก็จะมีภาวะหัวใจห้องขวาโต และหัวใจข้างขวาล้มเหลว ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่
นอกจากนี้ผลของการผ่าตัด อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยที่คนไข้ไม่รู้ตัว ถ้าไม่ได้รับการตรวจเช็กทุกปี โดยการตรวจคลื่นหัวใจ (EKG) ดังนั้นผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว ควรต้องมีการตรวจคลื่นหัวใจ และทำ echocardiography เพื่อดูการทำงานของหัวใจอย่างสม่ำเสมอ
การรักษา
โดยทั่วไปการรักษาภาวะลิ้นหัวใจ pulmonic รั่ว คือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจใหม่ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน คนไข้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ แต่แพทย์สามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยใส่ลิ้นหัวใจใหม่เข้าไปวางบริเวณลิ้นเก่าโดยใส่ผ่านทางหลอดเลือดดำทางขาหนีบ ด้วยวิธีนี้ทำให้คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลนาน มีแผลขนาดเล็ก และไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
หากคนไข้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (sudden cardiac death) แพทย์จะทำการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (AICD) ซึ่งเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติกระตุ้นหัวใจทันทีที่หัวใจมีภาวะการเต้นผิดจังหวะ เพื่อช่วยลดอัตราการตาย ในทางกลับกัน ถ้าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากหัวใจเต้นช้าผิดปกติ จะทำการฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ (pace maker) เพื่อทำให้หัวใจกลับมาเต้นในจังหวะที่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
สำหรับคนไข้หัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ที่เกิดภาวะหัวใจวาย แพทย์จะให้ยาเพื่อปรับสมดุล ภาวะฮอร์โมนของหัวใจ เพื่อลดอัตราการเกิดหัวใจวาย
ยังมีเรื่องราวความน่าสนใจของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอีกกลุ่มหนึ่ง รอติดตามสัปดาห์หน้านะคะ
-------------------------------------------------
แหล่งข้อมูล
ผศ.พญ.ธารินี ตั้งเจริญ สาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล