ข่าว
100 year

เปิบอาหาร "ปิ้ง-ย่าง-หมัก-ดอง-ทอด" เสี่ยง…มะเร็งกระเพาะอาหาร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ก.ย. 2562 05:02 น.
SHARE

หนึ่งในมะเร็งที่ติดอันดับ 1 ใน 10 มะเร็งที่คนไทยเป็นกันมากคือมะเร็งกระเพาะอาหาร ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN) 2018 ระบุว่า มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 3 ของการตายจากโรคมะเร็งทั้งหมดทั่วโลกและมีอุบัติการณ์เป็นอันดับที่ 5 ของโรคมะเร็งทั้งหมดด้วย

และ ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ ให้ข้อมูลว่า ในวันที่ 2 ตุลาคมทั่วโลกมีการรณรงค์เรื่องโรคกระเพาะอาหาร (World stomach day) เนื่องจากเป็นโรคที่พบมาก ใกล้ตัวเรามากและโรคมะเร็งกระเพาะอาหารก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อยๆ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้มีหลายปัจจัย เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรียและการรับประทานอาหารที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดมะเร็ง

สำหรับการติดเชื้อ ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori. (H.pylori) ซึ่งเชื้อแบคทีเรียตัวนี้เมื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารจะสร้างสารพิษ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็ก ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของเซลล์ กลายเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในที่สุด ทั้งนี้ มะเร็งกระเพาะอาหารจะพบ ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และที่สำคัญที่สุด พบความเสี่ยงของโรคนี้ในคนที่มีเลือดกรุ๊ป A มากกว่ากรุ๊ปอื่นๆถึง 20%

คุณหมอธีรวุฒิ บอกว่า อาหารที่กระตุ้นการอักเสบเรื้อรังของกระเพาะอาหาร มีหลายกลุ่ม เช่น อาหารที่มีสารกลุ่ม Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH) ปนเปื้อน ซึ่งพบในส่วนที่ไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง ย่าง รมควัน, อาหารที่มีสารโพลาร์ จากการใช้น้ำมัน ทอดซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง, อาหารอบกรอบ ทอด ปิ้ง คั่ว, อาหารที่มีสารไนโตรซามีน พบในของหมักดอง, อาหารปิ้งย่าง, อาหารเค็มจัด, อาหารจากเนื้อสัตว์ที่ประกอบอาหารด้วยการผ่านความร้อน เช่น อบ ย่าง ต้ม หรือทอด ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหาร มากน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะของการให้ความร้อน และ ปัจจุบัน เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งประเภทที่หนึ่ง ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหารเช่นกัน

“นอกจากอาหารแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุที่มากขึ้นก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เชื้อชาติ ที่พบว่าชาวเอเชียเป็นโรคนี้มากกว่าชาวตะวันตก โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน” คุณหมอธีรวุฒิ บอกพร้อมกับให้ข้อมูลว่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือมะเร็ง GIST จากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะอาหารโดยไม่มีสาเหตุ และที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ พบว่าพันธุกรรมหรือการที่คนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นมะเร็งกระเพาะ อาหาร จะมีความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะ อาหารสูงถึง 10 เท่า และผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารก็จะมีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

ผอ.รพ.วัฒโนสถ ยังอธิบายถึงอาการของมะเร็งกระเพาะอาหาร ว่า เนื่องจากในระยะเริ่มต้นของโรคมักไม่แสดงอาการใดๆ สำหรับอาการในระยะที่เป็นแล้วแต่ยังไม่ลุกลาม ที่พบบ่อย คือ อาหารไม่ย่อย, ไม่สบายช่องท้อง, ท้องอืด, จุก, แน่นท้อง, คลื่นไส้, เบื่ออาหาร, น้ำหนักลด อาจมีอาการปวดแสบ ปวดร้อนที่หน้าอกด้วย ทั้งนี้ในช่วงแรกที่มีอาการ อาการจะคล้ายโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหาร แพทย์จะให้รับประทานยาฆ่าเชื้อ หากไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ หรืออาการกำเริบเมื่อครบ 6-8 สัปดาห์ของการรักษาจำเป็นจะต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อการรักษาในขั้นต่อไป ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะบวกกับมีอาการอื่นที่เป็นสัญญาณอันตราย เช่น น้ำหนักลด ถ่ายดำหรือเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด กลืนลำบาก ควรรับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร

“มะเร็งระยะเริ่มแรกที่ยังอยู่ที่ผิวเยื่อบุส่วนมากตัดออกโดยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร และมะเร็งที่ยังอยู่เฉพาะที่กระเพาะอาหาร แพทย์อาจผ่าตัดส่วนที่เป็นมะเร็งออกไป โดยเป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหารและการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่มีการกระจายของโรคมะเร็ง จากนั้นอาจให้ยาเคมีบำบัดหลังผ่าตัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หรือหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย” คุณหมอธีรวุฒิบอกและว่า แต่หากเป็นระยะลุกลามมากแล้ว แพทย์จะให้เคมีบำบัดเป็นหลัก ร่วมกับการฉายรังสีรักษาในบางครั้ง หากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะใช้การผ่าตัดรักษา มะเร็งระยะที่มีการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง หากแพทย์ใช้การผ่าตัดเพียงอย่างเดียว มะเร็งมีโอกาสกลับมาอีกมากกว่า 2 ใน 3 มะเร็งกลับเป็นซ้ำที่เดิมหรือลุกลามไปอวัยวะอื่น

สำหรับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถทำได้โดยซักประวัติและอาการต่างๆ ตรวจร่างกาย โดยตรวจดูลักษณะก้อนและสิ่งผิดปกติในช่องท้อง, ตรวจหาต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า, ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และวิธีที่แนะนำในการตรวจวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหารให้ได้ผลชัดเจนมากกว่า 95% คือ การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ทำให้เห็นภายในกระเพาะอาหารทั้งหมด รวมถึงบริเวณที่ผิดปกติ การส่องกล้องตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง, ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง ช่วยให้เห็นพยาธิสภาพของกระเพาะอาหาร ตรวจดูการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะต่างๆในช่องท้อง, ตรวจหาการแพร่กระจาย โดยการสแกนกระดูก ด้วย PET/CT Scan, ตรวจหาเชื้อ H.pylori โดยการส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อ ตรวจหาภูมิคุ้มกัน ฯลฯ

มีคำถามว่า หากเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารแล้ว รักษาได้หรือไม่อย่างไร ผอ.รพ.วัฒโนสถ บอกว่า การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารทำได้โดยผ่าตัด ให้เคมีบำบัด และฉายรังสีรักษา และปัจจุบัน มียารักษาแบบพุ่งเป้าไปเฉพาะเซลล์มะเร็ง และภูมิคุ้มกันบำบัดมาช่วยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น แต่การรักษาขึ้นอยู่กับระยะ อาการ และความรุนแรงของผู้ป่วย

สำคัญมากที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารเมื่อถึงวัยที่เหมาะสม หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ถ้ามีอาการทางกระเพาะ ร่วมกับมีสัญญาณอันตรายดังกล่าวข้างต้น ควรรับการส่องกล้องกระเพาะ อาหาร และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง คือหนทางการดูแลป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะยาว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรคมะเร็งมะเร็งกระเพาะอาหารธีรวุฒิ คูหะเปรมะโรคกระเพาะอาหารอาหารปิ้งย่างสมาร์ทไลฟ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้