ตั้งแต่ "ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน" ปิดเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองหลายๆ ฝ่ายต่างได้รับผลกระทบกันไปหมด ตั้งแต่บรรดาลูกจ้างในห้างที่ต้องขาดรายได้มาเลี้ยงครอบครัวไปจนถึงบรรดาขาช็อปที่ต่างบ่นอุบเป็นเสียงเดียวกันว่าคิดถึงห้างแห่งนี้เหลือเกิน..
พวงมาลัยกว่า 8,000 พวงที่พนักงานต่างยิ้มแย้มรอต้อนรับด้านทางเข้า เสียงเพลงที่บรรเลงไปทั่วพื้นที่ รวมถึงมิตรไมตรีจากเสียงหวานๆ ของประชาสัมพันธ์ บรรยากาศของห้างสยามพารากอนในวันนี้จึงมีความคึกคักเหมือนดังเดิม วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" เลยเก็บภาพมาฝาก และได้ไปพูดคุยกับขาประจำสยามพารากอนกันด้วย
...
สาวสวยคนแรกที่เหยียบพารากอนคนแรก...!
เริ่มที่ น้องแพม สาวสวยที่ถือว่าเข้ามายืนรอดวงใจจดจ่อที่หน้าประตูของห้างพารากอนเป็นคนแรกๆ เธอบอกว่าหลังจากที่ห้างถูกปิดไปนาน 2 เดือน วันนี้รีบมาด้วยความคิดถึง
"แพมมาที่นี่ทุกวันค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ร้าน Star Buck เพราะจะมานั่งเรียนภาษาจีน ช่วงนี้กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย แต่พอช่วงหนึ่งที่ห้างปิดก็รู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไป จากที่มานั่งเรียนที่นี่เป็นประจำก็ต้องไปที่เอ็มโพเรียมแทน แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนกัน เพราะที่พารากอนบรรยากาศดูเป็นส่วนตัวมากกว่า ไม่แออัดมาก และปกติแพมจะมาตั้งแต่เช้าเลยนะ เรียกว่ามาเปิดประตูห้างพร้อมๆ กับยามเลยค่ะ กว่าจะกลับก็ 2 – 3 ทุ่ม แต่บางทีถ้าช่วงพักเรื่องเรียน แพมก็ชอบเดินตามร้านค้าต่างๆ และหาของอร่อยๆ ทานที่นี่ด้วยเหมือนกัน"
3 สาวสวย... "คิดถึงพาราก้อนที่สุด"
ถัดมาที่ 3 สาวออฟฟิศสุดไฮโซ บงกช รุ่งแจ้ง (แอร์), จุฑามาศ วรธาดาพรพงศ์ (โบว์), ณรดา พงศ์นิวัตร (โยเย) ต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า "คิดถึงสยามพารากอนที่สุดดดดด"
"พวกเราทำงานที่สยามสแควร์นี่เอง พอช่วงพักเลยมาเดินที่นี่ทุกวันเลยค่ะ ตอนที่มีเรื่องก็คิดถึงนะไม่ได้มาเดินเลย วันนี้พอเปิดวันแรกเลยพลาดไม่ได้ ต้องมาเดินเล่นซื้อของกันหน่อย อย่างร้านประจำที่เวลามาที่นี่ก็ต้องเข้าไปที่ Paul Smith เป็นที่แรกก่อนเลย แล้วก็ค่อยไปเดินดูเครื่องสำอาง หาอาหารทานด้วย ตอนนี้รู้สึกดีมากที่ทุกอย่างเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว"
หนุ่มตี๋ติดพารากอน...!
สาวๆ ได้ระบายถึงความอัดอั้นกันไปแล้วมาที่หนุ่มคนนี้กันบ้าง คุณคิม ณัฐนัย ปิตากุลดิลก ซึ่งเขาเป็นเจ้าพ่อพารากอนอีกคน เพราะถ้าใครไม่รู้จะไปเจอเขาที่ไหน มาที่นี่เจอหนุ่มคิมแน่นอน
"ผมมาตั้งแต่ 11.00 น. แล้วครับ ปกติก็จะมาคนเดียวทุกวันเลย เพราะชอบมานั่งทำงานที่ร้าน True ถึงคนจะเยอะ แต่มันก็เงียบ และโล่งดีครับ พอช่วง 2 เดือนที่ปิดไปผมก็ต้องไปที่สีลมแทน แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนที่นี่หรอก ผมไปครั้ง 2 ครั้งก็ไม่ไปแล้ว ตอนนั้นรู้สึกเลยนะว่าอยากให้ห้างเปิดเร็วๆ เพราะชีวิตผมแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยนะที่อยู่ที่นี่ เพื่อนๆ ผมจะรู้กันเลยล่ะว่าถ้ามาที่นี่เจอผมจนถึง 3 ทุ่มแน่นอน"
...
มาที่ฟากพนักงานห้างที่วันนี้มีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มกัน ซึ่งต่างก็บอกว่าพร้อมจะทำงานให้เต็มที่ และไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นอีก เพราะพวกเขาได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ไปเต็มๆ
พนักงานกลุ่มแรกที่เข้ามาถึงพารากอน พนักงานทำความสะอาดเป็นคนกลุ่มแรกที่เข้ามาในพื้นที่สยามพารากอนตั้งแต่วันก่อนห้างเปิด 1 วัน เพื่อมาเคลียร์พื้นที่ และทำความสะอาดโดยรอบของห้างได้เล่าว่า
"โดยรวมที่นี่ยังปกติค่ะ พี่ว่าเมื่อวานก่อนห้างเปิดเพื่อมาทำความสะอาดก่อน แต่ตอนช่วงที่ห้างปิดก็ไม่ได้มาเลย เหมือนตกงานแบบไม่ทันตั้งตัวไป 2 เดือน พอได้มาทำงานเหมือนเดิมก็ดีใจมาก เพราะรายได้เราก็กลับมาด้วย"
พนักงานอย่างพี่ยาม หรือพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอยู่หน้าประตูนั้น พวกเขาก็รู้สึกเหมือนๆ กับพนักงานคนอื่นๆ ที่อยากให้สถานที่ทำงานของพวกเขากลับมาเป็นปกติ เพราะช่วงที่ห้างปิดมันช่างเงียบเหงาจริงๆ
"พวกพนักงานรักษาความปลอดภัยยังต้องทำงานตลอดครับ ช่วงที่ห้างปิดก็ต้องผลัดเวรกันเฝ้า เพราะเราก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็นอย่างไร ช่วงนั้นเราก็ไม่ได้รู้สึกกลัวมากนะ แต่ครอบครัวจะเป็นห่วงมากกว่า ตอนนี้พอห้างกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะมันมีชีวิตชีวาขึ้น เห็นคนเดินไปมา หรือได้ยินเสียงเพลงบ้าง มันทำให้คนที่ทำงานอย่างพวกผมกระปรี้กระเปร่าไม่เหงา"
...