เป็นที่ถกเถียงกันอีกครั้ง หลังมีข่าวภัยคุกคามผู้หญิงมาในรูปแบบต่างๆ มากมาย ล่าสุด แพทย์จากกรมสุขภาพจิต ออกมาระบุตัวเลขที่น่ากลัวว่า ปัจจุบันจำนวนคนที่เป็น "โรคจิต" ที่เพิ่มขึ้นมากๆ แล้ว ดีกรีของการคุกคามยิ่งเพิ่มมากเรื่อยๆ เช่นกัน

แต่วันนี้หันรีหันขวางพวกเธอก็ยังมีแค่ 2 มือเปล่า ส่วนอุปกรณ์ป้องกันตัวเล็กๆ น้อยๆ อย่างสเปย์พริกไทย หรือ มีดปากกา กระทั่งอุปกรณ์มีฤทธิ์ร้ายอย่างเครื่องช็อตไฟฟ้า กลับผิดกฎหมาย จึงมีเสียงเรียกร้องให้แก้กฎหมายขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ป้องกันภัยให้กับผู้หญิงขึ้นมา

ส้ม-กรรณิการ์
ผู้ที่มีสเปย์พริกไทย และเครื่องช็อตไฟฟ้าพกอยู่ในกระเป๋า ซึ่งเคยถูกไอ้โรคจิต ที่แฝงมาในคราบของพระสงฆ์ลวนลามด้วยสายตา ที่สุดแล้วก็โผเข้ามาสวมกอดเอาดื้อๆ เมื่อหลายปีก่อน เล่าว่า เหตุการณ์ยังจำฝังใจ วันนั้นต้องตกอยู่ในความกลัวมาจนทุกวันนี้


"เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอก วันที่พระโรคจิตโผเข้ามากอดจนถึงวันนี้ แม้ว่าจะหลายปีมาแล้ว แต่มันยังทำให้เราต้องระวังตัวมากขึ้น เหตุการณ์วันนั้น โรคจิตในคราบพระสงฆ์เข้ามาสวมกอดแล้วก็เอาของลับมาถูหลัง ตอนนั้นช็อกหายใจไม่ออก ขาสั่นเพราะตกใจมากๆ แต่กลับร้องไม่ออก จนถึงวันนี้เรารู้เลยว่า จะให้ผู้หญิงทุกๆ คนใช้แค่ 2 มือเปล่าๆ เพื่อต่อสู้กับไอ้พวกหื่น ถามว่าแล้วเราจะชนะมันไหม แม้บางคนจะไปเรียนศิลปะป้องกันตัวมา แต่เอาเข้าจริง แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายได้ เรามองว่าไม่มีทาง"

กรรณิการ์ เสนอว่า กฎหมายควรมีอะไรเป็นหลักประกันให้ผู้หญิงหลายชีวิตที่ต้องเดินทางกลับบ้านดึกๆ อย่างการเดินทางเข้าไปในซอยเปลี่ยวๆ ได้อุ่นใจบ้างว่ามีสิ่งหรืออุปกรณ์ที่ป้องกันตัวได้ ไม่ใช่ตำรวจ กฎหมายกำหนดหมดว่า สเปย์พริกไทยก็ห้าม เครื่องช็อตไฟฟ้าก็ห้าม ปากกามีดก็ห้าม ปืนก็ห้าม บอกผิดกฎหมายหมด แต่สิ่งที่คาใจผู้หญิงทั่วไปก็คือ คุณจะต้องให้เราโดนรังแก โดนลากไปข่มขืน-ฆ่าตายในพงหญ้าอีกสักกี่ร้อยกี่พันศพ ผู้หญิงถึงจะมีสิทธิใช้เครื่องป้องกันชีวิต จากไอ้โรคจิตที่อยู่ในเงามืดที่ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะโผล่มา

"คนที่รู้จักก็เพิ่งโดนไอ้โรคจิตเข้ามาลวนลาม แต่ไม่มีอะไรจะต่อสู้กับมัน ทั้งๆ ที่พี่เขาเรียนยูโดมาก็ยังหวิดโดนไอ้พวกนี้ลากไปข่มขื่น แต่โชคดีที่มีคนมาช่วยเอาไว้ทัน ฟังเขาเรายังคิดเลยว่าวันหนึ่งถ้าเป็นคิวเรา คิวเพื่อนเรา คิวน้องสาว หรือคิวแม่เราแหละ ดังนั้นกฎหมายจะให้ความอุ่นใจด้วยการอนุญาตให้เราพกสิ่งหรืออุปกรณ์ที่จะรักษาชีวิตเราได้ไหม ไม่ใช่อ้างแต่ว่าผิดกฎหมายโดยไม่ทำอะไร ทำไมไม่เปิดคอร์สสอนวิธีใช้ หรือให้ลงทะเบียนซื้อ-ขายอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างถูกกฎหมาย ไม่ใช่ห้ามโดยให้เหตุผลว่า อุปกรณ์มันมี 2 คม คนร้ายอาจจะแย่งแล้วเอาไปทำอันตรายต่อเราได้ ทำไมคุณไม่คิดง่ายๆ ว่าขณะฉุกละหุกนอกจากมือเปล่าของผู้หญิง ก็ยังมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้บ้าง" กรรณิการ์ กล่าว

ด้าน อ้วน-อารีวรรณ จตุทอง ทนายความชื่อดัง ยอมรับว่า
ปัจจุบันการที่ไม่ให้ผู้หญิงพกพาอาวุธป้องกันตัวนั้น เป็นปัญหาที่ทำให้ผู้หญิงต้องตกอยู่ในอันตรายมากๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่คนมองข้ามไป ส่วนตัวเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการออกกฎหมายให้ผู้หญิงสามารถใช้อุปกรณ์ป้องกันชีวิตตัวเองได้เต็มตัว

"การเปิดประเด็นเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องท้าท้ายสำหรับผู้หญิงที่ต้องตกอยู่อันตรายมาตลอดมากมาย ซึ่งจริงๆ หากจะว่ากันด้วยตัวบทกฎหมาย หลักการแล้วการพกอุปกรณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ส่วนตัวคิดว่าควรจะมีข้อยกเว้นเหมือนกับที่มีข้อยกเว้นการพกปืนให้อุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น สเปย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ป้องกันตัวอื่นๆ ที่มีขายเถื่อนตามอินเทอร์เน็ต และท้องตลาดขึ้นมาอยู่บนดิน แล้วก็ขึ้นจับทะเบียนให้เรียบร้อยเหมือนกับการขอใบอนุญาตซื้อโทรศัพท์มือถือ"

อย่างไรก็ดี ทนายสาวชื่อดัง ยังเสนอไปไกลนอกจากขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องอีกว่า ให้ผู้มีอำนาจจัดทำหลักเกณฑ์ในการจดทะเบียนขอใบอนุญาตขึ้นมา

"อยากแนะนำว่าให้ทำคู่มือหรือจัดอบรบวิธีการใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเหล่านี้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญต้องมีการตรวจเช็คอุปกรณ์ป้องกันภัยต่างๆ ที่จำหน่ายออกไปให้มีมาตรฐานดี เพื่อเป็นหลักประกันระดับหนึ่งว่าผู้หญิงจะสามารถป้องกันชีวิตของตัวเองจากมิจฉาชีพ และพวกโรคจิตได้ถูกจุด และได้ใช้ของดี มีประสิทธิภาพเ พราะทุกวันนี้พอตกดึก หรือไปในที่ต่างๆ หรือไปในที่เปลี่ยวๆ ผู้หญิงเสียเปรียบทุกประตู"

ด้าน นายกอสิน ศุภฤทธิธำรง หนุ่มเจ้าของเว็บไซต์ Thaibodyguard.com ผู้จัดจำหน่ายสินค้าป้องกันตัวผู้หญิงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ทำให้อุปกรณ์ป้องกันตัวของผู้หญิงถูกกฎหมาย เพราะจากที่เปิดเว็บไซต์จำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันตัวผู้หญิงมา พบมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน

"สิ่งที่เราสัมผัสได้ก็คือวันนี้ความต้องการที่จะซื้ออุปกรณ์เหล่านี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้หญิงหลายคนกลับไม่รู้จักวิธีใช้อย่างเพียงพอ กรณีล่าสุด ผู้หญิงคนหนึ่งมาถามเราเรื่องเครื่องช็อตไฟฟ้าเพราะเขาบอกว่าจะเอาไปป้องกันตัว เราก็แนะนำว่าเครื่องช็อตไฟฟ้าเราไม่มีขาย แล้ว เพราะมันเป็นความเข้าใจผิดที่ว่า เครื่องช็อตไฟฟ้าสามารถหยุดการกระทำที่กำลังคุกคามได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่สามารถทำให้ผู้ที่เข้าคุกคามสลบได้ หรือกระทั่งเรื่องสเปย์พริกไทยที่ อย.ระบุว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย คำถามก็คือทำไมเราไม่ทำของที่มีประโยชน์เหล่านี้ให้ถูกกฎหมายแหละ แล้วก็ควบคุมและให้ความรู้ สอนวิธีใช้พวกเธออย่างถูกต้อง" นายกอสิน กล่าวสรุป.

...

สำหรับอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ยังถือว่าผิดกฏหมายมีมากมาย เช่น สเปย์พริกไทยแทบจะทุกชนิด ปากกามีด เครื่องช็อตไฟฟ้า มีดสปริง ปืนลูกดอก เป็นต้น