ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ บริเวณมือและรักแร้ เป็น ภาวะที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกและไม่สบายใจอย่างมากกับผู้ป่วย เนื่องจากจะทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกไม่สะดวกในการออกสังคมและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ผู้ป่วยจะมีเหงื่อออกมากผิดปกติ บริเวณรักแร้และฝ่ามือซึ่งเปียกมากกว่าคนปกติโดยทั่วไป ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่สบายใจ และมีความกังวลอย่างมากต่อการออกสังคม
ภาวะดังกล่าวเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากมีการทำงานที่มากกว่าปกติของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของต่อมใต้สมอง โรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวาน วัณโรค มะเร็งเม็ดโลหิตขาว ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติที่เรียกว่า pheochromocytoma แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ภาวะดังกล่าวพบได้ประมาณ 1% ของประชากรโดยรวม และมักจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงภาวะแวดล้อมภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความเครียด การตื่นเต้นตกใจ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีเหงื่อออกมาผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือรักแร้
การรักษาความผิดปกติดังกล่าวมักให้การรักษาทางยาเป็นหลัก ยาที่ใช้มักจะเป็นยาในกลุ่มที่ลดการขับเหงื่อ ยาที่มีคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขน หรือยาที่ใช้ดูดซับเหงื่อ การรักษาดังกล่าวมักจะเป็นการรักษาชั่วคราว และมักเกิดผลแทรกซ้อนขึ้น เช่น มีการระคายเคืองผิวหนังเมื่อมีการใช้นานๆ มีการอุดตันของรูขุมขน หรือภาวะแทรกซ้อนของการใช้ยาอื่นๆ เช่น ปากแห้ง การมองเห็นภาพที่ผิดไปจากปกติ จากยาในกลุ่มที่ลดการขับเหงื่อ
การรักษาอีกวิธีที่ให้ผลการรักษาได้ดีมากในระยะยาว ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลนาน โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังการผ่าตัดภายใน 2 วัน และมีภาวะแทรกของการรักษาน้อยมาก คือการผ่าตัดส่องกล้อง เพื่อเข้าไปแยกเส้นประสาทที่ควบคุมการขับเหงื่อบริเวณรักแร้และฝ่ามือ ซึ่งอยู่ภายในช่องเยื่อหุ้มปอด การผ่าตัดด้วยวิธีดังกล่าวผู้ป่วยจะมีแผลขนาดเล็กมาก เพียงประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพียงแผลเดียว บริเวณใกล้รักแร้ ศัลยแพทย์ทรวงอกที่ทำการผ่าตัด จะสอดกล้องที่มีเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปในช่องปอดเพื่อทำการแยกเส้นประสาทดังกล่าว
โดยขณะทำการผ่าตัดผู้ป่วยจะหลับภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัดเป็นอย่างดีตลอดเวลา รวมถึงมีการติดตามผลการผ่าตัดระหว่างที่ผู้ป่วยหลับ เพื่อให้แน่ใจว่าการผ่าตัดจะให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมากที่สุด ระยะเวลาในการผ่าตัดสั้น และเมื่อตื่นขึ้นมาหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะเจ็บแผลน้อยมาก หลังผ่าตัดก็จะไม่มีสายระบายอื่นใดนอกจากสายน้ำเกลือ ซึ่งจะถอดออกได้ในวันเดียวกันหลังจากผู้ป่วยสามารถทานอาหารได้ตามปกติ การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวนับเป็นวิวัฒนาการของการรักษาภาวะเหงื่อออกมากที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าดีที่สุด มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก และให้ผลการรักษาในระยะยาวสูงสุด
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
http://www.bangkokhospital.com
http://www.bangkokhealth.com
...