เหล่าศิลปินร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรวมพลังกันจดฝีแปรงวาดภาพพระบรมฉายา สาทิสลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระอิริยาบถต่างๆ เพื่อนำออกแสดงให้ประชาชน ชาวไทยได้ชื่นชมในพระจริยวัตรของพระองค์ท่านที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวสยามมาตลอดที่ทรงครองราชย์ 70 ปี
โดยการรวมพลังของเหล่าศิลปิน ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน คณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร ในครั้งนี้ ซึ่งมี สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นแม่งาน เพื่อนำความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาร่วมทำงานตั้งแต่เช้าจดค่ำ ในเวลาเพียง 3 วัน วาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 30 ภาพ และนำออกแสดงที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ศิลป์ พีระศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ
อ.อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการรวมใจของศิษย์เก่า คณาจารย์ และศิษย์ปัจจุบัน ซึ่งมีความเห็นเหมือนกันว่า เราอยากจะแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของพวกเรา และคนไทยในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ เราจึงขอใช้วิชาที่เรียนมานำเสนอผลงานทางด้านศิลปะ วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยแนวคิดการ ทำงาน เราเอาความรู้สึกของพวกเราง่ายๆ คือ “ในหลวงของประชาชน” พระบรมฉายาลักษณ์ที่เราเลือกมาเป็นต้นแบบ จึงเป็นความรู้สึกใกล้ชิด และรู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อพวกเราชาวไทย
...
คณบดีคณะจิตรกรรมฯกล่าวต่อว่า ทีแรกตั้งใจจะวาดเพียง 10-20 ภาพ พอแจ้งไปยังศิษย์เก่า ทุกคนต่างพร้อมใจกันมาร่วมทำงาน อย่างสมภพ บุตรราช, สุรเดช แก้วท่าไม้, สมยศ ไตรเสนีย์, สุธี คุณาวิชยานนท์, ชาญณรงค์ ขันทีท้าว หรือติ๊ก กลิ่นสี, วัชระ ประยูรคำ เป็นต้น เราเลยแบ่งการทำงานตอนต้นนี้ออกเป็น 30 ชิ้น 30 เฟรม ขนาด 2.40×2.40 เมตร เราให้รุ่นละ 1 เฟรม มาทำงานร่วมกัน เท่ากับว่าตอนนี้เรามีศิษย์เก่า 30 รุ่นมาช่วยกันทำ โดยใช้เวลาเพียง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 22-24 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ ได้นำมาจัดแสดงที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ ศ.ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาชม และเป็นที่พักผ่อนไปด้วย เพราะมหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งอยู่ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจะได้มีพื้นที่เข้ามาพักได้ ส่วนต่อไปเรากำลังหาสปอนเซอร์เพื่อทำงานตามเป้าหมายที่จะวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ทั้งหมดให้ครบ จำนวน 89 ภาพ ตามพระชนมพรรษาของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยกำหนดให้เสร็จภายใน 100 วัน นอกจากนี้ ในวันที่ 12 พ.ย. จะมีการแสดงวงดนตรีออเคสตร้า ม.ศิลปากร ในบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ลาน ศ.ศิลป์ พีระศรี โดย ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ จะร่วมเขียนภาพในหลวงสดๆ ประกอบการแสดงดนตรี ท่ามกลางภาพเขียนที่ติดตั้งจำนวนมากนี้ด้วย
กิจกรรมนี้นับเป็นการรวมใจของเหล่าศิลปินชาวศิลปากรเกือบร้อยคน มาร่วมทำงานกันอย่างสมัครสมานสามัคคี ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องที่พยายามถ่ายทอดพระจริยวัตรที่งดงามและพระเมตตาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ผ่านภาพวาดอันแสนงดงาม ซึ่งในบรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดงานฝีมือให้ออกมางดงามที่สุด โดยมีการเปิดเพลงพระราชนิพนธ์ ในระหว่างการทำงานด้วย
พยัต ชื่นเย็น อุปนายกสมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมฯ ที่มาร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ตนและเพื่อนรุ่น 34 ร่วมกันเขียนภาพชื่อ “กาลเวลาแห่งความสูญเสีย” โดยนำพระบรมฉายาลักษณ์ขณะประทับรักษาพระองค์ที่ รพ.ศิริราชมาวาดอยู่ในกรอบของเวลาเสด็จสวรรคต เวลา 15.52 น. ตามที่มีประกาศของสำนักพระราชวังวันที่ 13 ตุลาคม องค์ประกอบภาพมีริบบิ้นสีดำของปวงชนชาวไทยแสดงความอาลัยและลวดลายดอกชัยพฤกษ์สะพรั่งรองรับ ใช้โทนสีเบาสบาย แสดงถึงทรงไม่เหน็ดเหนื่อยแม้จะทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี ของการครองราชย์
ด้าน อ.กำพล พงษ์พิพัฒน์ และ รศ.สรรณรงค์ สิงหเสนี ที่ร่วมวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงน้อมองค์มารับการ ทูลเกล้าฯถวายดอกไม้จากหญิงชราที่มาเฝ้าฯรับเสด็จฯ โดยศิลปินทั้งสอง กล่าวว่า เราเห็นว่าเป็นภาพที่ทรงมีพระเมตตาสูง พอได้โจทย์แล้วนึกถึงภาพนี้เลยทันที ใครได้เห็นก็ล้วนประทับใจ เพราะมีความงดงามมาก ความ เมตตาของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวไทยนั้นยิ่งใหญ่มาก อยากให้พวกเราคนไทยมีความเอื้อเฟื้อ และเมตตาต่อคนอื่นตามรอยพระองค์ท่านด้วย
...
ส่วน เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล ตัวแทน รุ่น 38 ที่วาดพระบรม ฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร่วมกับ ประศาสน์ จันทร์สุภา เปิดเผยว่า เราอยากจะเขียนรูปในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เป็นประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นจริง แต่ไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ต้นแบบ ได้ดูแต่ในภาพยนตร์พระราชพิธี การวาดจึงต้องใช้จินตนาการและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ปกติจะไม่ค่อยวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวง นัก แต่ครั้งนี้พวกเราอยากทำมาก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เราอยู่ในประเทศที่สงบสุข เราอยู่ในที่ดีๆ เราจึงไม่รู้ว่า ที่ที่เราอยู่นี้ดีแล้ว เราจึงไม่รู้ว่า ที่ไม่ดีเป็นอย่างไร หลายประเทศอื่นเขาโหยหาประมุขของประเทศแบบนี้ พอพระองค์จากไป เราถึงได้รับรู้ว่า พระองค์ท่านทรงเป็นของแท้ ทรงทำความดีเป็นนิรันดร์ ทรงมีความสุขกับการให้ ให้ทุกวันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยจริงๆ
และศิษย์เก่าล่าสุดที่เพิ่งจบมาหมาดๆ ณภัทร แก้วมณี ที่ร่วมวาดภาพครั้งนี้ เปิดใจว่า กิจกรรมครั้งนี้ได้เห็นความสามัคคี ร่วมใจของรุ่นพี่ รุ่นน้องจิตรกรรมฯ ศิลปากร มาร่วมกันทำเพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยเราใช้สิ่งที่เราทำได้ ทำให้ดีที่สุด ทำให้โลกเห็นว่า คนไทยรักพระองค์ท่านมากแค่ไหน
นอกจากศิลปินจากรั้วศิลปากร วังท่าพระแล้ว ยังมีกลุ่มศิลปินชาวเหนือ นำทีมโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2554 เป็นโต้โผรวมพลังศิลปินขัวศิลปะชาวเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายกว่า 100 คน มาทำกิจกรรม “วาดภาพเพื่อพ่อ” เป็นการวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ เกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ที่ก่อประโยชน์ต่อชาวไทยและชาวเชียงราย บนผืนผ้าใบขนาด 2.50×17 เมตร โดยคุมโทนสีให้เป็นสีเทา ที่แสดงออกถึงความสงบร่มเย็น โดยพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ชุดนี้จัดแสดงที่ขัวศิลปะเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อให้ชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในทุกหย่อมหญ้าทั่วประเทศ.
...