Thairath Logo
กีฬา

สารฆ่าหญ้าไกลโฟเซต ก่อมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ตอนที่ 1)

Share :
line-share-logo

ปมสารฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ยังสร้างความสับสน เพราะมีการออกมาให้ความรู้ไม่ตรงกัน ขอตอบในฐานะคนที่มีความรู้และเป็นกลางที่สุด ไม่ได้มีผลได้ผลเสียใดๆ ยกเว้นมีผลได้กับสุขภาพคนไทย ถ้าตระหนักว่ามีอันตรายอย่างแน่นอน และต้องยกเลิกการใช้ให้เร็วที่สุด จึงทำให้ต้องยืนหยัดสู้มาตลอด

ผมขอรวบรวมเรียบเรียงเรื่องนี้จากบทความ Exposure to Glyphosate-Based Herbicides and Risk for Non-Hodgkin Lymphoma : A Meta- Analysis and Supporting Evidence ทั้งนี้ เป็นการรวบรวม ข้อมูลความเชื่อมโยงการใช้สารเคมีฆ่าวัชพืช ไกลโฟเซตที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 41% โดยคณะผู้ทำงานจากหลายมหาวิทยาลัยได้แก่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตันซีแอตเติลและโรงเรียนแพทย์ icahn ที่เมาท์ไซนาย นิวยอร์ก งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ซึ่งเป็นการวิจัยที่แม่นยำที่สุดและมีน้ำหนักที่สุดในหมู่งานวิจัยเริ่มจากเท้าความว่าทำไมกลุ่มนี้ถึงสนใจเรื่องนี้ ก็เพราะการใช้สารเคมีตัวนี้ในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 16 เท่าในระหว่างช่วงปี 1992 ถึงปี 2009 โดยเฉพาะหลังจากที่มีการนำสารเคมีตัวใหม่ซึ่งสามารถกำจัดวัชพืชที่ดื้อไกลโฟเซตได้ในปี 1996

ดังนั้นผลิตภัณฑ์ทางเกษตรจึงมีโอกาสที่จะมีสารเคมีเหล่านี้ตกค้างเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่ควบคุมสารเคมีเหล่านี้ตอบสนองโดยการเพิ่มระดับที่ยอมรับได้ของสารเคมีเหล่านี้ขึ้นไปอีก

สารเคมีตัวนี้ปะปนอยู่ในอาหาร น้ำและฝุ่น ซึ่งหมายความว่าทุกคนจะได้รับไปโดยปริยายและแม้แต่ผู้ที่มิได้ทำการเกษตรกรรม โดยได้รับทางการกินอาหารและจากการสัมผัสกับดินฝุ่น รวมทั้งการดื่มน้ำและใช้น้ำอาบที่มีสารเคมีเหล่านี้ ในพืชสารเคมีตัวนี้สามารถถูกดูดซึมและส่งต่อไปยังส่วนของพืชที่ใช้เป็นอาหาร และยังพบได้ในปลา ผลไม้ เบอร์รี ผัก และในธัญพืชต่างๆ

การที่ใช้สารเคมีตัวนี้ในช่วงระยะเวลาไม่นานนักก่อนที่จะมีการเก็บเกี่ยว จะทำให้มีโอกาสเพิ่มการปนเปื้อนเข้าไปในพืชพันธุ์ธัญญาหารมากขึ้นและไม่สามารถถูกทำลายจากการอบให้ความร้อนสูง ทั่วโลกมีการใช้สารเคมีตัวนี้มากกว่า 6 พันล้านกิโลกรัม

หลักฐานจากการวิจัยความเชื่อมโยงของสารเคมีตัวนี้กับการเกิดมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Non-Hodgkin lymphoma (NHL) ก่อนหน้านี้มีทั้งที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงและทั้งที่ไม่สามารถสรุปได้และเป็นที่มาของรายงานชิ้นนี้ของคณะผู้วิจัย โดยการใช้ข้อมูลล่าสุดของ Agricultural Health Study cohort (ABS) มาทำการอภิมาน วิเคราะห์ meta-analysis นอก จากนั้นยังได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวข้องกับกลไกการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในสัตว์ทดลองที่แสดงถึงความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็งในมนุษย์

งานวิเคราะห์ชิ้นนี้แตกต่างจากบทความทางวิชาการก่อนหน้านี้ ทั้งนี้โดยที่มุ่งเฉพาะเจาะจงถึงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบของการสัมผัสกับความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโดยคำนึงถึงระดับที่ได้รับ ระยะเวลาที่ได้รับที่นานขึ้น และ/หรือระยะเวลาในการก่อตัวของโรค ที่จะต้องทอดเวลาไปนานพอสมควร ที่จะทำให้มีการพัฒนาการเกิดมะเร็ง (Higher and longer cumulative exposures during a biologically relevant time window)

รายงานของ AHS cohort 2018 รวบรวมผู้ใช้สารเคมีนี้มากกว่า 50,000 คน และมีการติดตามต่อเนื่องเพิ่มขึ้นอีก 11 ถึง 12 ปี และพบผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มากกว่าห้าเท่าของที่มีรายงานก่อนหน้า (575 ราย เทียบกับ 92 ราย)

การวิเคราะห์อภิมานในบทความนี้ยังได้ใช้รายงาน 866 ชิ้น และคัดกรองจนเหลือเพียง 16 ชิ้นที่มีรายละเอียดและข้อมูลเพียงพอ โดยใช้ข้อกำหนดประเด็นดังกล่าวข้างต้น แต่ในขั้นท้ายสุดจะเหลือหกรายงาน ทั้งนี้ เนื่องจากในรายงานอื่นที่ตัดออกไม่ได้มีข้อมูลในเรื่องของ relative risk หรือ odds ratio และไม่มีข้อมูลเรื่องของชนิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ผลที่ได้จากการวิเคราะห์อภิมานตามที่ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้น รวมถึงผลจากการศึกษาของ AHS 2018 แสดงให้เห็นได้ดังนี้คือ ประการที่หนึ่ง มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด NHL อย่างชัดเจนในกลุ่มผู้ใช้สารเคมีที่มีระดับสัมผัสสูง (meta RR=1.41, 95% CI : 1.13-1.75) ประการที่สอง ข้อมูลวิเคราะห์มีความคล้องจองเนียนกับผลที่ได้จากการวิเคราะห์อภิมานก่อนหน้านี้ และประการที่สามคือ ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มเติมจากเดิม 11 ถึง 14% และทำให้ค่าความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งชนิดดังกล่าวสูงขึ้นไปจากเดิมอีก 15 ถึง 18%

ดังนั้น คณะผู้ทำการศึกษาวิจัยจึงสามารถทำการสรุปได้ว่าผลการวิเคราะห์ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันจนกระทั่งถึงการวิเคราะห์นี้ได้ผลมาในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือการสัมผัสกับสารเคมีชนิดนี้จะทำให้มีความเสี่ยงของการเกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง NHL สูงขึ้น

คณะผู้วิจัยยังได้มีความระวังว่าผู้ที่ใช้สารเคมีจะเป็นกลุ่มที่ใช้ทั้งไกลโฟเซตอย่างเดียว และไกลโฟเซตสูตรใหม่ในชื่อการค้า Roundup หรือ Ranger Pro ดังนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่ามีสารประกอบอย่างอื่นที่ไม่ใช่ไกลโฟเซตที่ทำให้เกิดมะเร็ง ดังนั้น จึงได้ทำการสืบสวนหาความเชื่อมโยงในด้านเป็นเหตุเป็นผลที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสไกลโฟเซตกับการเกิดโรคมะเร็งดังกล่าว

สัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อถึง... อันตรายที่น่าสะพรึงกันครับ.

หมอดื้อ

อ่านเพิ่มเติม...
พาราควอตสารเคมีทางเกษตรมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสารฆ่าหญ้าไกลโฟเซตไกลโฟเซตสุขภาพหรรษาหมอดื้อ