เป็นอีกหนึ่งเซเลบริตี้สุดแนวที่ควานหาตัวจับยากมากในงานอีเวนต์ สำหรับ ‘มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ’ บุตรสาวคนโตของ ‘ปรากรมศักดิ์-ณัฎฐินี ชุณหะวัณ’ ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสเจอเธอแบบไม่คาดฝันในงาน เฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามที่ดีที่สุดแห่งปีของนิตยสาร นูเมโร ไทยแลนด์ เลยไม่พลาดคว้าตัวมาเปิดโปรไฟล์ อัพเดตชีวิตให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันสักหน่อย !

...

ชื่อ นามสกุล : ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ
นิกเนมสุดชิค : มิ้งค์
ที่มาของนิกเนม : คุณพ่อบอกคุณแม่ว่าจะให้ Mink Fur เป็นของขวัญ
อายุ : 29 ปี
วันเกิด : 22/04/1987
ส่วนสูง น้ำหนัก : 154 ซม.-44 กก.
พี่น้อง : น้องสาว 1 คน น้องชาย 1 คน
การศึกษา : จบคณะครุศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 
อาชีพในปัจจุบัน : นักเขียนคอลัมน์ ‘สุขภาพดีบายมิ้งค์’ ให้หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
อาหารที่ชอบ : ไอศกรีม ข้าวคลุกน้ำพริก และ French toast
ที่เที่ยวสุดโปรด : หัวหิน อเมริกา
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุดๆ : ลายที่มีจุดเยอะๆ
คติประจำใจ : The survival of the fittest
อินสตาแกรม : natprapa_ch
เฟซบุ๊ก : Natprapa Choonhavan

อัพเดตชีวิต และงานตอนนี้ให้ฟังหน่อย
ชีวิตก็ปกติเรื่อยๆ นะ ตอนนี้ไม่ได้เป็นคุณครูแล้ว (คุณครูอนุบาลโรงเรียนนานาชาติเซนต์ แอนดรูวส์) และลูกศิษย์ที่เคยสอนก็โตขึ้นกลายเป็นเพื่อนไปหมด หลักๆ เราก็แค่เขียนคอลัมน์ ‘สุขภาพดีบายมิ้งค์’ อย่างเดียวให้หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก เป็นคอลัมน์เกี่ยวกับสุขภาพ แนะนำวิธีการดูแลตัวเอง อาหารเฮลตี้อะไรต่างๆ และตอนนี้เรากำลังทำสตูดิโอถ่ายภาพอยู่ด้วย อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ยังไม่เสร็จดี เราทำไว้ในบ้านเราเองเลย เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้าน

...

อะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้ลาออกจากการเป็นคุณครู
คงเพราะเราอิ่มตัวมั้ง เราทำตรงนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เป็นครูฝึกสอนตอนเรียนปี 3 อายุประมาณ 19-20 ปีเอง แล้วตอนนี้เด็กๆ ที่เราเคยสอนก็โตกันหมดแล้ว มีอินสตาแกรมกลายเป็นเพื่อนกันไป สำหรับเราการเป็นคุณครูเป็นเรื่องที่ท้าทายนะ เพราะเหมือนแต่ละวันเราต้องไปดีลกับเด็ก และเด็กเป็นวัยที่ไม่แคร์อะไร มันท้าทายตรงที่ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กรัก ให้เด็กเชื่อฟังทำตามที่เราสอน

ถามว่ารู้สึกยังไงบ้างที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นคุณครูแล้ว แรกๆ ก็มีใจหายเหมือนกัน เพราะมันก็เป็นความใฝ่ฝันหนึ่งของเราตั้งแต่เด็กๆ เลย แต่ทุกวันนี้โอเคขึ้น อย่างเราคิดถึงเด็กคนไหน หรือเด็กคนไหนคิดถึงเราก็จะนัดเจอกัน บางครั้งก็รับมาเรียนเป็นคลาสๆ ที่บ้าน ถ้าปิดเทอมแล้ว เด็กคนไหนที่สนิทหน่อยอยากมาเรียนก็มาได้ตลอด หรือเรียนทำอะไรก็ได้ที่เขาอยากทำ บางคนอยากเรียนทำอาหารก็สอน บางคนอยากฝึกคิด-ฝึกทำธุรกิจ เราก็สอน หรือมีเหมือนกันที่เขาอยากทำธุรกิจสปา เราก็ทำจำลองกันขึ้นมาเล่นๆ ให้เขาได้ฝึกคิดว่าในสปาควรจะมีอะไรบ้าง คอร์สเมนูต่างๆ เราว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากเลยในการฝึกให้เด็กๆ ได้คิดในสิ่งที่เขาชอบ

...

ประสบการณ์ที่ได้จากการเป็นคุณครูทำให้โตขึ้นมาก
ใช่...เรารู้สึกว่าตอนนี้โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก อย่างถ้าเด็กๆ เราอาจจะงอแงไม่อยากทำอะไร พอได้ลองมาเป็นครูแล้ว มันทำให้เราโตขึ้น และต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะเหมือนเราต้องไปรับผิดชอบ-ดูแลชีวิตลูกคนอื่น เขาฝากชีวิตเด็กๆ ที่อายุไม่ถึง 10 ขวบไว้ที่เรา ฉะนั้นเราก็ต้องมองอะไรให้กว้าง และมองในระยาวมากขึ้น อะไรที่เราไม่เคยสนใจ ไม่เคยต้องดูแล ไม่เคยต้องคิด เราต้องหันมาใส่ใจทั้งหมด มันทำให้เราได้สติในหลายๆ เรื่อง รวมถึงระมัดระวังอะไรมากขึ้นด้วย

...

กลายเป็นนักเขียนคอลัมน์สุขภาพเต็มตัว
ถ้างานหลักๆ ตอนนี้ก็เป็นนักเขียนนี่แหละ ทำไมถึงมาเขียนเกี่ยวกับสุขภาพก็อาจเพราะเราเป็นคนชอบดูแลตัวเอง แล้วก็ชอบทำอาหารเฮลตี้ เน้นสุขภาพด้วย ตั้งแต่เรียนอยู่มหา’ลัยแล้ว (เทรนด์สอนทำอาหารให้เด็กเล็กด้วย) ทีนี้พอมีโอกาสก็เลยมาถ่ายทอดสิ่งที่เราชอบให้คนอื่นรู้

คอลัมน์นี้เราเขียนทุกวันพฤหัสฯ ซึ่งแต่ละอาทิตย์ก็ต้องหาข้อมูลเยอะพอสมควร เพื่อให้คอลัมน์ดูน่าสนใจ ไม่จำเจ และมีความแปลกใหม่ บางทีเราก็ไปเดินตามตลาด หรือเดินตามที่แปลกๆ ไปดูว่าเขาทำอะไร แล้วก็ไปสอบถามข้อมูลจากคนที่ขายอยู่ เรียกว่าลงพื้นที่ทำ Research ด้วยตัวเองแบบจริงจังเลย

เคล็ดลับการดูแลตัวเองแบบฉบับ ‘มิ้งค์ ณัฏฐิ์ประภา’
เบสิกเลยก็คือ พยายามนอนเยอะๆ ให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 3 ลิตรต่อวัน มันจะช่วยทำให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่งจากภายใน แล้วก็ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะวิตามิน และไฟเบอร์ รวมไปถึงการออกกำลังกายก็สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ร่างกายดูเฟิร์มแข็งแรง สุขภาพดี ถ้าทานอย่างเดียวทว่าไม่ฟิตหุ่น-ออกกำลังกายเลย เราเคยเป็นอยู่พักหนึ่ง หุ่นดูย้วยไม่โอเคเลย เราว่าเป็นผู้หญิงควรดูแลตัวเองจากทั้งภายใน และภายนอกนะ

กับธุรกิจล่าสุดสตูดิโอถ่ายภาพ ไอเดียนี้ได้แต่ใดมา
ไอเดียนี้ก็เกิดมาจากเราเป็นคนชอบถ่ายรูป และชอบแต่งบ้านด้วย (หัวเราะร่า) อย่างที่บ้านทำธุรกิจอพาร์ตเมนต์ให้เช่า เวลาว่างๆ ทั้งเรา คุณพ่อคุณแม่ และน้องชาย ก็จะคิดไอเดียแต่งอพาร์ตเมนต์ แต่งห้องกันอยู่แล้ว พอมีคนออกเราก็รีโนเวททำห้องใหม่ เปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ เราก็เลยเอาไอเดียตรงนี้บวกกับที่ชอบถ่ายรูปมาเปิดสตูดิโอถ่ายภาพซะเลย แต่งไปตามแนวของตัวเอง เราลงมือแต่งเอง เพ้นท์สีเองนะ (ช่วยกันกับช่าง) แนวสตูดิโอเราจะเป็นแบบหรูๆ เท่ๆ ดิบๆ หน่อย

ถามว่าแต่งสตูดิโอยาก-แตกต่างจากแต่งห้องไหม เราว่ามันค่อนข้างคนละแบบกันเลยนะ จริงๆ เราไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการจัดสตูดิโอเท่าไร เช่นว่า ต้องจัดยังไงแสงถึงจะดี ต้องเอาไฟวางไว้ตรงไหนบ้าง เราก็ค่อยๆ ลองศึกษาทำดู มีปรึกษาพี่ๆ ช่างภาพที่รู้จักบ้าง แล้วก็ปรึกษาคุณแม่ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะคุณแม่เรียนอาร์ตมาจะมีความรู้ด้านพวกนี้อยู่แล้ว

เชื่อไหมว่า ตึกอพาร์ตเมนต์คุณแม่เป็นคนวาดดีไซน์ออกมา รวมถึงบ้านที่อยู่คุณแม่ก็ออกแบบเอง คุณแม่ค่อนข้างรู้ว่าตกแต่งแบบไหนถึงจะสวย ซึ่งเราก็พยายามศึกษาตรงนี้อยู่ ถ้าต่อไปเราทำได้ดีตรงนี้ก็อาจจะขยับขยายพื้นที่ขึ้นอีก

ณ ตอนนี้อยากเปิดธุรกิจอะไรเพิ่มอีกไหม
ยังก่อนดีกว่า ปล่อยให้มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อันที่จริงเราก็มีแพลนหลวมๆ ในหัวเหมือนกันนะ แต่รอให้สตูดิโอเสร็จก่อนดีกว่า แล้วค่อยดูว่าจะขยับขยาย หรือจะทำอะไรต่อไป ธุรกิจนี้เราลงทุนเอง เป็นเงินเก็บเราเองทั้งหมดตั้งแต่เรียนจบ เราก็ไม่อยากรีบร้อน กลัวได้ไม่คุ้มเสีย ไม่สนใจช่วยธุรกิจที่บ้าน หรือกระโดดเข้าธุรกิจอสังหาฯ บ้างหรอ ? เอาจริงๆ ทุกวันนี้เราก็ช่วยอยู่นะ วิ่งไปๆ มาๆ ระหว่างงานที่สตูดิโอ กับอพาร์ตเมนต์ ทว่าถ้าให้เล่นอสังหาฯ เต็มตัวเลยไหมก็คงไม่ เพราะคนก็ทำกันเยอะแล้ว และมันไม่ใช่ Passion ที่เราอยากทำจริงๆ ส่วนเรื่องเรียนต่อปริญญาโทไม่ได้คิดเลย (หัวเราะ) ตอนนี้เราอยากทำงานมากกว่า

แบ่งเวลางานมาดูแลตัวเองยังไงบ้าง
เนื่องจากงานเราไม่ค่อยเครียด และมีเวลา ว่างๆ เราก็จะไปเล่นกีฬา เราชอบเล่นเทนนิส มันช่วยรีแล็กซ์สมองได้เยอะเลย หรือไม่วันไหนติสต์ๆ หน่อยก็จะขับรถชิลๆ ไปต่างจังหวัด ง่ายสุด และใกล้สุดก็คงเป็นหัวหิน เราชอบไปทะเล

สไตล์การแต่งตัว แนว ? ชิค ? หรู ? หวาน หรือเซ็กซี่ ?
ชิลๆ สบายๆ มากกว่า (หัวเราะ) เราชอบแต่งตัวแบบสปอร์ต-สตรีทนิดนึงนะ ใส่กางเกงวอร์ม แจ็กเกตวอร์มชิคๆ ร้องเท้าผ้าใบเก๋ๆ ไม่รู้สิ เราว่าเดี๋ยวนี้แฟชั่นมันเปลี่ยน จากที่แต่ก่อนเราอาจจะแต่งเซ็กซี่บ้าง ตอนนี้ก็กลายเป็นกลับไปแต่งแบบเด็กๆ แต่ดูล้ำขึ้น อย่างกางเกงยีนส์ขาดแมตช์กับรองเท้าผ้าใบ แล้วเอาแจ็กเกตผูกเอว มันเป็นสไตล์ Old School ตอนนี้เราชอบแต่งแบบนี้นะ และด้วยความที่เราไม่ได้ทำงานออฟฟิศ การแต่งตัวเลยไม่ได้ฟิกอะไรมาก แต่งแบบธรรมดาชิลๆ นี่แหละ

เจ้าชายในฝัน...สเปกแบบไหนกัน
ยังรออยู่นะ รอนานแล้วไม่เจอสักที (หัวเราะ) เอาจริงๆ เราชอบผู้ชายโตกว่าที่ดูอบอุ่น และเป็นผู้ใหญ่หน่อย มีความคิดในเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต ผู้ชายที่รู้จักวางแผนชีวิตตัวเอง ตั้งเป้าหมาย รู้จักทำมาหากิน และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ เราเชื่อว่าคนแบบนี้ดูแลตัวเองได้ เขาก็จะสามารถดูแลเราได้เช่นกัน และมีความคิดที่จะช่วยกันทำงาน สร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับชีวิตคู่ เราไม่ชอบผู้ชายสไตล์คุณหนูแบบทำอะไรไม่เป็นเลย อันนี้ขอบายนะ

สุดท้ายวางแพลนในอนาคตอันใกล้ 2-3 ปี ยังไงบ้าง
ถ้าเรื่องความรักไม่คาดหวังเลย ส่วนการงานแน่นอนว่า ถ้าสตูดิโอเสร็จเราอาจจะขยับขยายให้มั่นคงกว่านี้ ค่อยๆ ทำทีละสเต็ป