ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์การแพทย์ ค้นพบศาสตร์แห่งการชะลอความชรา ยืดเวลาแห่งความเจ็บป่วย ค้นลึกถึงต้นตอ ตัวการบั่นทอนสุขภาพร่างกายรายบุคคล
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นสิ่งที่ทุกคนคงต้องการ และทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวเองไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า การปฏิบัติตัวเพื่อดูแลรักษาสุขภาพที่เราทำอยู่ เป็นวิธีที่ถูกต้องเหมาะสมและได้ผลจริง
นพ.อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวว่า หลายคนคงเคยได้ยินศาสตร์ใหม่ แห่งการรักษาสุขภาพ ที่เรียกว่า Anti-aging medicine หรือ เวชศาสตร์ชะลอวัย เมื่อพูดถึงเวชศาสตร์ชะลอวัย คนส่วนมากคงนึกถึงการรักษาเทคนิคใหม่ เช่น การทำเลเซอร์ การฉีดโบท๊อกซ์ หรือการฉีดสารเติมเต็ม เพื่อลดการเกิดริ้วรอย การหย่อนคล้อย เพื่อให้คงไว้ซึ่งผิวพรรณที่สดใส แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของเวชศาสตร์ชะลอวัยในด้านผิวพรรณเท่านั้น
เวชศาสตร์ชะลอวัย แท้ที่จริงเป็นศาสตร์แนวใหม่ ในการดูแลรักษาสุขภาพจากภายใน โดยวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับพันธุกรรม การทำงานของเซลล์ต่างๆ ของอวัยวะภายในร่างกายของคนเรา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพ และเพื่อป้องกันการเกิดโรค หรือแม้แต่ช่วยในการรักษา ถ้าหากเกิดโรคขึ้นมาแล้วจริง ด้วยแนวความคิดที่เชื่อว่า การเกิดโรคบางชนิดเช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และสมองอุดตัน โรคต้อกระจก โรคข้อเข่าเสื่อม และอื่นๆ บ่งบอกถึงความเสื่อมที่เกิดภายในร่างกาย หรือความชรา หากโรคเหล่านี้เกิดขึ้นเร็วเท่าไร นั่นหมายความว่า เราก็อาจจะชราก่อนเวลาอันควรมากขึ้นเท่านั้น ความเสื่อมหรือความชรา เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถชะลอมันได้ และเราสามารถทำให้คุณภาพชีวิตของเราดียิ่งขึ้นได้
...
ทฤษฎีความชรา
โดยทฤษฎีของความชรา ที่มีนักวิทยาศาสตร์ค้นพบมากมาย ทำให้เราทราบว่า ความเสื่อมหรือความชรา เกิดขึ้นเพราะปัจจัยต่างๆ หลายอย่าง อันได้แก่ พันธุกรรมในร่างกายของแต่ละคน ได้กำหนดเอาไว้แล้วว่า ร่างกายเราจะเสื่อมหรือชราเมื่อไร ความเสื่อมหรือความชรา เกิดขึ้นเพราะเซลล์เราเสื่อมสภาพเร็ว อันเป็นผลจากการสะสมของอนุมูลอิสระ ภาวะพร่องของฮอร์โมน ที่เป็นสารที่ต่อมไร้ท่อหลั่งออกมา เพื่อควบคุมการทำงานของเซลล์เริ่มลดลง ทฤษฎีเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ หาสาเหตุของความผิดปกติในเซลล์ร่างกาย ก่อนที่จะเกิดโรคขึ้นจริงๆ ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความไม่ครบถ้วน ของการตรวจสุขภาพแบบปกติ เพราะการตรวจสุขภาพแบบปกติ ถ้าไม่มีโรคก็จะตรวจไม่เจอ แต่นั่นก็ไม่ได้รับประกันว่าเซลล์ หรืออวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเรายังทำงานได้ดี
Anti-aging medicine ทำอะไรได้บ้าง
เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และการแพทย์แบบผสมผสาน ด้วยเทคโนโลยีการตรวจในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ทำให้เราทราบถึงโอกาสที่จะเกิดโรค รวมไปถึงสาเหตุจริงที่ทำให้เกิดโรค สิ่งที่เราวิเคราะห์มีรายละเอียดตัวอย่าง ดังนี้
- การตรวจรหัสพันธุกรรม เพื่อทำนายโอกาสในการเกิดโรคในอนาคต
- การตรวจภาวะโภชนาการ เพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ เช่น การตรวจระดับกรดอะมิโน ระดับกรดไขมันจำเป็น ระดับวิตามินแร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
- การตรวจประสิทธิภาพการขจัดของเสียของตับ
- การตรวจความรุนแรงของการสะสมโลหะหนัก และสารพิษที่ก่อให้เกิดโรค
- การตรวจภาวะภูมิแพ้แอบแฝง
- การตรวจระดับฮอร์โมนต่อมไร้ท่อในร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อวิเคราะห์หาสาเหตุได้แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย จะให้การวางแผนในการรักษาและดูแลสุขภาพ โดยลงลึกทั้งในส่วนของภาวะโภชนาการ การรับประทานวิตามิน หรือแร่ธาตุเสริมที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล การให้ฮอร์โมนทดแทน เช่น ฮอร์โมน testosterone, ฮอร์โมน estrogen หรือ ฮอร์โมน DHEA เป็นต้น รวมทั้งการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาจริงที่มีอยู่
นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การดูแลตนเองแบบ Anti-aging medicine จะมีบทบาทเข้ามา ผสมผสานกับการรักษาแบบแผนปัจจุบันที่ทำอยู่ เพื่อให้ประสิทธิภาพการดูแลรักษาดียิ่งขึ้น และลดผลข้างเคียง หรือภาวะที่ไม่พึงประสงค์ จากการรักษาปกติ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดียิ่งขึ้น
ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com