นั่นน่ะสิ...ทำไมต้องกินทุกวันล่ะ ก่อนจะบอกเหตุผล เรามาทำความรู้จักขมิ้นชันให้ดีก่อน ‘ขมิ้นชัน’ เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าสีเหลืองเข้มอยู่ใต้ดิน ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในประเทศเราศึกษาค้นคว้ากันมายาวนานจนจัดเป็นสมุนไพรมากคุณประโยชน์ และได้ขึ้นทะเบียนในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อย

ขมิ้นชันมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด อาทิ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเกลือแร่ต่างๆ รวมไปถึงเส้นใยอาหาร นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และมีสรรพคุณในการขับน้ำดี ทั้งยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมอีกว่าขมิ้นชันช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจผิดปกติ บรรเทาอาการไอ หืด วิงเวียนศีรษะ รักษาอาการปวดและอักเสบตามข้อ ตลอดจนช่วยขับน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร

แต่ใช่ว่าเราปลูกขมิ้นแล้วจะขุดเหง้ามาใช้ได้ทันที ต้องรอจนกว่าอายุถึง 9-12 เดือนและไม่ควรเก็บไว้นาน อย่าให้ถูกแสงแดด เพราะสารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันจะลดลงและสรรพคุณเด็ดๆ ก็อันตรธานไป

ทำไมต้องกินทุกวัน

เพราะการกินขมิ้นชันตามนาฬิกาชีวิตซึ่งเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ กำลังทำงาน ร่างกายจะได้รับประสิทธิผลเต็มพิกัด เราจึงต้องกินขมิ้นชันเป็นอาหารด้วย ไม่ใช่แค่เป็นยาอย่างเดียว อาจใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหารบ้าง ไม่ก็หุงข้าวใส่ขมิ้นชัน ถ้าใจถึงลองใช้ขมิ้นชันแบบผงผสมกับน้ำ 1 แก้วแล้วดื่ม สามารถขับไรฝุ่นที่ลำคอ หายใจคล่องขึ้น บำรุงม้าม ลดไขมัน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ไปจนถึงล้างไขมันในตับ ถ้ากินก่อนนอนความจำจะดีอีกต่างหาก

ขมิ้นชันบำรุงสมอง

โรคอัลไซเมอร์ หรือ สมองเสื่อม มีแนวโน้มขยายวงกว้างไปสู่คนอายุน้อยลงเรื่อยๆ อย่าเพิ่งตกใจ ขมิ้นชันช่วยได้เพราะมีสารเคอร์คิวมินออกฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคได้ ไม่พอแค่นั้นมันยังสามารถต้านอาการซึมเศร้าพร้อมปกป้องการสูญเสียเซลล์ประสาทจากความเครียดได้

...

ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งมะเร็ง

ขมิ้นชันมีคุณประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบและยับยั้งสารก่อมะเร็ง โดยเข้าไปเพิ่มระดับเอนไซม์ที่กำจัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติ ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง รวมทั้งลดการอักเสบของเยื่อบุปากในเด็กที่ได้รับการฉายรังสี

ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai