"คาเมรอน" มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตน้อย เพราะเพิ่งจะแตะเลข 44 เต็ม ในเดือนตุลาคมปีนี้ ต้องมาทำงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่ถ้าย้อนดูประวัติ ครอบครัว การศึกษา และหน้าที่ การงานที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า "ผ่านฉลุย" และ "สมศักดิ์ศรี" ...

ช่วงนาทีนี้บนเวทีโลก คงไม่มีใครฮอตและถูกกล่าวขานมากเท่า "เดวิด คาเมรอน" นายกรัฐมนตรีหน้าหยกของอังกฤษ แห่งพรรคอนุรักษนิยม ที่เป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของอังกฤษในรอบ 200 ปี ด้วยวัยเพียง 43 ปี!!!

ความน่าสนใจของผู้นำคนนี้ ไม่เฉพาะความสำเร็จที่ก้าวขึ้นดำรง ตำแหน่งผู้นำประเทศมหาอำนาจทั้งที่ยังละอ่อนเท่านั้น แต่รวมถึงความสำเร็จในหน้าที่ "สามีที่ดี" และเป็น   "คุณพ่อที่น่ารัก" ที่สร้างเสน่ห์ ให้น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น

จะว่าไปนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ "เดวิด คาเมรอน" เหมือน "พี่มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" รุ่นพี่ร่วมสถาบัน ที่เป็นผู้นำรุ่นใหม่ หน้าตาดี มาจากครอบครัวที่ดี และมีความเป็นแฟมิลี่แมนสุดๆ หากจะติงกันว่า "คาเมรอน" มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตน้อย เพราะเพิ่งจะแตะเลข 44 เต็ม ในเดือนตุลาคมปีนี้ ต้องมาทำงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่ถ้าย้อนดูประวัติ ครอบครัว การศึกษา และหน้าที่ การงานที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า "ผ่านฉลุย" และ "สมศักดิ์ศรี" ในการรับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้

...


เริ่มจากครอบครัว "เดวิด คาเมเรอน" หรือชื่อเรียกเต็มว่า "เดวิด วิลเลียม โดนัลด์ คาเมรอน" เกิดในตระกูลนักธุรกิจชั้นสูง เป็นลูกชายคนที่ 3 ของครอบครัว ในจำนวน 4 คน ของเอียน โดนัลด์ คาเมรอน ผู้อำนวยการบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ ชื่อดัง จอห์น ดี วู้ด และมารี เมาท์ ธิดาของเซอร์วิลเลี่ยม เมาท์ ปู่และปู่ทวดของเขาเคยดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงของธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่ง และที่สำคัญ บรรพบุรุษของเขาสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์วิลเลี่ยมที่ 4 นับกันแล้วเขาจึงมีศักดิ์เป็นพระญาติห่างๆ ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งอังกฤษ เลยทีเดียว

ด้านการศึกษา "คาเมรอน" เติบโตและเรียนในเมืองนิวเบอรี แคว้นเบิร์กเชียร์ ก่อนที่จะไปเรียนต่อที่ "อีตัน" โรงเรียนประจำชายล้วนชื่อดัง ของอังกฤษ เช่นเดียวกับ "พี่มาร์ค" จากนั้น จึงเว้นวรรคการเรียน 1 ปี ตามความนิยมของวัยรุ่นอังกฤษ เพื่อหาประสบการณ์ชีวิต โดยไปหาประสบการณ์ทำงานบริษัทชิปปิ้งในฮ่องกงอยู่หลายเดือน แล้วเดินรอยตามไปเป็นรุ่นน้อง "พี่มาร์ค" อีกครั้งที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเดวิด คาเมรอน จบทางด้านปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 เลยทีเดียว

แต่ใช่ว่า "คาเมรอน" จะเป็นเด็กเนิร์ด เด็กเรียนแว่นตาหนาเตอะ คร่ำเคร่งอยู่แต่ห้องสมุดนะ!! ช่วงวัยรุ่นของผู้นำคนนี้ก็ "เฮี้ยว ซ่าสุดๆๆ" เช่นกัน

โดยพ่อหนุ่มคาเมรอนในช่วงวัยรุ่นนั้นยังไม่สนการเมืองสักเท่าไหร่ ไม่คิดที่จะลงแข่งขันการเมืองระดับนักศึกษา แต่กลับเข้าเป็นสมาชิกชมรม "บุลลิงดอน" กลุ่มสังคมไฮโซ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพวกปาร์ตี้ดื่มหนัก และมีพฤติกรรมยอดแย่ ช่วงเวลานั้นอาจจะเป็นหลุมดำ ซึ่งไม่น่าปลื้มในชีวิต เขาจึงมักจะปฏิเสธที่จะพูดถึงชีวิตในช่วงนั้น รวมถึงเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่า เขาเคยใช้ยาเมื่อครั้งอยู่มหาวิทยาลัยหรือไม่

แม้จะอาจด่างพร้อยไปบ้างในช่วงเฮี้ยว แต่คาเมรอนก็ได้รับเครดิตแบบเต็มๆ ที่ทำให้ลบล้างรอยด่างนี้ได้จาก เวอร์นอน บ็อกดาเนอร์ อาจารย์ที่สอนเขาในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่บอกว่า "คาเมรอนเป็นนักเรียนที่มีความสามารถที่สุดคนหนึ่งที่เขาเคยสอนมา"

ในส่วนของการทำงาน คาเมรอนจับงานครั้งแรกด้วยการไปสมัคร ทำงานที่แผนกวิจัยของพรรคอนุรักษนิยม และอยู่ในทีมที่ปรึกษาคอยหาข้อมูลให้นายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์ เวลาตอบคำถาม นอกจากนี้ เคยทำงานเป็นหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ของสถานีโทรทัศน์คาร์ลตัน สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของอังกฤษแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเบนเข็มชีวิตกลับไปสู่วงการการเมือง โดยกระโดดเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคอนุรักษนิยมในปี 2544 และได้รับชัยชนะเป็น ส.ส.เขตวิตนีย์ ในออกซ์ฟอร์ดเชียร์

จนเมื่อปลายปี 2548 พรรคอนุรักษนิยมให้สมาชิกพรรคเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ คาเมรอนคว้าโอกาสสำคัญโดยลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งเขาใช้เสน่ห์ในการหาเสียงปราศรัย โดยเอาจุดแข็งในความหนุ่มแน่นของเขา บวกกับนโยบายปฏิรูปพรรคอนุรักษนิยมให้ทันสมัยก็ชนะใจสมาชิกพรรคเลือกให้เขาเป็นหัวหน้าพรรค และเมื่อการเลือกตั้งในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในรัฐบาลผสมของอังกฤษ

...


ด้านชีวิตครอบครัว คาเมรอนพบรักและแต่งงานกับ "ซาแมนธา เชฟฟิลด์" (ปัจจุบันอายุ 39 ปี) ลูกสาวของเซอร์เรจินัลด์ เชฟฟิลด์ ราชาที่ดิน ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งซาแมนธาเป็นเพื่อนสนิทของ "แคลร์" น้องสาวของเดวิด คาเมรอน ซาแมนธาจึงเป็นแขกประจำของบ้านคาเมรอน และเธอก็ได้เป็นแขกพิเศษ ร่วมในทริปพักผ่อนของครอบครัวคาเมรอน ที่แคริเบียนเมื่อปี 2535

นับแต่นั้นมา ทั้งคู่จึงกลายเป็นคู่ปาท่องโก๋ ซึ่งคาเมรอนขณะนั้นอายุ 25 ปี ทำงานให้กับรัฐบาล มักจะแวะเวียนไปหาแฟนสาว "ซาแมนธา" ซึ่งอายุ 21 ปี กำลังเรียนด้านศิลปะที่เมืองบริสตอลอยู่เสมอๆ เมื่อสาวเจ้า เรียนจบ ทั้งคู่ก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยวัย 20 ต้นๆ ในปี 2539 โดยทั้งคู่ มีลูกชายหญิงด้วยกัน 3 คน ชีวิตครอบครัวของทั้งคู่ไม่ได้สุขอย่างเต็มที่ เนื่องจาก "อิวาน" ลูกชายคนโตของทั้งคู่เกิดมาพิการด้วยโรคอัมพาตเนื่องจากความบกพร่องทางสมองก่อนคลอดและโรคลมบ้าหมู ทำให้ไม่ สามารถเดินและพูดได้

ทั้งคู่จึงต้องผ่านแรงกดดันในครอบครัวพอควร ที่ต้องดูแลลูกชาย คนโตอย่างใกล้ชิด และยังมีลูกเล็กๆอีก 2 คนที่ต้องดูแล แถมยังต้องรับผิดชอบในหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวยของทั้งคู่ ซึ่ง "ซาแมนธา" เป็น เวิร์กกิ้งมัม ทำงานเป็นผู้บริหารของบริษัทเครื่องเขียนไฮโซ "Smythson" ที่มีลูกค้าระดับไฮโซอย่างนางแบบชื่อดัง นาโอมิ แคมป์เบลล์ เป็นต้น

มีผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวเคยบอกว่า สภาวะการณ์ในครอบครัวเช่นนี้ เสี่ยงอย่างมากต่อการหย่าร้าง เพราะแรงกดดัน ความเครียดต่างๆที่อยู่รอบตัว แต่ทั้งคู่ก็ผ่านพ้นไปได้และทำได้ดีเสียด้วย จนกระทั่งปี 2552 ที่ผ่านมา "อิวาน" เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 6 ขวบ ครอบครัวจึงเหลือแนนซี่ ลูกสาววัย 5 ขวบ, อาร์เธอร์ วัย 3 ขวบ และสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเกิดในเดือนสิงหาคมนี้อีกคน

...

"ซาแมนธา" ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกทางโทรทัศน์เกี่ยวกับชีวิตครอบครัว โดยบอกว่า ทั้งเขาและเธอรู้จักกันมายาวนาน ถึง 18 ปี คาเมรอนเป็นเพื่อนชายที่ค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่นๆ ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน เขาเป็นคนฉลาด ตลก และรักงานของเขามาก เราแต่งงานกันในอายุน้อย แต่เธอมั่นใจว่า "เดฟ" (ชื่อที่ซาแมนธาเรียก สามี) เป็นคนเดียวสำหรับเธอ

นอกจากนี้ แม้ชีวิตในครอบครัว จะยุ่งเหยิง แต่ซาแมนธาบอกว่าเธอให้การสนับสนุนสามีมาตลอด และทำให้เขามั่นใจได้ว่าเขาจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงข้างหลัง แต่ถึงกระนั้นเดวิดก็ช่วยแบ่งเบาภาระในบ้านบางครั้ง เช่นทำอาหาร ซึ่งเขา รักการทำอาหารมาก แต่ เธอก็เบื่อที่จะต้องมาจัดเก็บครัวที่เลอะเทอะภายหลัง

ในบทบาทความเป็น "พ่อ" ซาแมนธาเปิด เผยว่า เดวิดเป็นพ่อที่ดี มาก เขาทำให้ ลูกๆหัวเราะเช่นเดียวกับที่เด็กๆทำให้พ่อเขาหัวเราะเช่นกัน ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันและรู้จักกัน ซาแมนธาเผยความประทับใจออกทีวีว่า เธอและเขาต่างผ่านช่วงเวลาชีวิตที่มีทั้งความทุกข์และสุข ซึ่งไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลย

ในขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่นี้ ก็เปิดภาคชีวิตส่วนตั๊วส่วนตัว สะท้อนความติดดินและแฟมิลี่แมนว่า เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของเขาคือ GAP และมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ จะชอบเสื้อผ้าที่ผู้คนไม่สังเกตเท่าไหร่... เช่นเดียวกับภรรยาที่ติดดินเช่นกัน เลือกสวมเสื้อผ้าอย่างมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ และซาร่า

คาเมรอนบอกอีกว่า ความสุขภายในบ้านของเขาคือ การได้ไปต่างจังหวัด ได้เดินทำอาหารกินกัน แล้วเล่นกับลูกๆ เมื่อถามว่าลูกๆรู้ไหมว่าพ่อทำอะไรแล้วคิดอย่างไร ผู้นำหนุ่มบอกว่า แนนซี่ (ลูกสาว) บอกแต่ว่า ตนเป็นนักการเมืองเหมือนกอร์ดอน บราวน์ และแด๊ดดี้ก็ทำงานเขียนสุนทรพจน์ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น

...

และเมื่อถามถึงความประทับใจในการเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่ คาเมรอนบอกด้วยเสียงหัวเราะว่า "ซาแมนธาเป็นคนฉลาดและเงียบมากๆ มีอารมณ์แบบติสๆ ตามสไตล์ของคนที่เรียนศิลปะ และผมคิดว่าเธอคงคิดว่าผมดูไม่ได้เลยในตอนนั้น ในส่วนของความโรแมนติก คู่เรามีไม่มากนัก การขอแต่งงานก็ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ได้ไปดินเนอร์หรือเดินไปที่ไหน จำได้ ว่าผม proposed เธอขณะที่ดูทีวีบนโซฟากัน พอผมขอเธอแต่งงาน เธอก็เซย์เยส แต่เราก็ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะบอกคนอื่นๆ เป็นเพราะเธอไม่อยากที่จะเร่งรัดอะไรมาก แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้ในตอนนั้นเลยว่า เธอเป็นผู้หญิงที่ใช่สำหรับผม และผมจะทำทุกอย่างเพื่อที่ให้ได้เธอมา"

คารมคมคายแบบนี้นี่เล่าจึงชนะใจสาวใจแข็งอย่าง "ซาแมนธา" รวมทั้งหนุ่มสาวชาวอังกฤษที่ร่วมโหวตให้เขา ฝีปากดีแล้ว ต้องรอดูต่อไปว่าจะมีฝีมือเด็ดแค่ไหน จะอ่อนหรือจะแข็ง ก็ต้องรอลุ้นกัน !!!!!

ทีมข่าวหน้าสตรี