แม้จะมาอยู่ในเมืองไทยไม่กี่ปี แต่ เฟร็ดเดอร์ริก เบ็นสัน (Frederick Benson) ก็สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการ "น้ำหอม" เมืองไทยได้หลายริกเตอร์ ด้วยการจับเอาดาราเซ็กซี่ชื่อดัง มาทำน้ำหอมกลิ่นของตัวเอง อย่างการทาบเอาซูเปอร์สตาร์ค่าตัวมหาศาลอย่าง อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ และชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต ซึ่งรายหลังนี้กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

นอกจาก เรื่องไอเดียกับค่าตัวมหาศาล (ได้ยินมาแบบนั้น) แล้ว ไทยรัฐออนไลน์ ยังได้ชวนคุยในทุกๆ มุมมองตั้งแต่ เศรษฐกิจ การเมือง เรื่องกีฬา กระทั่งเรื่องปรัชญาการทำงาน ทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จเช่นวันนี้...


Q: ก่อนจะคุยเรื่องน้ำหอมกลิ่นดาราดัง ในฐานะที่คุณเป็นคนฝรั่งเศส เมืองขึ้นชื่อเรื่อง "น้ำหอม" ฟุตบอลโลกปีนี้อยากจะบอกอะไรกับพวกเขา


A:  (หัวเราะ) ผมคิดว่าประเทศสเปนปีนี้จะมาแรง แต่ก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่ว่าจะเชียร์ทีมอะไร ทีมนั้นตกรอบทุกที (หัวเราะ) อิตาลีก็ใช้ได้ แต่ปีนี้มีคนแก่อยู่ในทีมเยอะก็เลยคิดว่าไม่น่าจะได้แชมป์ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่มีทีมไหนไม่มีที่ชอบอะไรมาก

Q: คุณไม่ให้กำลังใจทีมฝรั่งเศสที่ฟอร์มกำลังย่ำแย่ หรือว่าเชียร์กลัวตกรอบ

A: (หัวเราะ)

Q: ตอนเด็กๆ คุณโดนเลี้ยงดูมายังไง ชอบน้ำหอมมาตั้งแต่เด็กๆ ไหม

A: ตอนเด็กๆ พ่อกับแม่ผมไม่ค่อยมีเวลา ก็เลยเลี้ยงโดยคุณยาย คุณตา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไรในชีวิต เพราะเติบโตมาด้วยความที่อบอุ่น มีพี่น้องที่เป็นฝาแฝดเป็นผู้หญิง แล้วก็มีน้องสาว น้องชายอีก ถือว่าก็มีฐานะทางบ้านด้วย ตอนเด็กก็ไม่ได้โดนตามใจมาตลอด ผมทำงานมาตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจน้ำหอมนะครับ เพราะที่บ้านผมเปิดร้านขายของคล้ายๆ กับซุปเปอร์มาเก็ต




Q: ความสนใจเรื่องน้ำหอมเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่


A: ความชอบน้ำหอมนี้มาจากคุณยาย แล้วคุณยายก็ชอบฉีดน้ำหอมบนผ้าเช็ดหน้า ไม่ก็ฉีดที่ผ้าพันคอแล้วชอบเอาไปคลุมไว้ บนโคมไฟ บนโซฟาบ้าง เวลาที่เข้ามาในห้อง คุณยายก็ชอบถามว่าได้กลิ่นไหม ก็ชอบน้ำหอมตั้งแต่ตอนนั้น เลยคิดว่าน่าจะโตมาจากน้ำหอม ก็เพราะคุณยายแต่ชอบน้ำหอมยังไงก็คงไม่คล้าย กับหนังเรื่อง PERFUME – น้ำหอมมนุษย์ (หัวเราะ) จมูกผมไม่ได้ดีขนาดนั้น 



Q: แล้วเป็นมาอย่างไรถึงมาจับธุรกิจน้ำหอม แถมยังเป็นการทำน้ำหอมที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ

A: ผมเป็นคนชอบความแตกต่างครับ ซึ่งก่อนหน้านี้โดยปกติคนในประเทศฝรั่งเศสจะมีความเชื่อเรื่องพัฒนาการ 5 จุด ก็คือ การดม การมอง การฟัง การพูด และการสัมผัส แล้วในการที่ฝรั่งเศสเป็นเมืองน้ำหอม ทำให้โตมากับน้ำหอม เวลาที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยมันก็เลยรู้สึกว่าขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง เปรียบก็เหมือนกับคนไทยไปอยู่เมืองนอกก็ต้องเอาพริกไปด้วย มันก็คล้ายกันที่ขาดน้ำหอมจากชีวิตตัวเอง ดังนั้นเมื่อ 7 ปีก่อนที่ผมเข้ามาที่เมืองไทย ก็ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการมองตลาดน้ำหอมของเมืองไทยว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะการบริโภคของเมืองไทยก่อนที่จะธุรกิจน้ำหอม ซึ่งก่อนหน้าผมจะมาเมืองไทย ผมอยู่ที่เมืองจีนและทำธุรกิจอาหาร เป็นอาหารที่เมืองจีนไม่เคยมีมาก่อนเลย (หัวเราะ) 




Q: เห็นโอกาสอะไรในการทำธุรกิจน้ำหอมกับดาราในไทย


A: จริงๆ คือตอนเริ่มที่ผมจะทำธุรกิจนี้ เดิมทีน้ำหอมมันก็มีอยู่แล้วในเมืองไทย แต่ช่องทางการขายมันอยู่เฉพาะในห้างเท่านั้น แล้วก็มีแต่คนที่มีเงินเท่านั้นที่คิดจะซื้อเพราะมันก็เป็นของแบรนด์เนม สินค้ามันก็มีไม่เกิน 20 ยี่ห้อ แล้วน้ำหอมที่มีการขายที่มาจากมาห้างดังในสมัยนั้นที่ขายอยู่ส่วนใหญ่เป็นของปลอม (หัวเราะ) มันไม่มีน้ำหอมที่มีราคาตรงกลางทำให้คนชนชั้นกลางจะซื้อก็ซื้อไม่ได้ เลยคิดจะเอาน้ำหอมที่มาจากต่างประเทศนำมาขายในราคากลางๆ ราคาเหมาะสม ไม่ใช่ขวดราคาละ 3-4 พัน ซึ่งเป็นช่องทางการขายน้ำหอมที่ใหญ่ในอังกฤษเขาทำกัน เราจับกลุ่มแมสใช้เวลาไม่นานตลาดมันเก็เลยบูม 



Q: ทำไมถึงคิดเอาอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อมาทำน้ำหอม ได้ข่าวว่าค่าตัวแพงเป็นสิบล้าน การทาบทามครั้งนี้ เริ่มต้นยังไง

A: (หัวเราะ) เรื่องค่าตัวผมขอปิดเป็นความลับ เริ่มจากที่กระจายขายน้ำหอมไปเรื่อยๆ พอเริ่มรู้ตลาดก็จะเข้าใจตรงที่ว่า อ๋อ... ตลาดเมืองไทยแตกต่างจากตลาดเอเชียนะ เพราะว่าคนไทยมีความ
ชอบของตัวเองที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่น้ำหอมยี่ห้อดังๆ ก็ไม่คิดจะปรับน้ำหอมให้เขากับคนไทยเพราะฉะนั้นมันเลยเกิดโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นของคนไทยจริงๆ คราวนี้ลองมาขายให้คนไทยก็จะรู้ว่าคนไทยมีกลิ่นที่ชอบอยู่ 

ซึ่งจากการทำวิจัย พบว่า 60% เขาจะคำนึงเรื่องกลิ่น ถึงแม้ว่าจะใส่หน้าดาราชื่อดังอย่างอั้มเข้าไปแต่ถ้ากลิ่นมันไม่ใช่เขาก็ไม่ซื้อ (หัวเราะ) รองลงมาก็เรื่องราคาที่สมเหตุสมผล แล้วลำดับสุดท้ายก็ยี่ห้อ ผมจึงนำทุกอย่างมาให้ลงตัวกัน ใช้เวลาประมาน 1 ปี สำหรับกลิ่นเดียวเฉพาะกลิ่นของอั้ม-พัชราภา ถ้าจะทำกลิ่นอื่นก็ต้องใช้เวลาขึ้นไปอีก ตอนนี้ก็ผ่านเวลาไปแล้ว 6 เดือนก็เพิ่งจะสรุปได้ว่าจะเอากลิ่นไหน ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพียง 1 ปีก็คิดว่าเร็วที่สุดแล้ว


Q: มีคนบอกว่าที่คุณทำน้ำหอมกลิ่นอั้ม-พัชราภา เพราะว่าเธอมีแรงดึงดูดมากมายคล้ายกับปารีส ฮิลตัน


A: (หัวเราะ) ถ้าเทียบอั้มคนไทยก็จะรู้จักอยู่แล้ว ถ้าเทียบกับเมืองนอกก็เหมือนปารีส ฮิลตันเลยก็ว่าได้ คราวนี้การทำน้ำหอมให้อั้มมันไม่เหมือนกับเวลาที่เราผลิตออกมาแล้วให้เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ถือขวดอะไรแบบนั้น แล้วก็บอกว่ายี่ห้อเขา แต่อันนี้เขาเขียนให้ไปเลยว่าเป็นชื่อเขาที่ต้องติดกับสินค้าตลอดไป และทุกขั้นตอนมันก็เหมือนกับเป็นชื่อเสียงของเขาไปด้วย เขาก็จะมาทำงานกับเราทุกขั้นตอน 

วิธีการทำน้ำหอมกลิ่นอั้มนั้น ก็เหมือนกับการทำน้ำหอมของปารีส ฮิลตัน และดาราฮอลลีวูดคนอื่นๆ

เริ่มต้นจากการทำข้อมูลคนที่เราจะเอามาทำน้ำหอมก่อนว่าคุณอั้มมีไลฟ์สไตล์แบบไหน ชอบกลิ่นน้ำหอมประเภทไหน ยังไง ซึ่งขั้นตอนนี้เราใช้เวลานานหลายเดือน (เน้นเสียง) มากๆ โดยคัดเลือกจากน้ำหอมที่เธอชอบจริงๆ มา 6 กลิ่นคัดให้เหลือ 1 กลิ่น ที่สุดแล้วก็ได้กลิ่นฟลอล่าฟรุตตี้นี้ขึ้นมา 

จากนั้นก็จะนำน้ำหอมกลิ่นนี้มาพัฒนาต่อ ซึ่งกลิ่นน้ำหอมที่คุณอั้มชอบ พอดีว่าตรงกับความชื่นชอบตลาดในเมืองไทย บ่งบอกว่าเราคิดถูกที่ทำน้ำหอมกลิ่นอั้มจริงๆ  (หัวเราะ) ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดทั้งมวลก็ 1 ปีเต็มเหมือนกับเคสของ ปารีส ฮิลตัน

แต่กลุ่มเป้าหมายของปารีสกับอั้มจะแตกต่างกัน เพราะน้ำหอมกลิ่นอั้มมันจะแมสเหมาะกับเมืองไทยและเอเชียมากกว่า แต่อนาคตจะบุกเบิกเอาดาราไทยอย่างอั้ม และชมพู่ ไปขายที่ต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างทางที่กำลังเดินงานอยู่ซึ่งมันก็ท้าทายดี


Q: มีวิธีการคัดเลือกดาราไทยมาทำน้ำหอมอย่างไร เห็นว่าคิวต่อไป จะเป็นน้ำหอมกลิ่นของ "ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต" และทำไมไม่ทำน้ำหอมกลิ่นของดาราผู้ชายบ้าง


A: จริงๆ ถ้าจะพูดถึงดาราท็อปไฟว์ของเมืองไทย 1 ใน 5 ก็จะมี อั้ม-พัชราภา, ชมพู่ อารยา, แพนเค้ก-เขมนิจ และก็ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ซึ่งลักษณะที่เราจะลงทุนเราจะต้องเลือกดาราที่มีชื่อเสียงที่สุดของช่วงนั้นๆ โดยการเลือกของเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกไปในเรื่องเซ็กซี่อย่างเดียว คือคุณอั้มนี่แน่นอนว่า 70% ที่ทำข้อมูลมาระบุว่าอั้ม เซ็กซี่ที่สุด เพราะฉะนั้นเราก็เลยไปแนวทางนั้น แต่ถ้ามาเลือกชมพู่เราก็ต้องไม่ไปในแนวทางของอั้มแล้ว ก็จะต้องต่างออกไป เราจะเน้นในตลาดที่ต่างกัน ของอั้มเขาก็ได้ตลาดในต่างจังหวัด ส่วนชมพู่เขาก็จะได้ตลาดในกรุงเทพฯ อาจจะดูแบบหวานๆ น่ารักๆ อย่างผมเป็นคนโชคดีที่ไม่ใช่คนไทย เพราะฉะนั้นก็จะไม่่รู้ว่าใครจะดังที่สุด ก็คือจากการที่ผมเห็นในทีวีว่าใครออกบ่อย ไม่ได้ออกมาจากการชอบส่วนตัวเอง ก็เลยสามารถรับรู้ได้โดยตัวเอง แต่นี้เป็นความลับบริษัทนะที่บอกคุณไป (หัวเราะ) ส่วนเรื่องน้ำหอมกลิ่นของผู้ชายนั้น คุณคิดว่าใครควรที่ฮอตมีคนบอกผมว่า เคน-ธีรเดช ฮอตใช่ไหม...

Q: นี่ที่เล่าเป็นความลับของบริษัทอีกหรือเปล่า


A: (หัวเราะ) ตอนนี้ที่เราเซ็นสัญญาไปแล้วก็มี อั้ม-พัชราภา, ชมพู่-อารยา แต่ที่กำลังคุยๆ กันอยู่ก็มีอีกเยอะพอสมควรแต่เปิดเผยไม่ได้ แม้กระทั่งตอนนี้เรายังมีความคิดที่จะทำน้ำหอมนักฟุตบอลดังเลย (หัวเราะ) ซึ่งกลิ่นน่าจะออกมาไม่หวานมาก เหมือนกับที่ต่างประเทศเขาทำน้ำหอมกลิ่นของคริสเตียน การอมเบอ (อดีตทีมชาติฝรั่งศส)

Q: 5 ปีที่เจ้าพ่อน้ำหอมอย่างคุณอยู่ในวงการน้ำหอมในเมืองไทย คุณเห็นอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

A: ในฐานะที่ผมเป็นชาวต่างชาติที่มองเมืองไทยอยู่นี้นั้นก็มองว่ามันกำลังเติบโต ไปในทางที่ดี และระดับแมสหันมาสนใจน้ำหอมได้ขยายขึ้นไปมาก ที่สำคัญเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนระดับแมสได้
ใช้น้ำหอมดีๆ ดีไซน์สวย และมีคุณภาพในราคาถูกมากๆ ส่วนสิ่งที่ผมพบก็คือ คนไทยจะชอบกลิ่นฟรอล่าฟรุตตี้มากๆ

Q: ในฐานะที่อยู่ในเมืองไทยมาพอสมควร หลายปีหลังคุณยังคิดว่าเมืองไทยเป็นสยามเมืองยิ้มอยู่ไหม เพราะหลายคนมองว่าภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะทางการเมือง

A: ผมก็ยังยืนยันว่าเป็นสยามเมืองยิ้มอยู่ ซึ่งการมองประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นต้องมองไปถึงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงมองแต่ว่า 1-2 เดือนที่ผ่านมาหรือว่าจุดที่มันเลวร้ายที่สุดของประเทศแล้วมาตัดสิน ในฐานะที่ผมอยู่เมืองไทยมานานก็ยังมองว่าเป็นสยามเมืองยิ้มอยู่ ถึงเศรษฐกิจมันจะแย่ลงแต่ทุกคนต้องปรับตัวไปเรื่อยๆ คิดว่ายังรู้สึกดีอยู่และไม่ได้เห็นว่ามันเลวร้ายอะไรมาก เมืองไทยยังน่าอยู่เสมอในสายตาผม




Q: ถ้าให้เลือกคุณ สนใจจะทำน้ำหอมกลิ่นของให้ใครมากที่สุด


A: (หัวเราะดัง) เป็นคนที่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใครจริงๆ อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะเลือกใคร สำคัญที่ว่านั้นก็คือใครที่รักในน้ำหอมจริงๆ มากกว่า และอยากจะมีน้ำหอม พร้อมทั้งทุ่มเททั้งแรงใจและแรงกายที่จะทำให้น้ำหอมออกมาดี ผมรู้สึกว่าการทำงานกับคนที่รักน้ำหอมจริงๆ มันสำคัญมากกว่าไม่ใช่ว่าผมจะหยิบใครมาทำน้ำหอมก็ได้ คนที่จะนำมาทำต้องมีความรักและความภูมิใจในน้ำหอม ความสวยและความเซ็กซี่ของดาราไม่ใช่ประเด็น สวยวันนี้แล้วพรุ่งนี้อาจจะแก่ก็ได้ (หัวเราะ)



Q: สมมติมีโจทย์ว่าคุณจะต้องทำน้ำหอมให้บารัค โอบามา กลิ่นนั้นจะเป็นอย่างไร

A: (หัวเราะเสียงดัง) ก็คงเป็นกลิ่นแห่งเสรีภาพ และความหวัง 



Q: เสน่ห์ของคนทำน้ำหอมคืออะไร

A: สิ่งที่ชอบในตอนนี้ก็คือสิ่งที่ชอบเพราะไม่มีใครเคยทำมาก่อน ผมภูมิใจในโปรเจกต์น้ำหอมของ อั้ม-พัชราภา และผมจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันจะยังขยายไปที่อื่นอีก และการพัฒนาให้ความรู้คนที่เห็นได้จากการทำเว็บไซต์นั่นแหละที่สามารถ เลือกกลิ่น เลือกราคาได้เลยว่าแบบไหนเหมาะกับตัวคุณ และกระเป๋าสตางค์ของคุณได้ด้วย

Q: ปรัชญาในการทำงานเป็นอย่างไร


A: ต้องแฮปปี้ในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่ตัวเองรักแม้เงินจะไม่กลับใน100 % แต่วันนี้ผมดีใจที่ทำน้ำหอม และมีความสุข และภูมิใจในการทำงานทุกวัน เพราะมันเป็นเหมือนการรวมเอา 2 วัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

Q: กำลังจะบอกว่าคุณเกิดมาเพื่อน้ำหอม หรือเกิดมาเพื่อสิ่งนี้...?

A: ก็ไม่อยากจะพูดแบบนั้นชีวิตคนเรามันก็มีเปลี่ยนแปลงไปทั้งนั้น (หัวเราะ)

Q: ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วน้ำหอมของคุณหมดทั้งโลกเลย คุณจะว่ายังไง

A: ก็คงจะเศร้า เพราะไม่มีอะไรจะทำ ไม่ท้าทาย



Q: ฝรั่งบอกว่า 5 ปีเป็นเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง คำถามก็คือวางอนาคตไว้แบบไหนหลังจากกิจการของคุณเดินทางผ่านแล้ว 5 ปีในเมืองไทย

A: ถ้าเราดูในลักษณะของตลาดน้ำหอมก็จะเห็นว่ามันยังเล็กอยู่เมื่อเทียบกับขนาด ทั่วไป เรามีเป้าหมายในลักษณะการตลาด โดยมันจะโตขึ้นทุกปีโดยมีประมาน 15 % ซึ่งปัจจุบันมันก็เหมือนจะโตทุกปี หลังจากนี้เราโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีช่องทางจำหน่ายนั้นครบทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า หรือว่าในโมเดิร์นเทรด ซึ่งนอกจากน้ำหอมดาราที่เราทำขึ้นมาแล้ว ยังมีน้ำหอมที่เรานำเข้ามาเมืองไทย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งสิ่งที่ผมภูมิใจก็คือร้านน้ำหอมของเรามีกลิ่นน้ำหอมให้เลือกมากที่สุด เรียกว่ามีแทบทุกยี่ห้อ

Q: อีก 10 มองเห็นตัวเองไหมว่า คุณทำอะไรอยู่

A: ก็หวังว่าจะขยายน้ำหอมดาราให้มันเยอะขึ้น แล้วก็ขยายน้ำหอมเยอะๆ ให้คนได้ชอบกัน

Q: สุดท้ายรู้หรือเปล่าว่าคนไทยเรียกคุณว่าเป็น "เจ้าพ่อน้ำหอม"

A: (หัวเราะ) จริงๆเจ้าพ่อน้ำหอมน่าจะเป็นพวกเคาเตอร์ที่อยู่ในห้างมากกว่า สำหรับผมแล้วนั้นไม่ได้อยากจะเป็นเจ้าพ่อน้ำหอม แต่อยากให้มีความรู้ใหม่ๆ มาเผยแพร่ในเมืองไทยมากกว่า.

ข้อมูลเพิ่มเติม : ภาพยนตร์ เรื่อง PERFUME – น้ำหอมมนุษย์ ปี 2006
 กำกับ Tom Tykwer, เขียน บท Andrew Birkin, Bernd Eichinger, Tom Tykwer, Patrick Suskind สร้าง โดยประเทศ เยอรมัน / ฝรั่งเศส / สเปน

เรื่องย่อ 
ใน ปี 1766 นครกราสซี่ ตอนใต้ของฝรั่งเศสฝูงชนมารวมตัวกัน ณ จตุรัสกลางใจเมืองเพื่อฟังคำตัดสินชีวิตของฌ็อง-แบ็ปติสต์ เกรนูอีลเล่ (เบน วิสชอว์) คนทำน้ำหอม ฝูงชนเริ่มฮือฮาเมื่อเกรนูอีลเล่ที่โดนพันธนาการด้วยโซ่ตรวนถูกลากตัวขึ้น มายังระเบียงป้อม พวกเขาถึงกับลุกฮือเมื่อเกรนูอีลเล่ถูกตัดสินประหารชีวิต.

...