กำลังเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงในแวดวงครีเอทีฟอุปกรณ์เครื่องเขียนและของที่ระลึกระดับพรีเมี่ยม!! หมวย-น้ำค้าง ปริวุฒิพงศ์ ตากล้องชั้นครู ที่นำเอาจุดเด่นของความเป็นศิลปินที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด มาผสมผสานเข้ากับธุรกิจใหม่ รับผลิตของระดับพรีเมี่ยมได้อย่างลงตัว จนสามารถคว้ารางวัล D MARK จากกรมส่งเสริมการส่งออก และ Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น ช่วยการันตีคุณภาพสินค้าที่เธอออกแบบหมวย ยอมรับว่า ความจริงแล้วเธอไม่เคยคิดทำธุรกิจมาก่อนเลย แม้จะมีคุณพ่อ วิรุฬ ปริวุฒิพงศ์ เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆหลายแห่ง เพราะนับแต่เรียนจบปริญญาโทด้านมีเดียอาร์ตจาก Royal Melbourne Institute ประเทศนิวซีแลนด์ หมวย ก็ยึดอาชีพการเป็นตากล้องมาตลอด ทั้งเป็นฟรีแลนซ์ถ่ายภาพให้แมกกาซีน ถ่ายภาพในงานโฆษณาชิ้นใหญ่ๆ และจัดแสดงผลงานภาพถ่ายของตัวเองในหอศิลป์และแกลเลอรี่ต่างๆเป็นประจำ

"พอทำงานถ่ายภาพมากๆก็ไม่ได้รู้สึกถึงกับเบื่อ แต่อยากเบรกงานนี้บ้าง เลยหันมาพับกระดาษเป็นโอริงามิ แล้วก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ จนเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์งานใหม่ขึ้นมา เป็นลักษณะกิ๊ฟแอนด์เดคอร์เรชั่น ภายใต้แบรนด์ TAXIDERMY ซึ่งพอได้ทำงานกระดาษ ก็ทำให้รู้ว่ามันมีเท็กเจอร์ มีเสน่ห์ไปอีกแบบ จึงทำผลงานไปฝากขายที่ Playhound มีทั้งสมุดโน้ต พอร์ตโฟลิโอ กล่องเก็บผลงาน เก็บสไลด์"

หมวย บอกถึงธุรกิจใหม่ที่เธอกำลังสนุกกับมัน จนขอวางมือจากการเป็นศิลปินถ่ายภาพชั่วคราว เพราะเกิดจากความชอบส่วนตัวที่อยากได้ของใช้บางอย่างในแบบที่ตัวเองต้องการ เช่น สมุดโน้ต หรือพอร์ตโฟลิโอ ที่มีกิมมิคเล็กๆน้อยๆแฝงอยู่ในแต่ละชิ้นงาน เมื่อทำแล้วได้ผลตอบรับกลับมาดี จึงขยายไลน์ออกมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีกระเป๋าสตางค์ และของพรีเมี่ยมต่างๆ แล้วแต่ว่าองค์กรใดจะออเดอร์ให้ทำอะไรงานที่ทำทุกวันนี้ เจ้าตัวยังยอมรับว่าไม่ต่างอะไรกับงานถ่ายภาพที่เคยทำอยู่ เพราะก่อนจะลงมือทำสินค้าชิ้นใดขึ้นมา ต้องมีการพูดคุยกับผู้มาติดต่อก่อนว่ามีความต้องการอย่างไร หรือมีความชื่นชอบในแนวไหน ซึ่งก็คล้ายกับงานถ่ายภาพ ที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าก่อนเช่นกันว่าต้องการให้งานออกมาแบบไหน หรือถ้าจะถ่ายนางแบบคนไหน ก็ต้องพูดคุยทำความรู้จักกับนางแบบคนนั้นก่อน เพื่อจะได้เข้าใจคอนเซปต์ของทั้งสองฝ่าย

วันนี้ถึงจะหันมาเอาดีทางธุรกิจ แต่ หมวย ก็ยอมรับว่า งานถ่ายภาพยังคงเป็นอะไรที่เธอรักและผูกพัน จึงไม่ทิ้งงานนี้เสียทีเดียว ทุกวันนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ขณะเดียวกันก็ค่อยๆก้าวย่างไปกับธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานสักเท่าไหร่ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเดินบนถนนสายนี้ แต่ หมวย ก็มีเป้าหมายชัดเจน ที่จะทำให้แบรนด์ TAXIDERMY เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยการเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้ได้รับรางวัลเป็นการการันตีฝีมือต่อไป อีกทั้งจะเป็นกำลังใจให้พัฒนาผลงานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะทุกวันนี้ นักออกแบบหรือนักครีเอทีฟไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติใดเลย!!!

...