ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นมา ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศช็อกกันหมดกับข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และไม่รู้จะตั้งต้นยังไง เราเกิดมาก็อยู่ในรัชสมัยของพระองค์ท่าน ในฐานะคนวงการสิ่งพิมพ์ ผมคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อในหลวงของเรา และต้องทำงานถวายหัวอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้เสียชาติเกิด”...ศักดิ์ชัย กาย ผู้ก่อตั้งนิตยสารลิปส์ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์มาหลายทศวรรษ บอกเล่าความในใจถึงเบื้องหลังการจัดทำ “สมุดภาพ รัชกาลที่ 9” ที่ทุ่มเททำอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อสร้างผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ดีที่สุดในชีวิต
ผู้ก่อตั้งนิตยสารลิปส์ เปิดใจให้สัมภาษณ์ทีมข่าวสตรี หนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า ตอนนี้ธุรกิจสิ่งพิมพ์เริ่มตายไปกว่าครึ่งแล้ว ปีที่ผ่านมามีแต่คนบอกว่า ธุรกิจสิ่งพิมพ์กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลก เพื่อนเราในแวดวงสิ่งพิมพ์ก็ล้มหายตายจากไปทีละเล่ม แม้กระทั่งเราเองก็ต้องกรีดเลือดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ด้วยพระบารมีของในหลวง รัชกาลที่ 9 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 กลับทำให้ธุรกิจสิ่งพิมพ์ของเรามีลมหายใจต่อ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์ไม่มีวันตาย มันจะต้องอยู่ ทุกคนในวงการสิ่งพิมพ์ลุกขึ้นมาทำหนังสือเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในฐานะคนทำหนังสือ ที่อยู่วงการนี้มานาน ผมคิดว่า เราจะนิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ผมถามตัวเองว่า ถ้าเราไม่ทำ แล้วเราจะมีโอกาสทำหนังสือเพื่อพระองค์ท่านอีกเมื่อไหร่ ชาตินี้คงไม่มีแล้ว!!
...
ผมเชื่อว่า ประชาชนคนไทยทุกคนอยากจะเก็บพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นเทวดาประจำบ้าน โดยส่วนตัวผมสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านที่เป็นมาสเตอร์อย่างดีไว้มากพอสมควร และตอนแรกอยากจะพิมพ์แจกประชาชนด้วยซ้ำ แต่เมื่อทบทวนดูแล้ว คงไม่มีกำลังพอจะพิมพ์แจก มันต้องใช้งบประมาณมหาศาล จึงคิดอยากทำเป็นสมุดภาพในเวอร์ชั่นที่พิเศษและวิเศษมาก คือจะทำทั้งทีก็ต้องต่างจากคนอื่น
“สมุดภาพ รัชกาลที่ 9” จะเป็นโฟโต้บุ๊กทรงคุณค่าที่สุด ที่รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์หายากและเป็นมาสเตอร์จากต้นตำรับจริงๆทุกรูปทั้ง 96 หน้า จัดทำในขนาดใหญ่ 17 × 22 นิ้ว หรือเทียบเท่ากระดาษ A2 โดยใช้กระดาษนิวเอจอย่างดีที่สุดในการตีพิมพ์ เพื่อให้สามารถนำไปใส่กรอบรูปแขวนประจำทุกบ้าน ผมตั้งเป้าพิมพ์ 9,999 เล่ม จำหน่ายเล่มละ 1,999 บาท โดยตั้งใจว่าจะส่งไปให้ห้องสมุดตามโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ เรามีกล่องใส่ให้สวยงาม สมุดภาพของเราหนัก 5 กิโลกรัม ไม่มีใครยอมทำให้หรอก ต้องคุยกับโรงพิมพ์นานมากเพื่อมาช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการสิ่งพิมพ์
ทุกๆอย่างที่นำมาใช้ในสมุดภาพเล่มนี้ ล้วนแต่มีที่มาที่ไปทั้งนั้น ผมเชิญอาจารย์ที่เป็นนักภาษาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจริงๆมาจัดทำเนื้อหา แล้วจึงเริ่มทำการบ้านตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม โดยออกตามหานักสะสมภาพเจ้านายที่ดีมากที่สุดของประเทศทุกคน แต่เดิมเคยพยายามขอหลายครั้งหลายหนมาก แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่เคยอนุญาตให้ก๊อบปี้ เพราะเป็นของรักของหวงมาก เก็บขึ้นหิ้งอย่างดียิ่งกว่าพระเครื่องซะอีก ทุกท่านเก็บภาพเจ้านายในห้องแอร์ 24 ชั่วโมง ไม่เคยให้ใครเข้าไปแตะต้อง เพราะจะทำปฏิกิริยากับซิลเวอร์บนภาพ ทว่า ครั้งนี้ผมเอ่ยปากไม่กี่คำ ทุกท่านเหล่านี้ก็ยินดีให้เข้าไปก๊อบปี้ภาพมาสเตอร์เพื่อพิมพ์เผยแพร่ โดยส่วนตัวแล้ว ทุกท่านเหล่านี้มีภาพเจ้านายเป็นแสนๆภาพ นักสะสมทุกคนอยากจะช่วยกันให้คนไทยมีพระบรมฉายาลักษณ์งดงามเก็บไว้ทุกบ้าน
หนึ่งในนักสะสมภาพเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสมุดภาพครั้งนี้คือ “คุณณรัฐ นภาวรรณ” เป็นเจ้าของร้านหนังสือออนไลน์ “ลุงโจ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคลังหนังสือเก่าที่รวบรวมหนังสือหายากโบราณไว้มากที่สุด คุณโจเริ่มต้นสะสมหนังสือเก่าที่เกี่ยวข้องกับในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มานานกว่า 20 ปี ได้เห็นภาพถ่ายโบราณอันงดงามในหนังสือ จนเกิดความประทับใจ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สืบเสาะหาภาพถ่ายโบราณ ซึ่งถือเป็นต้นฉบับ มาเก็บไว้ในครอบครอง ปัจจุบันมีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ไทย ที่ย้อนไปจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 หลายพันภาพ
หนึ่งในจำนวนภาพที่ “คุณโจ” ประทับใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสครอบครองคือ ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในกรอบถมเงินประดับตรา ภปร. บนภาพมีลายพระปรมาภิไธยของทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ ซึ่งนับเป็นของหายากที่เหล่านักสะสมตามหากัน อีกภาพหนึ่งเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ขณะที่ยังทรงดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอฯ ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นภาพที่ได้รับการอัดขยายจากฟิล์มต้นฉบับ จึงมีความคมชัดสูงมาก “คุณโจ” ได้มาโดยอาศัยความเพียรในการขอซื้อจากเจ้าของมานานร่วมครึ่งปี
...
ด้าน “นพ.อุกฤษฎ์ อุเทนสุต” แพทย์ด้านอายุรกรรมประจำ รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนโปรเจกต์ประวัติศาสตร์ “หมอโป้ง” บอกเล่าว่า เริ่มสะสมแสตมป์ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ก่อนจะมุ่งสะสมเฉพาะแสตมป์พระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 หรือแสตมป์พระรูป ร.9 มาต่อเนื่อง 30 ปี นอกจากจะมีแสตมป์พระรูป ร.9 ในครอบครองนับไม่ถ้วน มากกว่า 1 ล้านดวง “หมอโป้ง” ยังมุ่งคัดแยกและเลือกเก็บสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ชุดที่ 1 และ 2 เป็นพิเศษ เพื่อส่งประกวดในงานแสดงแสตมป์ระดับโลก ซึ่งไม่ใช่งานที่ง่ายเลย เพราะต้องสืบเสาะและค้นหาข้อมูลของดวงตราไปรษณียากรหายาก ทั้งในรูปแบบที่สมบูรณ์ ยังไม่ได้ใช้งาน ใช้งานแล้วโดยประทับบนซองปรู๊ฟสำหรับทดลองพิมพ์ รวมถึงแสตมป์ตลก (แสตมป์ที่เกิดความผิดพลาดในระบบการพิมพ์) ก่อนจะนำมารวบรวม แล้วบอกเล่าเป็นเรื่องราวที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ในการสะสมแสตมป์อย่างยาวนานหลายทศวรรษ แต่ก็คุ้มค่าความพยายาม เพราะคุณหมอคว้าแชมป์ระดับโลกมาแล้วหลายครั้ง โดยหนึ่งในความภาคภูมิใจของนักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ผู้นี้ คือ การเป็นเจ้าของแสตมป์ที่มีพระบรมนามาภิไธย หรือลายเซ็น “ภูมิพล” จารึกอยู่บนดวงแสตมป์ มูลค่า 20 สตางค์ ระบุปี ค.ศ.1961
...
ขณะที่ “คุณเค-ฐานธิษณ์ ชินกฤตกุล” นักสะสมภาพเจ้านายที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ลุกขึ้นเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่า “ไม่อยากเห็นภาพในหลวงวางอยู่บนพื้น” คุณเคเริ่มซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทุกใบ ที่พบเห็นจากแผงขายของเก่าริมถนน มาเก็บไว้เป็นของสูงประจำบ้าน นานวันเข้าเมื่อแปรเปลี่ยนเอาความชอบในการสะสมของเก่านานาชนิด มาพัฒนาและต่อยอดจนกลายเป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าของวงการแอนทีคมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ และเป็นที่รู้กันในแวดวงนักค้าของเก่าว่า “คุณเค” คือผู้ที่ครอบครองพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไว้มากที่สุดกว่าแสนใบ ภาพจำนวนหนึ่งถูกจัดเรียงใส่อัลบั้มอย่างดี ในขณะที่อีกมากได้รับการคัดเลือกและนำไปใส่กรอบสั่งทำพิเศษ ทำให้พระบรมฉายาลักษณ์ทรงคุณค่าในฐานะชิ้นงานที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ครั้งนี้ “คุณเค” ได้อนุญาตให้ทีมงานลิปส์ก๊อบปี้พระบรมฉายาลักษณ์หายากหลายภาพ รวมถึงภาพมาสเตอร์จากฟิล์มกระจกเก่าแก่ ขนาด 8×10 นิ้ว ซึ่งมีพระบรมนามาภิไธย (ลายเซ็น) “ภูมิพล” ประทับอยู่ด้วย
นี่คืออีกหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซของคนวงการสิ่งพิมพ์ ที่จะสร้างพลังใจให้คนไทยทั้งประเทศ.
ทีมข่าวสตรีไทยรัฐ