เนตรปรียา ชุมไชโย ถ้าได้ยินชื่อนี้หลายคนคงไม่ค่อยคุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าเป็น "ครูเคท" ที่สอนภาษาอังกฤษ เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นหน้าค่าตากันดี เพราะผู้หญิงคนนี้ทำให้เด็กวัยรุ่นในช่วงยุคหนึ่งตื่นตัว และเริ่มหันมาเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองกันมากขึ้น
ครูเคทวันนี้ข่าวคราวเรื่องการสอนภาษาอังกฤษอาจมีกระแสที่ออกมาทางสื่อเงียบไปบ้าง แต่ทุกวันนี้ครูเคทก็ยังคงทำหน้าที่นี้อยู่ พร้อมกับอีกบทบาทหนึ่งที่น้อยคนนักจะรู้ก็คือ การทำหน้าที่ปลุกปั้นผลงานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้มีความมั่นคง และสามารถสู้กับผลงานของดีไซเนอร์จากยุโรป อเมริกาไ ด้
ชีวิตเอนจอยกับงานสร้างคนคุณภาพ
“จริงๆ คนจะรู้ว่าเคทเป็นครู แต่ก่อนหน้านี้รับราชการที่กรมส่งเสริมการส่งออกมาก่อน ตอนนี้ก็เข้าปีที่ 20 แล้วด้วย ส่วนเรื่องการสอนภาษาอังกฤษเป็นงานพาร์ทไทม์ที่ทำควบคู่กับงานประจำเท่านั้นเอง แต่บังเอิญภาพลักษณ์ทางด้านการเป็นครูสอนหนังสือดันเป็นที่รู้จักมากกว่า”
ด้วยประสบการณ์การทำงานในฐานะของข้าราชการกว่า 20 ปี ครูเคทจึงได้รับความไว้วางใจให้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก เพื่อผลักดันดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของไทยให้เป็นที่รู้จักในแวดวงแฟชั่นระดับโลก พร้อมกับสร้างแบรนด์เสื้อผ้าให้เกิดการยอมรับด้วย

“เคททำงานที่นี่มานาน เพราะจบด้านการตลาดระหว่างประเทศด้วย พอเมื่อ 3 เดือนที่แล้วนี่แหละก็ได้เข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก หน้าที่โดยรวมก็คือดูแลผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจอยากส่งออกสินค้าแต่ทำไม่เป็น ดูแลธุรกิจระหว่างประเทศ และลูกค้าสัมพันธ์ด้วยค่ะ”
ผอ.คนเก่งกับโครงการ Designer’s Room
“พอเคทเริ่มเข้ามาเป็น ผอ. ความรับผิดชอบมันก็เลยหนักขึ้น อย่างโปรเจคต์ล่าสุดที่ทำก็คือโครงการสร้างนักออกแบบแฟชั่นไทยสู่ตลาดโลก ครั้งที่ 9 ค่ะ แต่สำหรับเคทเป็นครั้งแรกเลยที่มารับผิดชอบโครงการนี้แบบเต็มตัว
...

จุดมุ่งหมายหลักของโครงการนี้คือเราจะผลักดันโปรดักซ์ที่ผลิตให้มีราคาสูงขึ้น โดยการดึงเอาจุดเด่นเรื่องดีไซน์ และการสร้างแบรนด์มาเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า เคทมองว่าเรื่องนี้สำคัญมากนะงานนี้นักออกแบบที่มาแต่ละคนเลยต้องคัดสรรเป็นพิเศษหน่อย เพราะอยากได้คนที่รักการออกแบบ และคิดจะทำเป็นธุรกิจเข้าร่วมกับเราจริงๆ ดีไซเนอร์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ส่วนใหญ่จึงต้องมีประสบการณ์การออกแบบมาแล้ว 3-4 ปี”
นอกจากการคัดเลือกดีไซเนอร์ที่จะมาร่วมโครงการนี้แล้ว ครูเคทคนนี้ยังมีส่วนร่วมกับการสร้างบ่มเพาะพวกเขาให้สามารถเป็นดีไซเนอร์ที่เก่งรอบด้าน ทั้งเรื่องการครีเอทสินค้า และการทำธุรกิจเชิงการตลาด

“เท่าที่เคทดู และได้ยินการตอบรับจากดีไซเนอร์ต่างชาติมา เคทรู้สึกเลยว่าดีไซเนอร์ไทยมีศักยภาพสูงมาก มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเสื้อผ้า หรือสินค้าอื่นๆ ที่โดดเด่นจริงๆ แต่จุดอ่อนของพวกเขาก็คือเรื่องการตลาด เขาไม่รู้ว่าคนอื่นต้องการอะไร หรือเทรนด์ของโลกเป็นอย่างไร เราเลยต้องมาฝึกเรื่องการตลาดเพิ่ม ตั้งแต่เรียนรู้ความต้องการผู้บริโภค การรับออเดอร์ สอนเรื่องเทรนด์แฟชั่นด้วยว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ซึ่งจุดนี้เป็นข้อด้อยของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ มาก เพราะอย่างที่เห็นๆ กันคือ แต่ละปีเด็กที่จบด้านการออกแบบมีเต็มไปหมด แต่ส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจะสอนแต่เรื่องดีไซน์ เน้นเรื่องศิลปะ แต่เคทมองว่าน่าจะสอนเรื่องธุรกิจควบคู่ไปด้วยนะ เราเลยต้องมาเป็นพี่เลี้ยงพวกเขาเรื่องนี้ด้วย
งานนี้ที่เกิดขึ้นก็เหมือนกิจกรรมนึงที่ทำให้เขาได้ลองทำธุรกิจแบบ Business Matching มีBuyer ที่มีโชว์รูมอยู่จากต่างชาติมาดูด้วย ถ้าเขาสนใจก็จะติดต่อกันเอง เพื่อซื้อสินค้าไป ซึ่งดีไซเนอร์ที่มาออกงานไม่ต้องไปลำบากหาลูกค้าเองด้วยนะ คือรวมๆ แล้วเคทมองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่โตขึ้นได้ เพราะผลตอบรับจากต่างชาติดีมาก พวกเขาอึ้งกับผลงานคนไทยนะ เพราะเสื้อผ้าที่ออกแบบแต่ละชุดสวยๆ และใส่นัยของความเป็นไทย มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อยู่บนลวดลายของเสื้อผ้า ซึ่งเดี๋ยวนี้เทรนด์ของแฟชั่นก็หันมาสนใจเอเชียมากขึ้นด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะต่างชาติอาจเริ่มเบื่อแฟชั่นยุโรป อเมริกาแล้ว”
เตือนดีไซเนอร์รุ่นใหม่อยากไปไกลอย่า “หยิ่ง”
โครงการ Designer’s Room อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของบรรดานักออกแบบรุ่นใหม่ที่เริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ทั้งนี้การจะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ ครูเคทก็ได้ฝากเตือน และแนะนำในฐานะที่เป็นผู้ดูแลโครงการนี้ด้วยความกันเองว่า
“การเป็นดีไซเนอร์ไม่ว่าจะออกแบบอะไรก็ตาม อย่างแรกเลยที่ทุกคนต้องมีคือการเคารพ และรู้จักเอาใจใส่ผู้บริโภค อย่าคิดว่าความคิดของตัวเองเจ๋งที่สุด เลิศที่สุด จนไม่แคร์ใคร เพราะต้องอย่าลืมว่ายังไงคุณก็ต้องทำสิ่งนี้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวเอง ซึ่งตรงนี้ส่วนใหญ่จะยังเป็นกันอยู่ เลยอยากให้เปิดใจรับบ้าง เพราะบางทีถ้าเป็นคนที่มีอารมณ์ศิลปินสูงเกินไป พอมาทำในแง่การตลาดเองก็อาจไปไม่รอด แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องรู้จักทำงานร่วมกับนักการตลาด อย่างแบรนด์ดังๆ ของฝรั่งเศส อิตาลี หรือญี่ปุ่น พวกนี้ก็จะมีบริษัทมือโปรเข้ามาช่วยดูแล ซึ่งตัวนักออกแบบก็ต้องเข้ามาคุยหารือกัน”
อยากประสบความสำเร็จในชีวิต ก็ต้องคิดว่าตัวเองยังต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้านความคิดในเชิงศาสตร์ไหนก็ตาม เพราะยิ่งถ้าคุณรู้และเข้าใจทุกๆ ด้าน ก็จะได้เปรียบกว่าคนที่รู้เพียงด้านเดียวเสมอ และครูเคท ผอ. คนเก่งก็ได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นคนคุณภาพในแวดวงธุรกิจการส่งออก ที่ยังสวมวิญญาณความเป็นครูมาใช้ในการผลักดันศักยภาพของนักออกแบบไทยให้ไปไกลกว่าที่เคยเป็น..