ข่าว
100 year

สมาร์ทไลฟ์ : "ดิจิทัลแมมโมแกรม&อัลตราซาวนด์" ลดเสี่ยง...มะเร็งเต้านม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ย. 2562 05:08 น.
SHARE

ไต่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับมะเร็งในผู้หญิงไทยและทั่วโลก สำหรับ...มะเร็งเต้านม

ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก ระบุว่า พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลก ปีละ 2,088,849 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม ประมาณกว่า 600,000 รายต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของผู้หญิงไทย พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมจะเสียชีวิต เนื่องจากพบการเกิดโรคในระยะลุกลาม

แม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ที่สามารถรักษามะเร็งหลายชนิดให้หายขาดได้ แต่การตรวจคัดกรองเพื่อลดอัตราเสี่ยงยังคงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากกว่า

นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ แพทย์ศัลยกรรมมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถ บอกว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เนื้อเยื่อเต้านมเจริญเติบโตผิดปกติ และร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตที่ผิดปกตินั้นได้ ทําให้เซลล์เหล่านั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็งและโตอย่างรวดเร็ว

“มะเร็งเต้านมเป็นเซลล์มะเร็งที่เกิดกับอวัยวะภายนอก สามารถคลำหาได้ด้วยมือ ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมมากกว่า 85% มักจะมาพบแพทย์หลังจากคลำพบก้อนที่เต้านมแล้ว ซึ่งมักจะไม่ใช่มะเร็งระยะเริ่มต้น” คุณหมอสาธิตบอก

ทั้งนี้ ระยะของมะเร็งเต้านมแบ่งออกเป็นระยะ 0 ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของเซลล์มะเร็ง ยังไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อของเต้านม ระยะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้

คุณหมอสาธิต ให้ข้อมูลว่า มะเร็งเต้านมระยะแรกคือระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งจะมีขนาดไม่ใหญ่และไม่มีการลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง หรือเริ่มมีก็เพียงเล็กน้อย ส่วนระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งเริ่มมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เซนติเมตร มีการลุกลามมาที่ผิวหนัง มีแผลลุกลามไปที่ผนังทรวงอก หรือลุกลามเข้าไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หลายต่อมแล้ว แต่ก็ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น และระยะที่ 4 มะเร็งได้แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่ระยะ 0 ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้

“หากพบก้อนมะเร็งที่ขนาดไม่ถึง 1 เซนติเมตร เปอร์เซ็นต์ที่จะรักษาหายมีถึง 95% แต่ถ้าเข้าสู่ระยะที่ 1 ที่ก้อนมะเร็งมีขนาด 1-2 เซนติเมตรแล้ว โอกาสหายจะลดลงเหลือเพียง 80% เท่านั้น ยิ่งก้อนมะเร็งใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่เซลล์มะเร็งจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่นก็ยิ่งมีมากขึ้น” แพทย์ศัลยกรรมมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ บอกและว่า ยิ่งตรวจพบมะเร็งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสหายขาดได้มากเท่านั้น

คุณหมอสาธิต บอกว่า วิธีที่จะช่วยให้พบเซลล์มะเร็งได้เร็ว ก็คือการตรวจด้วย เครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ (digital mammogram and ultrasound) ที่สามารถหาเซลล์ที่ผิดปกติได้ตั้งแต่ขนาดเล็กในระดับมิลลิเมตร เมื่อพบบริเวณก้อนเนื้อต้องสงสัยแล้วตรวจเพิ่มเติมด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อก็จะวินิจฉัยได้ว่าก้อนเนื้อนั้นเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่

“การตรวจด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมเป็นเทคโนโลยีการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษ มีประสิทธิภาพสูงในการตรวจหา ความผิดปกติของเต้านมแม้เพียงขนาดเล็กแค่ระดับมิลลิเมตร โดยปกติจะใช้เวลาตรวจ 5-10 นาที โดยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมจะกดเต้านมไว้ประมาณ 5 วินาที ภาพที่ได้จากการตรวจมีความละเอียดและความคมชัดสูง ช่วยแพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างชัดเจนขึ้น”

แพทย์ศัลยกรรมมะเร็งเต้านม รพ.วัฒโนสถ อธิบายว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ นอกเหนือจากการมีญาติสายตรงใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งเต้านมแล้ว การมีการกลายพันธุ์ของยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในครอบครัว ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งเช่นกัน ยีน BRCA เป็นชื่อของยีนที่ทําหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์ (Tumor suppressor gene) มี 2 ชนิด คือ BRCA 1 และ BRCA 2 หากยีนทั้ง 2 ชนิดนี้มีการกลายพันธุ์ จะสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อ-แม่ สู่ลูกได้โดยตรง ส่งผลให้เพิ่มโอกาสการเกิดเป็นโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ในผู้หญิง

คุณหมอสาธิต บอกว่า ถ้ามีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 1 ในผู้หญิง โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี จะสูงถึง 60-80% ถ้ามีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA 2 ในผู้หญิง โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี สูง 50-70% และประมาณ 5-10% ที่สามารถเป็นมะเร็งเต้านม และ 10-15% สามารถเป็นมะเร็งรังไข่ได้โดยการถ่ายทอดการกลายพันธุ์ของยีนชนิด BRCA 1 และ BRCA 2 ทำให้ญาติสายตรงมีโอกาสที่จะได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมดังกล่าว และเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งทั้ง 2 ชนิด มากกว่าคนทั่วๆไป

แพทย์ศัลยกรรมมะเร็งเต้านม ยังบอกด้วยว่า การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ต่อการเป็นมะเร็งเต้านม จึงเป็นการตรวจเพื่อหาความผิดปกติของยีน BRCA ที่สามารถทําได้โดยการตรวจเลือดโดยแพทย์ด้านพันธุศาสตร์มะเร็ง หากผลตรวจพบว่ามีความผิดปกติของยีนเหล่านี้ก็จะสามารถวางแผนจัดการเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม หรือช่วยให้ตรวจพบได้เร็วที่สุด เพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หากมีการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น มีโอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปีถึง 98% ถ้าตรวจเจอตอนก้อนมะเร็งกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้ว โอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปี จะลดลงเหลือเพียง 84% และถ้าตรวจเจอตอนมะเร็งแพร่กระจายไปแล้ว โอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปี มีเพียง 23% เท่านั้น ซึ่งการที่ตรวจพบมะเร็งเต้านมในช่วงที่ยังไม่แพร่กระจายจะทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงมากขึ้นด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งเต้านมสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติองค์การอนามัยโลกสาธิต ศรีมันทยามาศโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถโรงพยาบาลวัฒโนสถสมาร์ทไลฟ์สุขภาพกาย/ใจ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้