วันนี้ "Study Inside" โดยพี่แคมปัส จะพาทุกคนไปชมบรรยากาศการจัดงาน "ชาวธรรมศาสตร์ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำหรับภายในงานเป็นการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งไฮไลต์คือการใช้คน 2,000 คน แปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก และพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น

...

โดยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราชาผู้ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดิน ทรงอุทิศทุ่มเทปฏิบัติพระราชภารกิจอันบริบูรณ์พร้อมแนวทางแห่งทศพิธราชธรรม ทรงนำพาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ บำบัดทุกข์บำรุงสุขของพสกพิกรใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารล้วนอยู่เย็นเป็นสุขด้วยพระบารมี โครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ แสดงความเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ผู้มีพระปรีชาญาณลึกซึ้ง มีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคน ให้ดำรงตนด้วยความพากเพียร ความพอเพียง รู้รักสามัคคี เสียสละ รู้จักใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหา จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมการศึกษาทุกระดับชั้น 

ทั้งนี้ สำหรับประชาคมธรรมศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นนานัปการ อาทิ ทรงปลูกต้นหางนกยูง และพระราชทานให้เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง ทรงพระเมตตาเสด็จฯ เยี่ยมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นการส่วนพระองค์ถึง 12 ครั้ง รวมถึงเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เสด็จฯ มาทอดพระเนตรโขนธรรมศาสตร์ เสด็จฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาเป็นเวลา 48 ปี อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนภูมิพล และทุนอานันทมหิดลแก่บัณฑิตธรรมศาสตร์ และทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 15 สาขา นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินทุนเริ่มแรก สำหรับสร้างหอสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น 

สำหรับกิจกรรมแปรอักษรครั้งนี้ จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด "ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้" โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความอาลัยถวาย และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมอบให้แก่ชาวธรรมศาสตร์ ในฐานะราษฎรใต้ร่มพระบารมีตลอดรัชกาลของพระองค์

ทั้งนี้ ได้มีการเริ่มต้นการแปรอักษรด้วยภาพตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ "ภปร" ก่อนจะเป็นการแปรอักษร ดังว่า

...

"แดนไทย ใช่แดนใด คือแดนไทย ของในหลวง
ทรงรัก ไทยทั้งปวง โดมก็หวง ห่วงประชา
ชาติไทย ยิ่งใหญ่ได้ น้ำพระทัย ยิ่งใหญ่กว่า
ทรงสั่งสอน ดั่งบิดา ให้บุตรรู้ อยู่พอเพียง"

จากนั้นเป็นการแปรอักษรภาพเคลื่อนไหวระบบ 1:1 ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 9 ชื่อเพลง "อาทิตย์อับแสง"

ต่อด้วยภาพ "วันพรุ่งนี้" ที่สื่อถึงการน้อมนำคำสอนของพ่อหลวง ไปประพฤติปฏิบัติเพื่อพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนสืบต่อไป

...

"มาวันนี้คนไทย หัวใจสลาย      ไม่ขาดสาย ธารน้ำตา ที่บ่าไหล
พระเสด็จ นิราศแล้ว ใจเอ๋ยใจ    ทุกคืนวัน สะอื้นไห้ อยู่ในทรวง
ทรงเป็น ดวงธรรม นำทางให้     ก้าวต่อไป จะสานต่อ งานพ่อหลวง
ก่อประโยชน์ สุขให้ ไทยทั้งปวง  ใจทุกดวง จะร่วมกัน ให้สัญญา"

และปิดท้ายด้วยภาพพระราชกรณียกิจของพระองค์ "ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้"

...

อย่างไรก็ตาม ภายในงานยังมีกิจกรรมแสดงความอาลัย อาทิ การลงนามแสดงความอาลัย ณ ลานยูงทองของพ่อ, กำแพงประวัติศาสตร์ ผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะรัตนโกสินทร์, กิจกรรมอาสาสมัคร (Volunteer for Dad) ฯลฯ