ข่าว
100 year

5 "อาหาร" กินแล้ว "แก่เร็ว" เมนูต้องห้ามสำหรับผู้หญิง!

ไทยรัฐออนไลน์4 ม.ค. 2562 06:05 น.
SHARE

สาวๆ คนไหนที่รู้สึกว่าหน้าโทรม ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวกายก็หมอง ไม่สดใสเปล่งปลั่ง มือเหี่ยว คอเหี่ยว ดูเหมือนคนสูงวัย ทั้งๆ ที่อายุเพิ่งจะยี่สิบปลายๆ หรือสามสิบต้นๆ เท่านั้น หรือนี่อาจเป็นเพราะสุขภาพไม่ดีจากภายใน? อาเป็นเพราะคุณกิจ "อาหาร" ที่ทำให้ "แก่เร็ว"

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ ชวนมารู้จักการดูแลสุขภาพจากภายใน ให้ร่างกายแข็งแรง ส่งผลออกมาถึงผิวพรรณภายนอกและสุขภาพโดยรวม หนึ่งในการดูแลสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจาก 'อาหาร' ที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันนี่แหละ

รู้หรือไม่? มีอาหารอยู่ 5 ประเภท หากกินเยอะๆ กินบ่อยๆ ก็จะทำให้แก่เร็วเกินอายุจริง โดย วนะพร ทองโฉม นักวิชาการฝ่ายโภชนาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า อาหารที่ทำให้แก่เร็ว เป็นกลุ่มอาหารที่ทำลายสุขภาพของคนไทย แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

1. เครื่องดื่มน้ำตาลสูง

กลุ่มแรก ก็คือ คาร์โบไฮเดรตขัดขาว รวมถึงน้ำตาลทรายขัดขาว การได้รับมากเกินไปจะทำให้แก่เร็วขึ้น อย่างน้ำตาลในชา กาแฟ ที่เรากินทุกเช้า ใส่น้ำตาลมากถึง 12 ช้อนชาต่อแก้ว (16 ออนซ์) หรือน้ำอัดลม มีน้ำตาลอยู่ 7 ช้อนชาต่อ 1 กระป๋อง และน้ำผลไม้มีน้ำตาลอยู่ 6 ช้อนชาต่อแก้ว

ถ้าเราได้รับน้ำตาลมากเกินไป เมื่อเข้าไปในร่างกายก็จะไปจับกับโปรตีน แล้วเกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น ก่อให้เกิดสารเร่งแก่ ที่เรียกว่า Advanced Glycation End Products (AGEs) ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่มากเกินไป ทำให้คอลลาเจนขาดความยืดหยุ่น เป็นที่มาของความแก่ได้

สำหรับการรับประทานน้ำตาลให้เหมาะสม คือ 10% ของพลังงานที่เราใช้ทั้งวัน หรือคิดง่ายๆ คือ ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เฉลี่ย 2 ช้อนชาต่อมื้อ

2. อาหารกลุ่มปิ้ง ย่าง ทอด

อาหารกลุ่มปิ้งย่าง และอาหารทอด ก็มีปัจจัยเร่งให้เกิดสารเร่งแก่มากขึ้น เช่น ไก่ทอดมีสารเร่งแก่มากกว่าไก่ต้ม 9 เท่า ส่วนมันฝรั่งทอด (เฟรนช์ฟราย) มีสารเร่งแก่มากกว่ามันฝรั่งต้ม มากถึง 90 เท่า

ถ้าจะทานของทอด ให้หลีกเลี่ยงกระบวนการทอดซ้ำ ส่วนอาหารปิ้งย่างให้ใช้ใบตองหรือแผ่นฟอยล์ห่อหุ้มเนื้อสัตว์ก่อนนำไปย่าง เพื่อลดอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็งที่มาจากคราบเขม่าไหม้ดำ จึงช่วยลดสารเร่งความแก่ได้

วิธีที่แนะนำในการปรุงอาหาร คือ ใช้อุณหภูมิความร้อนพอดีๆ ไม่ร้อนจัด เน้นการปรุงแบบต้ม นึ่ง ผัด ก็จะช่วยป้องกันทั้งสารก่อมะเร็ง และสารเร่งแก่ได้

3. ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์

การกินอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และภาวะการอักเสบขึ้นภายในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันทรานส์ เช่น เนยเทียม ครีมเทียม และของทอดที่เราซื้อจากนอกบ้าน (ไขมันทอดซ้ำ) ถือว่าเป็นไขมันทรานส์ทั้งนั้น

รวมถึงไขมันอิ่มตัว คือ ไขมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เหล่านี้ก็เป็นตัวการกระตุ้นให้เกิด 'สารเร่งแก่' ได้มากเช่นกัน 

นอกจากนี้ก็ยังมีพวกไขมันอิ่มตัวแฝง ก็คือ เนื้อสัตว์แปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก หมูยอ แฮม เบคอน กุนเชียง ฯลฯ ไขมันเหล่านี้จะแทรกซึมลงไปตามเซลล์ผิวหนังของเรา ทำให้ผิวหนังของเราได้รับประโยชน์ได้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความแก่ขึ้นมาได้ 

คำแนะนำสำหรับการบริโภคไขมัน คือ ให้ทานได้ไม่เกิน 30% ของพลังงานทั้งวัน หรือคิดง่ายๆ คือ ไม่ควรบริโภคน้ำมันเกิน 6 ช้อนชา ต่อ 1 วัน เฉลี่ย 2 ช้อนชาต่อมื้อ

และควรเลือกรับประทานน้ำมันที่มีคุณภาพ เป็นกลุ่มน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันเมล็ดชา

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในทางโภชนาการ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นพลังงานว่างเปล่า กินเข้าไปแล้วร่างกายไม่สามารถเอามาใช้เป็นพลังงานได้ พอใช้ไม่ได้ มันก็เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งไขมันสะสมนี้ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินไป ความแก่ก็ตามมาเร็ว

นอกจากนี้ แอลกอฮอล์จะไปขัดขวางการดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเหล่านั้นไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้นไปอีก ดังนั้นถ้าใครยิ่งดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นประจำก็จะยิ่งทำให้แก่เร็ว

5. อาหารปนเปื้อนสารพิษ

กลุ่มอาหารปนเปื้อนสารเคมี สารพิษ เช่น อาหารที่มีการปนเปื้อนสารตะกั่ว เช่น อาหารริมทางที่ไม่มีภาชนะคลุมปิดให้มิดชิด หรือพวกอาหารหมักดองต่างๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรียก่อโรค เมื่อร่างกายได้รับเข้าไป ร่างกายเกิดกระบวนการกำจัดสารพิษ ซึ่งกระบวนการนี้จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระสูง เป็นสาเหตุของการแก่เร็วนั่นเอง.

ที่มา : Mahidol Channel

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กินแล้วแก่เร็วอาหารแก่เร็วสุขภาพอาหารกินแล้วแก่

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้