ออดรีย์ เลียว (4 จากซ้าย), นภดล ศิวะบุตร (2 จากขวา) ผู้บริหารเนสท์เล่ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากองค์กรต่างๆ ร่วมสร้างสุขนิสัยที่ดีในโครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดีแก่เด็กไทย.

ส่งเสริมให้เด็กไทยปรับเปลี่ยนสุขนิสัยเพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพและสุขภาพที่ดี บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างสรรค์ “โครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” โดยร่วมคิดค้นเครื่องมือสร้างสรรค์ “มื้ออาหารของฮีโร่” (Hero Meal) ดึงดูดเด็กๆวัย 3-5 ปี ได้มีสุขนิสัยในการกินเพื่อสุขภาพที่ดี โดยได้ร่วมแจงความสำเร็จของโครงการ เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่ง กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้บริหาร เนสท์เล่ (ไทย) กล่าวว่า โครงการนี้ รวมพลังเพื่อเป็นโครงการที่มุ่งจุดประกายให้ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก ร่วมกันปลูกฝัง 3 สุขนิสัยพื้นฐานสำคัญในเด็กวัย 3-5 ปี ได้แก่ การกินอาหารให้หลากหลาย เพิ่มผักและผลไม้ เลือกดื่มน้ำเปล่า และขยันขยับ เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เพื่อปลูกฝังรากฐานพฤติกรรมสุขภาพของเยาวชนให้เติบโตอย่างมีสุขภาพดีในระยะยาว

...

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพฤติกรรมเด็ก ชั้นนำของไทย ได้ร่วมกันคิดค้นเครื่องมือสร้างสรรค์ “มื้ออาหารของฮีโร่” (Hero Meal) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สนุก ดึงดูดให้เด็กๆ อยากใช้ อยากร่วมมือ ประกอบด้วยจานฮีโร่ ที่แสดงว่าเด็กๆ ควรรับประทานอาหารอะไรในปริมาณเท่าไหร่, ถ้วยฮีโร่ กระตุ้นให้เด็กๆ ดื่มน้ำเปล่ามากขึ้น, เมนูฮีโร่ ที่ช่วยแนะนำเมนูที่เหมาะสมแก่เด็กให้แก่ผู้ปกครองและโรงเรียน, สมุดฮีโร่และสติกเกอร์ และฮีโร่คอนเทนต์ เป็นการส่งเสริมและติดตามพฤติกรรมสุขภาพของเด็ก โดยใช้โครงการนี้กระตุ้นการปรับเปลี่ยน 3 สุขนิสัยในเด็กวัย 3-5 ปี โดยในปีแรกนี้ ได้เริ่มทำกิจกรรมกับนักเรียนชั้นอนุบาล 1-3 จำนวนกว่า 800 คนใน 4 โรงเรียนนำร่องในกรุงเทพฯ ได้แก่ ร.ร.วัดปทุมวนาราม, ร.ร.วัดหนัง, ร.ร.โสมาภานุสสรณ์ และ ร.ร.อรรถวิทย์

ด้าน ดร.สุวิมล ทรัพย์วโรบล หัวหน้า ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์จุฬาฯ เปิดเผยว่า หลังจากดำเนินโครงการฯ พบว่าเด็กๆ รับประทานข้าว-แป้ง ผัก และผลไม้ได้มากขึ้น คือโดยเฉลี่ยจากที่กินข้าว-แป้ง เพียง 62% เพิ่มเป็น 68% ของปริมาณที่ควรบริโภคต่อมื้อ กินผักเพิ่มจาก 15% เป็น 26% และผลไม้เพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 26% ของปริมาณที่ควรบริโภคต่อมื้อ โดยเลือกรับประทานผลไม้ที่มีความหวานต่ำมากขึ้น ส่วน ผศ.ดร.กิตติ สรณเจริญ-พงศ์ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า เรายังพบด้วยว่าเด็กนักเรียนและผู้ปกครองมีความรู้ด้านโภชนาการเพิ่มมากขึ้น เข้าใจความสำคัญของอาหาร 5 หมู่ การดื่มน้ำเปล่า และรู้ถึงปริมาณที่พึงได้รับในแต่ละวัน นอกจากนี้ ทั้งเด็กและผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีขึ้น เปิดรับอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ยอมกินผักและผลไม้ที่ไม่เคยกินมาก่อนได้มากขึ้น กินข้าวในมื้ออาหารหลักได้มากขึ้น และเลือกดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำหวาน หากเราร่วมมือกันทำให้เด็กรักษาพฤติกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของโครงการฯ

...

สุดท้าย ออดรีย์ เลียว ผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์พิเศษ คือการผนึกกำลังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปรับและปลูกฝังพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในเยาวชนที่มี อายุ 3-5 ปี อันเป็นการปูรากฐานสำคัญที่จะส่งผลไปตลอดชีวิตของเด็ก ผลจากการวิจัยในปีแรกนี้จะนำมาขยายผลสู่วงกว้าง และสานต่อโครงการฯ โดยขอเชิญชวนองค์กรภาครัฐและเอกชนอื่นๆ ที่มีเจตนารมณ์เดียวกันนี้ มาเข้าร่วมสนับสนุนโครงการฯ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนให้สังคมไทยต่อไป โดยติดตามโครงการได้ทาง Facebook. com/U4HKThailand หรือค้นหา United for Healthier Kids TH ผ่าน Facebook Application

...