มีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่มาปรึกษาทันตแพทย์ เรื่องอาการเสียวฟัน เมื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่า ไม่มีฟันผุ ไม่มีคอฟันสึก แต่มีเหงือกร่นหรือแม้แต่มาปรึกษาเรื่องความสวยงามในกรณีที่เกิดมีเหงือกร่น ดังนั้นเราลองมาดูกันว่าจะมีทางแก้ไขภาวะดังกล่าวได้หรือไม่...
ภาวะเหงือกร่น เป็นภาวะที่ขอบเหงือกมีการเคลื่อนที่ลงมาทางปลายรากฟัน จากรอยต่อเคลือบฟันกับเคลือบรากฟัน ซึ่งการเกิดภาวะเหงือกร่นส่วนใหญ่ มักสัมพันธ์กับโรคปริทันต์อักเสบ หรือการแปรงฟันที่ผิดวิธี แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุของการเคลื่อนของฟันในการจัดฟัน ซึ่งมักเกิดร่วมกับสาเหตุอื่น ได้แก่ ลักษณะความป่องนูนของตัวฟัน การเรียงตัวที่ผิดปกติของฟันในขากรรไกร ความผิดปกติของกระดูกเบ้าฟัน การมีเนื้อเยื่อริมฝีปากเกาะใกล้ขอบเหงือก และการมีลักษณะของเหงือกที่บาง
การเกิดเหงือกร่นนั้นพบได้ในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งมีรายงานว่าพบในผู้ป่วยที่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ร้อยละ 58 และพบบ่อยในฟันกรามน้อยและฟันกราม ส่วนในช่วงอายุ 18-29 ปี พบว่าเกิดมากในตำแหน่งฟันตัดและฟันเขี้ยวบน
การตัดสินใจในการแก้ไขภาวะเหงือกร่น
• มีอาการเสียวฟันจากการมีรอยโรคเหงือกร่น
• การมีรอยโรคเหงือกร่น ร่วมกับการมีคอฟันสึก หรือมีฟันผุบริเวณคอฟัน ที่ทำให้มีอาการเสียวฟัน
• มีรอยโรคเหงือกร่นจนขาดความสวยงาม
ในปัจจุบันสามารถทำการแก้ไขภาวะเหงือกร่นได้ โดยวิธีศัลยกรรมเหงือกและเยื่อเมือก ซึ่งได้แก่
• การปลูกถ่ายเหงือก โดยส่วนมากวิธีนี้เป็นการนำเอาเนื้อเยื่อจากบริเวณเพดานปาก มาปลูกถ่ายบริเวณที่มี
ภาวะเหงือกร่น
• การเคลื่อนย้ายแผ่นเหงือก มักเป็นการเลื่อนแผ่นเหงือกจากบริเวณข้างเคียงมาปิดรอยเหงือกร่น
• การเคลื่อนย้ายแผ่นเหงือกร่วมกับการปลูกถ่ายเหงือก
• การเหนี่ยวนำให้เกิดการงอกใหม่ (ของเหงือก)
**************************ก่อนการรักษา
...
****************************หลังการรักษา
การตัดสินใจว่าจะใช้วิธีใดในการรักษา หรือแม้แต่ความสำเร็จในการรักษานั้น จะทำได้หรือไม่ขึ้นกับสาเหตุของโรค ความรุนแรงของภาวะเหงือกร่น และปัจจัยของเนื้อเยื่อ กระดูก และฟัน รวมถึงปัจจัยจากตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ เพื่อประเมินภาวะดังกล่าว
ทั้งนี้การดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดโรคปริทันต์อักเสบ และการแปรงฟันที่ถูกวิธี จะเป็นการป้องกันภาวะเหงือกร่นได้ดีที่สุด
ศูนย์ทันตกรรมเดนทัลลิส โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com