“ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่ โปรดอย่าทำให้เราพลัดพรากให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว...ฉันขอได้ไหม” (เพลง พรหมลิขิต ศิลปิน Big Ass)
เชื่อว่าทุกคนที่มีความรักย่อมปรารถนาให้ “ความรัก”ครั้งนี้ เป็นรักครั้งสุดท้ายที่จบลงด้วยความสุขสมหวัง แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า อะไรที่ทำให้ชายหญิงคู่หนึ่งโดจรมาพบกัน และมีความรักที่จริงใจให้แก่กัน ขณะที่เรากลับเลือกที่จะพบเพื่อจากลากับคนอีกนับล้านบนโลกใบนี้ หากนั่นไม่ใช่เพราะสิ่งที่เรียกว่า “พรหมลิขิต”
และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลแห่งความรักแบบนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จึงถือโอกาสพาคนที่เชื่อในรักมาสัมผัสกับเรื่องราวสุดโรแมนติกที่เกิดจากพรหมลิขิตแห่งรัก
ประเดิมด้วยคู่รักไฮโซ ที่หวานสะท้านวงการด้วยงานแต่งสุดอลังการเมื่อปีที่แล้ว อย่าง"อู๋" ธีร์พร พร้อมพันธุ์ ลูกสาวคนสวยน้องนุชคนสุดท้องของ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเจ้าบ่าวหนุ่มหล่อ "ตั้ง" ทศพร สิหนาทกถากุล ลูกชายคนเล็กของ จตุพร-นิภาภัทร สิหนาทกถากุล เจ้าของโรงแรมแลนด์มาร์ค ซึ่งพบรักกันโดยบังเอิญเมื่อราว 10 ปีก่อน บนเครื่องบินขณะที่ทั้งสองมุ่งหน้าจะไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนเป็นจุดเริ่มต้นให้รู้จักกัน


“ตอนนั้นเราก็แค่รู้จักกัน แต่พรหมลิขิตก็ทำให้เรามาเรียนต่อที่โรงเรียนประจำใกล้กัน เปรียบเหมือนโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง พอมาเรียนต่อมหาวัทยาลัย เราก็บังเอิญมาเรียนที่เดียวกัน ลงคอร์สเรียนเดียวกัน ซึ่งด้วยความที่เป็นคนไทยเหมือนกัน ทำให้เรากลายเ็้นเพื่อนที่ดีต่อกันในที่สุด ซึ่งตอนนั้นพวกเราก็ยังไม่รู้ใจตัวเอง ก็คิดว่าเป็นเพื่อนกัน จนกระทั่งช่วงเรียนจบ เราต้องห่างกัน เพราะต่างคนก็ต้องไปทำงาน ปรากฏว่าเราเริ่มมีความรู้สึกคิดถึงกันมากขึ้น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักในที่สุด” อู๋" ธีร์พร เล่าอย่างอารมณ์ดี
สำหรับคู่รักกลางสภาที่เพิ่งสละโสดกันหมาดๆ อย่าง ส.ส.จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ บุตรชาย นายสมสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายสมัย กับ ดาวสภา "น้องยิ้ม-วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์" บุตรสาวของนายวิศาล เตชะธีราวัฒน์ อดีตกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นั้นก็หวานโรแมนติกไม่ใช่เล่น โดยเหตุความรักเกิดขั้นนั้น จุลพันธ์ เล่าว่า “จากการที่เป็นคนที่เข้าสู่วงการการเมืองก่อนน้องยิ้ม อีกทั้งอยู่ในพื้นที่ติดต่อกัน ระหว่างเขตจังหวัดเชียงใหม่กับเชียงราย ทำให้ได้นำความรู้ประสบการณ์ ถ่ายทอดให้คำปรึกษามาโดยตลอด จนกลายเป็นความผูกพัน กระทั่งเมื่อเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อ23 ธ.ค.50 น้องยิ้มได้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย แทนบิดาที่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ตนเองต้องตามไปลุุ้นคะแนนถึงบ้านฝ่ายหญิง โดยไม่สนคะแนนของตนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งที่เชียงใหม่เหมือนกันพอทราบคะแนนของน้องยิิ้ม ลิ่วชนะคู่แข่งเท่านั้น ก็นำดอกไม้กุหลาบ ช่อใหญ่ให้น้องยิ้มเพื่อแสดงความยินดี ตรงนี้เองอาจจะบันดาลทำให้น้องยิ้มรู้สึก ลึกๆข้างใน จนพัฒนากลายเป็นความรัก และ ตกลงปลงใจ ร่วมลงหอลงโรงกันในที่สุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่เอง”

ขณะที่ เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และ เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์ อีกหนึ่งคู่รักคนดังที่ทั้งสื่อและแฟนคลับตั้งตารอมานานว่าเมื่อไหร่จะลั่นระฆังวิวาห์ ในที่สุดทั้งสองก็ออกมาฟันธงว่าปีนี้แน่นอน สำหรับเรื่องราวพรหมลิขิตของทั้งสองนั้น เกิดขึ้นเมื่อเอ๊ะได้รับเลือกให้เป็นนางเอกในมิวสิควิดีโอ
ของเจมส์ ซึ่งตอนที่เจอนั้น พระเอกหนุ่มยอมรับเลยว่า รู้สึกประทับใจ และรู้สึกคุ้นเคยกับสาวเอ๊ะเป็นอย่างมาก ประหนึ่งรู้จักมานานแล้ว
...

“พูดไปหลายคนอาจคิดว่าผมเวอร์ แต่เชื่อไหมว่า ตั้งแต่เด็กผมก็จิตนาการหน้าตาของแฟนผมไว้ประมาณนี้เลย ดังนั้นพอได้เจอจริงๆ ผมก็ใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์ด้วยการเริ่มจีบเขา ไปพบครอบครัวเขา นัดทานข้าว เจอกันสัปดาห์ละหลายครั้ง ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะใช้คำว่าแฟนได้ เพราะสมัยก่อนเรื่องราวความรักของดารายังไม่สามารถเปิดเผยได้เหมือนปัจจุบัน เราจะพูดหรือให้ข่าวอะไรก้ต้องเกรงใจฝ่ายหญิง เพราะตอนนั้นเอ๊ะกำลังจะเข้ามาเป็นนางเอกคนใหม่ของวงการด้วย” เจมส์เล่า
แต่กว่าจะฝ่าฝันอุปสรรคคบกันมายาวนานกว่า 10 ปีได้นั้น หนุ่มเจมส์ก็ยอมรับว่า เมื่อเข้าสู่ปีที่ 11 ความรักก็เกือบล่มเหมือนกัน จากที่10ปีก่อนคบกันไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่มาตอนนี้มันเหมือน ระเบิดเวลาที่สั่งสมความไม่เข้าใจของกันของพวกเราเอาไว้ แต่ในที่ สุดพอเราหันมาปรับทัศนคติ มีอะไรก็เอามาเคลียร์กันให้เข้าใจ ทุกอย่างก็ดีขึ้น
ปิดท้ายที่ดร.หนุ่ม คนธรรมดาที่มีหัวใจไม่ธรรมดาอย่าง ดร. ณวรา จันทรัตน์ เล่าถึงเส้นทางพรหมลิขิตแห่งรักสุดประทับใจว่า ตนรู้สึกชอบและประทับใจภรรยา(ดร. วราภรณ์) ตั้งแต่ศึกษาอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งแม้ว่าทั้งสองจะเรียนคนละคณะ แต่เจอกันเพราะมีวิชาโทที่ต้องเรียนเหมือนกัน จากวันแรกที่เจอ ดร.หนุ่มยอมรับว่าประทับใจมาก แต่ยัไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จักหรือจีบ เพราะ ดร.วราภรณ์เองในตอนนั้นก็เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆในคณะ ตนจึงได้แต่แอบมองเวลาไปทานข้าวแถวๆตรงข้ามคณะของภรรยา หรือในชั้นเรียน
ดร.หนุ่ม ยังเล่าว่า กระทั่งเรียนจบคิดว่าคงไม่ได้เจอกับสาวท่ี่หมายปองอีกแล้ว เพราะตนก็ตัดสินใจจะไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐฯ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ในวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ จะได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน เพราะเพื่อนร่วมสถาบันที่แอบปลื้มก็มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน และนั่นเองได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองได้เรียนรู้กัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนกระทั่งก่อตัวเป็นความรักในที่สุด
แต่ใช่ว่าความรักของทั้งสองจะราบรื่น เพราะทั้งดร.ณวราและภรรยายังต้องฝ่าฝันอุปสรรคแวดล้อมมากมาย ทั้งเรื่องความแตกต่างของครอบครัวทั้งฝ่าย(ครอบครัวคนจีนกับคนไทย) ระยะทางที่ห่างกัน ช่วงที่ดร. เรียนต่อสูงระดับโพสต์ด็อกเตอร์แต่ภรรยากลับมาอยู่เมืองไทยก่อน ซึ่งดร.ก็ใช้ความพยายามโทรศัพท์มาคุยกับภรรยาทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ชม. หรืออย่างตอนที่ต้องลงไปทำงานเป็นอาจารย์ที่ม.สงขลานครินทร์ ดร.ก็ยังบินไปกลับกรุงเทพฯเป็นว่าเล่นทุกเสาร์-อาทิตย์แบบไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่คิดว่าเป็นความสุขใจมากกว่า จนในที่สุดทั้งสองก็ได้ลั่นระฆังวิวาห์และเอาชนะใจพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายได้สำเร็จ