ดร.อาณัติ อาภาภิรม ผู้บริหารบีทีเอส วัดความดันโชว์  พญ.มาลินี  สุขเวชชวรกิจ  รอง ผู้ว่าฯ กทม.

เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รถไฟฟ้าบีทีเอส ร่วมกับ วิทยาลัยการ แพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ โรงพยาบาลเอกเอกชนอีก 11 แห่ง จัดงาน "คลินิกลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ" ประจำปี 2553 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 8 โดยมี พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.อาณัติ อาภาภิรม ผู้บริหารบีทีเอส ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ เมื่อเร็วๆนี้

ภายในงานนอกจากจัดแสดงนิทรรศการพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ แล้ว  ยังมีบริการตรวจสุขภาพโดยแพทย์และบุคลากรทาง การแพทย์ให้กับประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ ตรวจคลื่นหัวใจ, ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด  ฯลฯ  อีกด้วย  พร้อมกันนี้ได้มีการเสวนาในหัวข้อ "ห่างไกลจากโรค Computer Vision Syndrome (CVS) และ Office Syndrome โรคธรรมดา..ที่ไม่ธรรมดาของคนเมือง" โดย นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)  ซึ่งบอกว่าโรค  CVS  เกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในลักษณะที่ไม่ ถูกต้องเป็นเวลานาน และในภาวะสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยจะมีอาการอาทิ  ปวดตา,  มองไม่ชัด, เคืองตา, ตาแห้ง เลยไปยังปวดหัว โรคนี้เป็นได้ทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ถ้าเล่นคอมพิวเตอร์ใกล้ๆนานๆ จะส่งผลทำให้เกิดสายตาสั้นได้ เพราะโครงสร้างการพัฒนาการมองเห็นยังไม่หยุดนิ่ง ฉะนั้นการจัดวางจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ที่เหมาะสมควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา 20 องศา และวางในระยะ ห่าง 1 ฟุตครึ่งถึง 2 ฟุตครึ่ง


ดร.อาณัติ (ที่ 3 จากซ้าย) ให้การต้อนรับ นพ.ภูวัตร จารุกำเนิดกนก, นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์, นพ.ภาษิต ไทรงาม, นงนาถ กมลาศน์ และอริสรา กำธรเจริญ.


นอกจากนี้ นพ.ภูวัตร จารุกำเนิดกนก จากโรงพยาบาลเดียวกัน ได้กล่าวเสริมว่า การใช้คอมพิวเตอร์นานๆจะทำให้ลืมการกะพริบตา เลยทำให้เกิดอาการตาแห้ง จึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ด้วยการพักสายตาทุกๆ 30 นาที ด้วยการหลับตาสัก 2-5 นาทีจะช่วยได้มาก ถ้ามีปัญหาตาแห้งมากๆ การใช้ยาหยอดน้ำตาเทียม ที่ไม่มีสารกันบูดสามารถช่วยได้

ส่วนปัญหาและอาการของโรคออฟฟิศ ซินโดรม นั้น นพ.ภาษิต ไทรงาม จากโรงพยาบาลเจ้าพระยา กล่าวว่า ตอนนี้โรคนี้มีคนเป็นมากขึ้น สาเหตุมาจากการปฏิบัติตนเอง เช่น การเดิน, นอน และนั่ง และการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การใส่รองเท้าส้นสูงเกินไป เป็นต้น โรคนี้จะค่อยเป็นค่อยไปส่งผลให้เกิดปัญหากระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูก ทำให้สมดุลร่างกายเสียไป กระดูกบิดเบี้ยว การป้องกันทำได้โดยจัดสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้ดี, มีการปรับ สายตาเป็นช่วงๆ, การยืนควรลงน้ำหนักบนเท้าทั้ง 2 ข้าง ให้เท่าๆกัน, การถือกระเป๋าไม่ควรถือใบใหญ่จนเกินไป หรือการสวมรองเท้าส้นสูงอยู่ตลอดเวลา ควรที่จะมีรองเท้าส้นเตี้ยอีกคู่เปลี่ยนบ้าง.

...