ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ชาวไทยอย่างเราจะได้ยินเสียงเพลง “พรปีใหม่” จากทั่วสารทิศ ซึ่งบทเพลงนี้หลายคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนึ่งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งเป็นของขวัญพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว นับตั้งแต่ปี 2529 จนถึง ปี 2559 รวมระยะเวลา 30 ปี นอกจากบทเพลงแล้วสิ่งที่พสกนิกรชาวไทยยังได้รับของขวัญปีใหม่พระราชทานอันล้ำค่า ดุจพรจากฟ้า อีกสิ่งหนึ่ง คือ ส.ค.ส.พระราชทาน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและหลักคิดอยู่ใน ส.ค.ส.แต่ละปี วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอย้อนไปก่อนที่จะมาเป็น ส.ค.ส. 

1. ก่อนจะมาเป็น ส.ค.ส.

...

ที่ทรงประดิษฐ์เพื่อโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แก่พสกนิกรนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัย และศึกษาภาษาต่างๆ รวมไปถึงภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นภาษาโบราณและศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดีย เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มมีบทบาทในทุกด้านของชีวิตคนยุคใหม่ ทรงนำโปรแกรมฟอนตาสติกมาใช้ออกแบบตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และรวมไปถึงอักษรเทวนาครี

อักษรเทวนาครี มีลักษณะการเขียนจากซ้ายไปขวา มีเส้นเล็กๆ อยู่เหนือตัวอักษร หากเขียนต่อกันจะเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นบรรทัด ซึ่งแยกพยัญชนะ สระ และเครื่องหมายต่างๆ พระองค์ทรงออกแบบได้สำเร็จ และยังทรงออกแบบอักษรไทย-อังกฤษ อีกสองชุด ชื่อ ภูพิงค์ และ ทักษิณ สำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์แมคอินทอช นอกจากนี้ ยังทรงใช้คอมพิวเตอร์ในการพระราชนิพนธ์เพลงและคำร้อง รวมทั้งทรงใช้ออกแบบตราสัญลักษณ์ประจำมูลนิธิชัยพัฒนา

2. พระราชนิพนธ์คำอวยพรเป็นถ้อยคำสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง 

เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่แต่ละปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ทรงใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบบัตรอวยพร และพระราชนิพนธ์คำอวยพรเป็นถ้อยคำสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง ทรงเตือนสติ และให้กำลังใจในการฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยในระยะแรก พระราชทานแก่ข้าราชบริพารและหน่วยงานที่ทำงานสนองพระราชดำริ ต่อมา ได้พระราชทานแก่พสกนิกรผ่านสื่อมวลชนด้วย

3. พระราชประสงค์ที่จะพระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชบริพาร

ในการประกอบพระราชกรณียกิจ พระองค์ทรงมอบหมายภาระหน้าที่ให้กับหลายหน่วยงาน จึงมีพระราชประสงค์ท่ีจะพระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชบริพาร ข้าราชสำนัก และข้าราชการ โดยทรงปรุแถบโทรพิมพ์ลงกระดาษ เป็นตัวอักษรสีดำบนพื้นขาว เป็น ส.ค.ส.พระราชทาน เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2530 แล้วส่งโทรสารถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานสนองพระราชดำริ ต่อมา ทรงเปลี่ยนอุปกรณ์และวิธีจากโทรพิมพ์ปรุ เป็นคอมพิวเตอร์ปรุง หรือประดิษฐ์ภาพ โดยเริ่มจาก ส.ค.ส. 2531 ทรงลงท้ายว่า กส. 9* ปรุง (กส.9 คือรหัสประจำพระองค์รหัสหนึ่ง กรมไปรษณีย์โทรเลขทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อการทรงงานผ่านวิทยุสื่อสาร)

...

4. ส.ค.ส.พระราชทาน พ.ศ. 2530–2551

รวมทั้งสิ้น 21 ฉบับ ส.ค.ส. 2549 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พิมพ์สี่สีเป็นครั้งแรก ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์กับสุนัขทรงเลี้ยง ระบุชื่อโรงพิมพ์สุวรรณชาด และ พ.พรหมบุตร เป็นผู้พิมพ์โฆษณา

5. ถ้อยคำพระราชนิพนธ์ใน ส.ค.ส.พระราชทาน

ส่วนใหญ่สะท้อนเหตุการณ์ในรอบปีที่ผ่านมา จึงเป็นเสมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ทรงกระตุ้นเตือนประชาชนให้มีขวัญและกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต นับเป็นอีกหนึ่งสื่อสายใยในน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่ทรงเป็นห่วงทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์

...

และในโอกาสอันดีที่ศักราชใหม่กำลังมาเยือน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ห้างเซ็นทรัล จัดนิทรรศการ “ในหลวง...ในดวงใจราษฎร์” ตอน “พรภูมิพล”:ซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนช่วงที่ 3 แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านการสร้างสรรค์ ผ่าน ส.ค.ส.พระราชทาน ที่ชาวไทยเฝ้ารอดุจพรประเสริฐเป็นของขวัญพระราชทานทุกปี โดยผู้ที่มาชมนิทรรศการ นอกจากจะได้ซึมซับเรื่องราวของ ส.ค.ส.พระราชทานแล้ว ยังจะได้รับชุดโปสการ์ด ส.ค.ส.พระราชทาน (จำนวน 29 ใบ) บรรจุในกล่องอย่างดีเป็นที่ระลึก ฟรี (จำกัด 999 ชุด/วัน) โดยจะมอบให้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 ม.ค. 60 ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

...

พร้อมกันนี้ ภายในนิทรรศการ ยังชวนดื่มด่ำไปกับความไพเราะของแต่ละบทเพลงพระราชนิพนธ์ ผ่านหูฟังและไฟล์เพลงดิจิตอลที่เตรียมไว้ และชวนรำลึกพรปีใหม่จากในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยเชิญวีดิทัศน์พระราชดำรัสพระราชทานพรปีใหม่ มาให้ผู้ชมนิทรรศการได้ชม และรับฟังอย่างอิ่มเอมใจ

นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมเขียนสิ่งที่ตั้งใจทำดีตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ลงบนใบไม้แห่งความดี เพื่อประดับ “ต้นไม้ของพ่อ” เมื่อจบนิทรรศการ และครบจำนวน 99,999 ใบ ใบไม้แห่งความดีทั้งหมดจะรวบรวมนำไปหลอมเป็นระฆัง 9 ใบ ออกแบบโดย ศ.วิชัย สิทธิรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พุทธศักราช 2558 ถวายวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9 ต่อไป