ขอพิสูจน์ฝีมือด้วยความสามารถของตัวเอง วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ทายาทเจ้าของธุรกิจหลอดไฟชื่อดัง มองโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ของตัวเองผ่านประสบการณ์ที่สั่งสมมา

วิเศษ หรือ โน้ต ผู้บริหารหนุ่มวัย 33 ปี บอกเล่าเรื่องราวชีวิตว่า ตนเป็นลูกคนสุดท้องของ วินัย–อุไรวรรณ รังษีสิงห์พิพัฒน์ เจ้าของบริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตหลอดไฟฟ้า จบการศึกษาระดับไฮสคูลที่ออสเตรเลีย และไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่ University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทด้าน MBA บริหารธุรกิจ ที่ Imperial College London ประเทศเดียวกัน จากนั้นได้เข้ามาช่วยธุรกิจที่บ้านอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งมองเห็นช่องทางธุรกิจอื่นนอกเหนือจากธุรกิจของที่บ้าน

“ผมได้เข้าเรียนคอร์ส YEP (Young Entrepreneur Program) เลยได้รู้จักเพื่อนที่เรียนด้วยกัน คุณริศ-นริศ วิทยาวรากรณ์ และคุณแพน-ปฏิญญา เทวอักษร จึงจับมือกันทำธุรกิจ เพราะมองเห็นจุดแข็งและความสามารถของแต่ละคน ที่น่าจะเอามารวมกันได้ รวมทั้งมองเห็นโอกาสในตลาดด้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จึงตั้งบริษัท เอชทูโฟลว์ ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ สลินดริงค์ (Slin Drink) เพราะปัจจุบันรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคทั่วโลก เริ่มมองหาอะไรใหม่ๆ และยังหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น แม้แต่ตัวผมเองที่เป็นผู้ชาย ปกติเป็นคนที่ชอบและสนุกกับการรับประทานอาหารอร่อยๆ ยังต้องคอยพยายามวางแผนเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อจะให้ตัวเองได้รับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่ โดยไม่รู้สึกผิด จุดนี้ทำให้เราตระหนักและมองเห็นช่องทางในการนำเสนอนวัตกรรมเครื่องดื่มในกลุ่มฟังก์ชั่นนอลดริงก์ ที่ให้ทั้งความสดชื่น รสชาติอร่อย และมีส่วนช่วยในการดูแลหุ่นอีกด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์ สลินดริงค์ จะสามารถตอบโจทย์สาวๆ และคนยุคใหม่ที่รักและใส่ใจในสุขภาพ ให้มีความสุขกับการรับประทานอาหารโดยไม่ต้องกังวล” โน้ตอธิบายถึงข้อดีของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของเขา

...

แม้เพิ่งจะเริ่มเป็นเถ้าแก่น้อย แต่ผู้บริหารไฟแรงคนนี้ ก็มีแววเป็นเจ้าสัวแล้ว โดยเล่าถึงการทำงานของ ตัวเองว่า ตนมองว่าชีวิตในวัยเรียนเราจะได้ความรู้จากในห้องเรียน ส่วนประสบการณ์ชีวิต เราต้องแสวงหาเอาจากข้างนอก แต่ในทางกลับกัน ชีวิตการทำงานเราจะได้ประสบการณ์จากที่ทำงาน สิ่งต่างๆจากข้างนอกคือ ความรู้ที่ได้เป็นโบนัส ตนมีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เลยได้ฝึกฝนความอดทน ความรับผิดชอบและอะไรหลายๆ อย่างในการทำงาน ผมได้ซึมซับการทำงานของคุณพ่อคุณแม่มาโดยตลอด ท่านจะสอนอยู่เสมอว่า จะต้องมีความอดทน ซื่อสัตย์และยุติธรรม และที่สำคัญที่สุด ต้องดูแลเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับพนักงาน เพราะทุกคนล้วนเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยกันผลักดันให้งานก้าวไปสู่ความสำเร็จ พอมาลุยธุรกิจของตัวเองอย่างเต็มตัว เราก็ยังสามารถนำ คำสอนตรงนั้นมาปรับให้เข้ากับสไตล์การทำงานของเราได้ โดยจะเน้นเรื่องการสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เป็น Positive Working Environment ปลูกฝังทีมงานทุกคนให้มีความรู้สึกสนุกสนาน ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก ซึ่งส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอนาคตของธุรกิจที่สร้างขึ้นนี้ คงไม่ได้หยุดแค่เมืองไทย ในอนาคตเราก็ยังมีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย...เอาใจช่วยเถ้าแก่มือใหม่ด้วยค่ะ.