นับเป็นปีที่ 17 แล้วที่ มูลนิธิรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใน พระราชูปถัมภ์ ซึ่งมี สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน ได้ทำการพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล และหรือการผดุงครรภ์จากทุกประเทศทั่วโลก ที่มีผลงานดีเด่นในการก่อให้เกิดการพัฒนาด้านสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ให้ได้รับพระราชทานรางวัลมูลนิธิสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีฯ โดยองค์ประธานมูลนิธิฯได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานการประชุมพิจารณาตัดสิน ณ ห้องเจ้าพระยา-ท่าจีน โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
หลังจากการประชุมกว่า 1 ชม. เสร็จสิ้น รศ.ทัศนา บุญทอง รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ ได้แถลงผลการตัดสิน โดยกล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาตามที่มีหน่วยงานด้านวิชาชีพการพยาบาล ได้แก่ สมาคม พยาบาล สภาการพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุขของประเทศต่างๆ ได้นำเสนอประวัติและผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เพื่อ เข้ารับการพิจารณา จำนวนทั้งสิ้น 23 คน จาก 20 ประเทศ มูลนิธิฯได้ทำการพิจารณากลั่นกรองผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามขั้นตอน ตั้งแต่คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการนานาชาติ และคณะกรรมการมูลนิธิ มีมติเป็นเอกฉันท์เลือก น.ส.ซินจวน วู (Ms.Xinjuan WU) ผอ.ฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลวิทยาลัยแพทยศาสตร์ปักกิ่งยูเนียน สาธารณรัฐประชาชนจีน วัย 58 ปี เป็นผู้เหมาะสมได้รับพระราชทานรางวัลมูลนิธิฯ ประจำปี 2559 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 19 ต.ค. เวลา 16.00 น. ณ พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ ในพระบรมมหาราชวัง
สำหรับประวัติและผลงานของ ซินจวน วู เป็นที่ประจักษ์ทั้งในการพัฒนาคุณภาพ งานบริการพยาบาล งานวิชาการ งานด้านการเรียนการสอน และงานวิจัย จนได้รับการยอมรับในระดับชาติ และนานาชาติ ผลงานที่โดดเด่นคือ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคซาร์สในมณฑลกวางตุ้ง และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมายังกรุงปักกิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2547 นั้น มีผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องเข้ารับการรักษาใน รพ.วิทยาลัยแพทยศาสตร์ปักกิ่งยูเนียนถึง 300 คน และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ซินจวน วู ได้ปรับรื้อโครงสร้างระบบการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลใหม่ ทั้งระบบ ให้ทุกหน่วยทำงานสอดรับกันทั้งระบบด้วยความรวดเร็วและเข้มแข็ง ได้ทุ่มเทเวลาในการทำงานทุกวัน โดยไม่มีวันหยุดติดต่อกันนาน 2 เดือน จัด ให้มีระบบเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภายในระยะเวลา 2 เดือน สามารถควบคุมและยุติการแพร่กระจายของโรคซาร์สในปักกิ่งได้ จนเป็นที่ยอมรับและชื่นชมจากทุกวงการ.


