คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตและก้าวไปได้ไกลกว่า คือคนที่พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งต้องมีสมองพร้อมรับทักษะที่หลากหลายและฉลาดรอบด้าน เพื่อสร้างชีวิตที่สมดุลระหว่างความสำเร็จกับความสุข การเรียนรู้และพัฒนาสิ่งเหล่านี้นอกจากจะสามารถส่งเสริมได้จากบ้านและโรงเรียนแล้ว บทบาทของพ่อแม่ในการเตรียมพร้อมด้านโภชนาการเพื่อพัฒนาสมองตั้งแต่สามขวบปีแรกของชีวิตมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ผศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมแนะนำว่าถ้าพ่อแม่เข้าใจเรื่องพัฒนาการของเด็ก จะรู้ว่าลูกขาดทักษะด้านไหนและควรจะเติมอะไร พัฒนาการทุกด้านจะสมบูรณ์ได้ มาจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น เด็กทำลูกบอลกลิ้งเข้าไปใต้โต๊ะ การคิดว่าเขาจะคลานเข้าไปหยิบ เรียกคนอื่นมาช่วยหยิบ หรือไปเอาไม้กวาดมาเขี่ยลูกบอลออกมา ทั้งหมดนี้เป็นการพัฒนาสมองในส่วนการคิดวิเคราะห์ฉับไว ความคิดสร้างสรรค์ การร่วมมือแบ่งปัน และการสื่อสารเฉียบคม ซึ่งเป็น 4 ทักษะแห่งอนาคตที่สำคัญ และเด็กๆจะขาดทักษะทั้งหมดนี้ไป ถ้าหากมัวแต่นั่งเล่นหน้าจอต่างๆ หรือถ้าพ่อแม่ไปจำกัดทางเลือกโดยคิดทุกอย่างไว้ให้ล่วงหน้า หรือทำทุกอย่างให้หมด พ่อแม่จึงต้องเตรียมลูกให้รอบด้าน พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็กจริงๆ มีอยู่ไม่กี่เรื่องคือ ช่วยเหลือตนเอง, การแก้ปัญหา, การปรับตัวเข้ากับผู้คนและสิ่งแวดล้อม ความสามารถในการสื่อสาร และสามารถที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ในทุกสถานการณ์ ถ้าพ่อแม่สามารถเลี้ยงลูกให้ฉลาดคิดและฉลาดทำได้ เด็กก็จะสามารถเติบโตพัฒนาและเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง โดย “โภชนาการ” เป็นจุดเริ่มต้น การรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ช่วยสร้างสมองที่แข็งแรง การเพิ่มเติมด้วยสารอาหาร เช่น กรดไขมันจำเป็นอย่าง DHA ที่ได้รับจากปลาทะเลอย่างทูน่าหรือแซลมอน หรือปลาน้ำจืดที่มีไขมันเยอะอย่างปลาดุก ปลาสวาย หรือปลาสลิด ฯลฯ ช่วยสร้างสมองของลูกให้สมบูรณ์ ยิ่งเซลล์สมองมีการเชื่อมต่อมากขึ้นและเร็วขึ้นเท่าไร พัฒนาการทางสมองของเด็กก็จะเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
...
นอกจากนี้ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อาจารย์พิเศษด้าน Intercultural Communication ซึ่งเคยศึกษาและมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในประเทศฟินแลนด์ ที่เด็กใช้เวลาเรียนในห้องน้อยที่สุด แต่ฉลาดที่สุด กล่าวว่า โลกปัจจุบันหมุนเร็วมากและติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายมาก ดังนั้น เด็กไทยจึงต้องมีความรู้พื้นฐานทั้งเรื่องภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งทำให้เขาต้องมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เพราะเขาจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเยอะเวลาเจอคนต่างวัฒนธรรม รวมทั้งต้องเรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่น (Collaboration) และสามารถสื่อสารสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ชัดเจน (Comm unication) เด็กไทยวันนี้ไม่ใช่แค่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าถ้าเอาตัวเราไปอยู่ในโลกท่ามกลางคนจากหลายวัฒนธรรม เราต้องปฏิบัติตัว
อย่างไร.