หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองในการเลือกเส้นทางเดินของตนเอง สมัคเกียรติ โลหะชาละ อาร์ตไดเรกเตอร์วัย 28 ปีของบริษัท Juice G-1 จำกัด หลังจากที่ค้นพบตัวเองว่า ชอบทางด้านศิลปะ...

ตั้ง-สมัคเกียรติ เกริ่นตอนต้นว่า เป็นลูกชายคนสุดท้องในจำนวน 3 คนของอดีตปลัดกรุงเทพมหานคร ร้อยตำรวจตรี เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ กับบุญรับ โลหะชาละ แม้จะเป็นลูกคนเล็ก แต่พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงแบบตามใจและไม่บังคับ แต่จะคอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางนัก ตอนเด็กๆอาจจะมีเกเรบ้างตามประสาวัยรุ่น แต่ไม่เคยทำให้พ่อแม่หนักใจเท่าไหร่ เรื่องการเรียน แรกๆคุณพ่อคุณแม่วางเส้นทางให้เดิน คือพอจบชั้น ม.4 จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร  (ฝ่ายมัธยม)  แล้ว  ไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

"ตอนแรกผมไปอยู่กับญาติๆ โดยมีทั้งพี่สาวและพี่ชายอยู่ด้วย เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองซานฟรานซิสโก แต่ไม่ค่อยได้ภาษาเท่าไหร่เพราะอยู่กับพี่ๆ คุยแต่ภาษาไทยกัน เลยย้ายไปเรียนที่ The Fenter school ที่เมือง Tucson รัฐอริโซนา เป็นโรงเรียนประจำ ซึ่งได้เรียนรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองและดูแลคนอื่น จากการทำตามกฎระเบียบของหอพักและโรงเรียน เลยได้รับเลือกให้เป็นคนดูแลหอพัก ตรวจห้องนู้นห้องนี้และดูแลรุ่นน้อง พอจบไฮสกูลก็กลับมาอยู่ซานฟรานฯ แต่พี่ๆเขาเรียนจบกลับกันหมดแล้ว ตอนแรกที่บ้านก็ห่วงว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า แต่ผมบอกว่าอยู่ได้ และ เขาก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของผม จึงเชื่อว่าผมอยู่ได้แน่นอน จนผมจบปริญญาตรีที่ Academy of Art University ที่ซานฟรานซิสโก"

ที่เลือกเรียนด้านนี้ ตั้ง เล่าว่า เป็นคนชอบอะไรที่เป็นอิสระ และจากที่อยู่กับญาติ เขาเรียนทางด้านศิลปะกัน เห็นเขาเอาการบ้านมาทำ น่าสนใจและเป็นงานที่สนุก เลยได้รู้ความต้องการของตัวเองว่าชอบทางด้านนี้แหละ พอจบก็ทำงานฟรีแลนซ์สักพักก่อนมานั่งทำงานประจำในบริษัท Juice G-1 แม้จะผ่านการทำงานมาไม่นานนัก แต่ ตั้ง ได้เรียนรู้และเข้าใจแก่นของการทำงาน โดยบอกว่า "ความภูมิใจในการทำงานทั้งหมดอยู่ที่การทำงานเป็นทีม เราไม่ได้ทำเพียงคนเดียว เพื่อนร่วมงานมีส่วนสำคัญ  หากงานประสบความสำเร็จ ทุกคนที่ร่วมงานมีส่วนทำให้มันประสบผลสำเร็จ  ไม่ใช่ผมคนเดียว"

ในช่วงวัยทำงานตอนนี้ ตั้ง เล่าว่า มีความสุขกับการทำงาน เพราะได้ทำงานที่ชอบ ตอนนี้พอใจกับชีวิตมาก นอกจากงานประจำแล้ว ยังมีธุรกิจเป็นหุ้นส่วนทำร้านอาหารด้วย แต่ต่อไปอาจจะมีธุรกิจหลักเป็นของตัวเอง หากมีโอกาส ตั้ง บอกว่าอยากจะทำทางด้านออร์กาไนเซอร์ เพราะเป็นงานที่ครีเอทีฟและได้พบปะผู้คน "ผมยอมรับว่ามีโอกาสมากกว่าคนอื่น มีที่บ้านและที่ทำงานให้การสนับสนุน เพราะธุรกิจปัจจุบันนี้การแข่งขันสูง ถ้ามีโอกาสได้เข้ามาแสดงความสามารถ ผมจึงไม่อยากรั้งรอ และถ้าทำอะไรแล้ว ผมคิดว่าต้องทำให้มันสุดๆไปเลย"...มีโอกาสและมีความสามารถแบบนี้ รุ่งแน่นอน!

...