ส้มหล่นชัดๆ เมื่อคู่แข่งเพียงคนเดียวในศึกชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมประกาศถอนตัวตั้งแต่โค้งแรก เลยเปิดทางอ้าซ่าให้ “เทเรซา เมย์” ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ตามรอยนางสิงห์เหล็กนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของแดนผู้ดี “มาร์กาเร็ต แท็ตเชอร์” โดยมีภารกิจหนักอึ้งรอสะสางต่อจาก “เดวิด คาเมรอน” เพียบๆๆ โดยเฉพาะการนำประเทศอังกฤษ แยกตัวออกจากสหภาพยุโรปให้ราบรื่นที่สุดตามเสียงประชามติ
...
ทันทีที่ได้รับชัยชนะคว้าเก้าอี้หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟรับไม้ต่อจาก “เดวิด คาเมรอน” ซึ่งนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีถึง 6 ปี และตัดสินใจลาออกเพราะพ่ายแพ้การโหวตประชามติ “นางเทเรซา” วัย 59 ปี กล่าวกับเพื่อนร่วมพรรคว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกจากพรรคอนุรักษนิยม และขอสัญญาว่าจะทำให้การนำประเทศอังกฤษแยกตัวจากอียู “เบร็กซิต” สำเร็จลุล่วง แม้จุดยืนส่วนตัวจะสนับสนุนให้อังกฤษอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไปก็ตาม ขณะเดียวกัน นางยังย้ำอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่อังกฤษจะต้องมีผู้นำที่เข้มแข็ง ซึ่งสามารถนำพาประเทศผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งจากปัญหาความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง การต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงดีที่สุดสำหรับเบร็กซิต และการกำหนดบทบาทใหม่ของอังกฤษบนเวทีโลก
ในการปราศรัยช่วงต้นนางให้คำมั่นว่า จะสร้างประเทศที่ทำเพื่อทุกคน ไม่ใช่กลุ่มอภิสิทธิ์ชนเพียงหยิบมือเดียว คนทุกเพศทุกวัยทุกชนชั้นในสังคมจะต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน คำปราศรัยดังกล่าวเป็นการโจมตีระบบทุนนิยมแบบพวกพ้อง และกำลังเป็นห่วงรัดคอนางเอง เพราะสื่ออังกฤษเริ่มขุดคุ้ยแล้วว่า สามีของนางคือ “ฟิลิป เมย์” กำลังยืนอยู่ข้างนายทุน เพราะทำงานเป็นผู้บริหาร ระดับสูงของแคปิตอล กรุ๊ป ซึ่งถือหุ้นจำนวนมากใน บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งที่มีพฤติกรรมเลี่ยงภาษี โดยนางเทเรซาได้หยิบยกชื่อบริษัทเหล่านี้ขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์เผ็ดร้อนว่า เราต้องคุยเรื่องภาษี ไม่ว่าคุณจะเป็นอเมซอน, กูเกิ้ล หรือสตาร์บัคส์ คุณมีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปราบปรามการโกงและหลีกเลี่ยงภาษีทุกรูปแบบ ทั้งในระดับบริษัทและรายบุคคล
ย้อนประวัติชีวิตของนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองแห่งเกาะอังกฤษ “เทเรซา เมย์” เป็นลูกสาวบาทหลวง ซึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำ ขณะที่เธออายุแค่ 25 ปี เทเรซาร่ำเรียนจบด้านภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มีความมุ่งมั่นปรารถนาที่จะทำงานการเมืองมาตั้งแต่เยาว์วัย หลังเรียนจบเริ่มทำงานกับธนาคารกลางอังกฤษ ก่อนจะได้เข้าไปทำงานการเมืองอย่างที่ฝันไว้ โดยเริ่มจากการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองเมอร์ตัน ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน นางรั้งตำแหน่งนี้อยู่นานเป็นทศวรรษ กระทั่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาสามัญชนในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 1997 นางยังดำรงตำแหน่งหลากหลายในคณะรัฐมนตรีเงาของ วิลเลี่ยม เฮก, เอียน ดันแคน สมิธ, ไมเคิล ฮาวเวิร์ด และเดวิด คาเมรอน กระนั้น หลังการจัดตั้งรัฐบาลผสมของคาเมรอนในปี 2010 นางได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีด้านสตรีและความเท่าเทียม ถือเป็นเจ้ากระทรวงมหาดไทยที่ครองเก้าอี้ยาวนานที่สุดในรอบ 6 ทศวรรษ ซึ่งตลอดการดำรงตำแหน่ง นางได้ผลักดันนโยบายการปฏิรูปตำรวจ การจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และริเริ่มนโยบายจำกัดผู้อพยพ นางยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุนนโยบายรวมประเทศ ทั้งอัง– กฤษ, สกอต– แลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
...
สำหรับจุด ยืนเกี่ยวกับการลงประชามตินำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป นางอยู่ฝ่ายที่สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ร่วมกับอียูต่อไป แม้ผลการลงประชามติรอบสองจะไม่สอดคล้องกับจุดยืน แต่เทเรซายืนกรานว่า จะเคารพการตัดสินใจของประชาชนส่วนใหญ่ และเดินหน้านำอังกฤษแยกตัวออกจากอียูอย่างราบรื่นที่สุด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2559 ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ นางเชื่อมั่นว่า อังกฤษจะได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดในการแยกตัวออกจากเกลอเก่าอย่างสหภาพยุโรป ทั้งนี้ งานท้าทายที่รอเก็บกวาดต่อไป นอกเหนือจากการนำอังกฤษแยกตัวจากอียู คือการรับมือกับความเคลื่อนไหวของสกอตแลนด์ในการเปิดลงประชามติครั้งที่สอง เพื่อขอแยกตัวออกจากอังกฤษ
...
แม้ภาพลักษณ์ของ “เทเรซา เมย์” คือหญิงเหล็กสุดแกร่งมากความสามารถทั้งอึดทั้งทน แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นแฟชั่นนิสต้าตัวยง ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวมาตั้งแต่สาวๆ เรียกว่าเปรี้ยวจี๊ดระดับแถวหน้าทีเดียว นางโปรดปรานรองเท้าบู๊ตยาวหนังแก้ว, เสื้อหนัง, กระโปรง มินิสเกิร์ต และชุดเดรสสั้นเข้ารูปมาแต่ไหนแต่ไร ทุกชุดที่เทเรซาสวมใส่มักเป็นแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจดเท้า นางใส่ชุดของเบอร์-เบอรี่เข้าประชุม ครม. ยืนขึ้นอภิปรายในสภาด้วยชุดเปรี้ยวจี๊ดของป้าวิเวียน เวสต์วูด และเฉิดฉายในงานปาร์ตี้ด้วยชุดหรูหราไฮโซของ “โรแลนด์ มูเรต์” ซึ่งล้วนแต่เป็นดีไซเนอร์ชื่อดังระดับท็อปของอังกฤษ
แม้แต่วันสำคัญที่ต้องเข้าเฝ้าฯควีนเอลิซาเบธที่สอง ณ พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม “เทเรซา” ก็สะกดทุกสายตาด้วยเสื้อโค้ตสีดำเหลืองสไตล์เรียบโก้ของ “อแมนด้า เวคลีย์” โดยไม่ลืมเพิ่มความแซ่บด้วยรองเท้าคัทชูลายเสือดาว ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มโปรดของสไตล์ไอคอน
...
กูรูด้านแฟชั่นวิเคราะห์ว่า สไตล์ของ “เทเรซา เมย์” น่าจะเป็นที่ถูกตา ต้องใจของสาวๆส่วนใหญ่ เพราะเป็นความโก้หรูที่จับต้องได้ไม่ดูเป็นทางการเกินไปเหมือน “มาร์กาเร็ต แท็ตเชอร์” แต่ก็ไม่เนี้ยบกริบประดิดประดอยเท่า “ซาแมนธา คาเมรอน” สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนก่อน อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นของอังกฤษ เสนอแนะว่า เมื่อก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี สไตล์เรียบโก้อย่างที่เป็น อาจยังไม่ฉายรัศมีพอ นางควรจะปรับปรุงเรื่องการแต่งกายให้เข้ากับรูปร่าง และเป็นผู้นำเทรนด์ให้ได้เหมือน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอเมริกา “มิเชล โอบามา” ซึ่งไม่ประนีประนอมเรื่องสไตล์ และอีกคนที่ควรเดินตามรอยคือ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” พระชายาของเจ้าชายวิลเลี่ยม ซึ่งทรงเลือกใช้แต่แบรนด์ของดีไซเนอร์อังกฤษ โดยสามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างลงตัวน่าชื่นชม
รู้ว่าป้ายังแซ่บซ่าส์ไม่เลิก!! แต่ขอเหอะต่อจากนี้อย่าใส่เสื้อหนัง,มินิสเกิร์ต, เสื้อคอลึก และรองเท้าพิมพ์ลายฉูดฉาดเลย เพราะมันทำลายภาพลักษณ์ผู้นำโลก.
ทีมข่าวหน้าสตรี