ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณฯ พร้อม จิตตินันท์ หวั่งหลี บอสใหญ่ฟิวเจอร์พาร์ค (ที่ 3 และ 4 จากซ้าย) และรัตนา อนันทนุพงศ์ (ขวาสุด) ต้อนรับ ดร.มนูญ มุกข์ประดิษฐ์.

รถโบราณและรถคลาสสิก ยังคงเป็นอมตะและได้รับความสนใจจากนักเลงรถตลอดกาล ด้วยเหตุนี้ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นครั้งแรก จัด "งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 34" (The Glossy  Heritage  Awards 2010) ขึ้นที่ Alive Park Hall ชั้น G ของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เมื่อเร็วๆนี้ โดยมี ดร.มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงาน


ในฐานะนายกสมาคมรถโบราณฯ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ กล่าวว่า รถโบราณและรถคลาสสิกส่วนใหญ่มีจุดเด่นที่รูปลักษณ์และสมรรถนะ ซึ่งเป็นอมตะเหนือกาลเวลา ไม่ว่าคนรุ่นไหนสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ จึงได้กำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า "คงอยู่ในความเปลี่ยนแปลง" โดยปีนี้มีรถเข้าร่วมประกวดในประเภทต่างๆ รวมทั้งหมด 89 คันด้วยกัน อาทิ รถโบราณก่อนปี 1940, รถหลังสงครามโลกครั้งที่ 2, รถคลาสสิก, รถจำลองผลิตเลียนแบบรถโบราณ, รถจากัวร์ เป็นต้น

...


จอห์น สมิธ และภรรยา สุวิภา นุชพัฒน์ ภูมิใจกับรถโบราณดาร์รักค์ ซือเรสน์ อายุกว่า 100 ปี ที่สะสมไว้.

สำหรับไฮไลต์รถยนต์โบราณ ที่หาดูได้ยาก ได้แก่ รถ Bugatti Type 57 รุ่นปี 1938 เป็นรถยนต์ของประเทศฝรั่งเศส จากโรงงาน Bugatti ที่มีชื่อเสียงในการผลิตรถแข่ง และรถ Darracq Famous Fifteen ปี 1904 ซึ่งได้รับการจารึกเป็นรถเก่าแก่ก่อนยุคสงครามโลก ครั้งที่ 1 ที่มีหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่คันในโลก โดยรถทั้ง 2 คันนี้ เป็นของ มร.จอห์น สมิธ ชาวอังกฤษ ซึ่งชอบสะสมของเก่าและรถโบราณมายาวนาน โดยบอกว่าเก็บสะสมรถยนต์โบราณมาตั้งแต่ตอนอายุ 21 ปี จนปัจจุบัน


เป็นเวลากว่า 45 ปีแล้ว เป็นคนชอบของเก่า ไม่ว่าจะเป็นรถหรือข้าวของเครื่องใช้โบราณ ไม่ชอบอะไรที่ทันสมัย รถยนต์ที่สะสมนั้นมีอยู่ 40-50 คัน เก็บเอาไว้ที่บ้าน 3 แห่ง คือประเทศไทย, อังกฤษ และออสเตรเลีย กว่าจะได้รถมาคันหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องอาศัยเวลา บางทีได้มาแค่โครงรถ ส่วนเครื่องยนต์ก็หาไปเรื่อยๆจนครบประกอบเป็นคันและวิ่งใช้งานได้ การได้สะสมของพวกนี้นับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง.