หวานรับวาเลนไทน์จริงๆ สำหรับคู่รักอารมณ์ดีอย่าง อิง-สุนิสา และ ตัน ภาสกรนที ที่ต้องบอกว่า นอกจากจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันร่วม 10 ปีแล้ว เส้นทางตลอด 22 ปีที่ทั้งสองรู้จักกันมานั้นก็เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจ ที่ชวนให้จดจำ เรียกได้ว่าหวนคิดขึ้นมาเมื่อไรก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตา

มาดูซิว่า เบื้องหลังเส้นทางความรักสุดประทับใจของนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งที่มีทุนเริ่มต้นจากศูนย์ หรือติดลบก็ว่าได้นั้น จะราบเรียบโรยด้วยกลีบกุหลาบ หรือขรุขระเหมือนถนนลูกรัง

นามบัตรสื่อรัก
คุณอิง ภรรยาสาวสวยของคุณตันเล่าย้อนอดีตสมัยพบกันคุณตันครั้งแรกว่า เจอกันในงานวันเกิดคุณพ่อ ซึ่งคุณอาของคุณตันรู้จักกับคุณพ่อก็เลยมาด้วย “ตอนนั้นเราเองก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุ 17 ธรรมดาๆ คนหนึ่ง เจอกับคุณตันทั้งเราและเค้าก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แค่ทักทายรู้จักกันว่าใครชื่ออะไร คุณตันก็ให้นามบัตร ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นมันเป็นนามบัตรใบแรกในชีวิต เราก็ตื่นเต้นเอามาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ ซึ่งตอนนั้นคุณตันเองก็รู้สึก และค่อนข้างสนิทกับพี่สาวของอิงมากกว่าด้วยซ้ำ"



"จากจุดเริ่มต้นนั้น เราก็หายหน้ากันไปเลยเป็นปี ไม่มีใครสานต่อ กระทั่งวันหนึ่งอิงและพี่สาวไปช้อปปิ้งในเมือง ช้อปกันกระจาย  จนจะกลับบ้านพี่สาวอิงก็ไปเจอเสื้อตัวหนึ่ง ถูกใจมาก แต่เงินในกระเป๋าเราหมด ด้วยความที่เราเป็นเด็กเราก็เสียดายถ้าไม่ซื้อ ครั้นจะขับรถกลับไปเอาเงินที่บ้านก็ตั้ง 70 กม. ก็พอดีเราไปเห็นนามบัตรคุณตันอยู่ในกระเป๋า เราก็เห็นว่าบ้านเขาอยู่แถวห้างที่เราไปพอดี เลยตัดสินใจโทรไปขอยืมเงินคุณตัน 1,000 บาท"

"ตอนนั้นผมก็งงๆ อยู่ดีๆมีผู้หญิงโทรมาขอยืมเงินพันหนึ่ง ผมก็นับ 1-100 ในใจ คิดว่า ถ้ากล้ายืมผมก็กล้าให้ เราก็เดินออกจากบ้านเอาเงินไปให้เขา ก็ไปเจอเขากับพี่สาวเขา" คุณตันเล่าเสริม

หลังจากกลายเป็นลูกหนี้แล้ว คุณอิงก็ไม่สบายใจ รู้สึกว่าต้องหาโอกาสเอาเงินไปคืน ปรากฏว่า 3-4 เดือนต่อมา คุณตันก็โทรมา เราก็ร้อนตัวกลัวเลยว่าสงสัยโทรมาทวงคืน ทั้งที่จริงๆ เขาอาจจะแค่โทรมาทักทาย เราก็เลยนัดเจอกันเพื่อคืนเงินให้เรียบร้อย แต่คู่กันแล้ว ก็ไม่แคล้วกัน เพราะหลังจากคุณอิงและพี่สาวที่กรุงเทพฯ เพื่อเข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัย ก็มีเหตุให้คุณตันต้องเดินทางมาติดต่องานที่กรุงเทพฯ

"ตอนนั้นผมมากรุงเทพฯ ก็เลยโทรหาพี่สาวของอิง มีนัดมาเจอกันทานข้าว โทรศัพท์คุยกันบ้าง พอบ่อยเข้าบ่อยเข้า ก็มาถึงจุดที่เรารู้สึกว่า เรารู้สึกผูกพันกับเขา ไม่เจอก็คิดถึง ประกอบกับช่วงนั้นเราก็ไปรับไปส่งเขาที่มหาวิทยาลัยบ่อยๆ จนกลายมาเป็นทุกวัน ขับรถจากชลบุรีไป ม.กรุงเทพ รังสิตก็ 80 กม. สมัยนั้นก็ยังไม่มีโทลล์เวย์เลย ถนนก็ยังไม่ดี 4 ปีรถผมช่วงล่างพังไป 2 คัน (หัวเราะ)" คุณตันเล่าอย่างอารมณ์ดี

เจียมตัว เจียมใจ รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย
แต่ที่ต้องทุ่นทุนสร้างขนาดนี้ เพราะคุณตันบอกว่าถ้ามัวขับชักช้าไปไม่ทันเวลานัด มีหวังโดนหนุ่มๆคนอื่นมาขายขนมจีบไปก่อนแน่ ดังนั้นด้วยความที่ประมาณตนว่ารูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย เลยต้องอาศัยแสดงความจริงใจเป็นหลัก เจออุปสรรคจากกลุ่มเพื่อนๆ ของคุณอิงแกล้ง ก็ไม่หวั่น จนในที่สุดคุณอิงก็ใจอ่อน ยอมแพ้ให้กับความมุ่งมั่น จริงใจ และนิสัยสนุกสนาน เข้าใจคนอื่นของคุณตัน ทั้งสองเลยตัดสินใจคบหากััน แต่ใช่ว่าเสันทางรักของทั้งสองจะราบรื่น เพราะแม้จะเอาชนะใจสาวในฝันได้แล้ว คุณตันต้องเจอกับคลื่นยักษ์อย่างครอบครัวคุณอิง ที่ไม่ปลื้มลูกเขยคนนี้เอาซะเลย



"ตอนนั้นจะว่าไปก็เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดนะ เพราะว่าอิงเขาเป็นลูกสาวกำนัน อารมณ์ลูกคุณหนู ส่วนเราเป็นคนธรรมดาไม่มีอะไรเลย แต่เอาล่ะ วันหนึ่งเราก็ตัดสินใจนัดแนะกับอิงว่า เราจะเข้าไปขอเขากับคุณพ่อ ซึ่งอารมณ์เดียวกับกำนันในหนังเลย มีปืนยาว 11 มม. ข้างตัว เราก็ใจดีสู้เสือ ฟิตร่างกายเตรียมพร้อมไปอย่างดี ปรากฏว่าวันที่นัดหมายกัน เราดันไปก่อนเวลา ก็เข้าไปบอกคุณพ่ออิงเลยว่าชอบลูกสาวคุณพ่อ จะมาขอ เท่านั้นแหละกองทัพหมัดก็มาไม่ยั้ง จนคุณแม่ของอิงต้องเข้ามาห้ามแล้วพาไป รพ."

“ตอนนั้นอิงก็แปลกใจว่า ทำไมถึงเวลานัดแล้วไม่มา เลยโทรไปตามคุณตัน ปรากฏว่าตอนนั้นคุณตันนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว” คุณอิงเล่าเสริมอย่างออกรส

โชคชะตาเล่นตลก

แต่ใช่ว่าการเจ็บตัวครั้งนี้ของคุณตัน จะทำให้ความรักของทั้งสองได้รับความเห็นใจจากผู้ใหญ่มากขึ้น ขณะเดียวกันกลับเป็นจุดแตกหักให้คุณพ่อคุณแม่ของฝ่ายหญิงสั่งห้ามไม่ให้คุณอิงพบกับคุณตันอีกเป็นอันขาด ถึงขั้นตัดสายโทรศัพท์ สั่งให้กลับมาทำงานที่บ้านเพื่อจะได้อยู่ในสายตา ขณะเดียวกันก็อาศัยหลักไสยศาสตร์ เอา 'ฮู้' มาต้มให้กิน พร้อมเอาข้าวสารไปสาดที่รถยนต์ของคุณตัน เพื่อไล่ของ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังร่วมกันฝ่าฝันประคับประคองความรักของทั้งสองมาได้ กระทั่งคุณพ่อของคุณอิงมาเสียชีวิต แต่ความพยายามของคุณแม่ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ลดละ กลับสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อไว้อย่างครบถ้วน จนมาวันหนึ่งคุณแม่ของอิงเกิดประสบอุบัติเหตุ จึงไปถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตรักของทั้งคู่อีกครั้ง

“ตอนที่คุณแม่พักรักษาตัว จู่ๆ ท่านก็เรียกลูกสาวและว่าที่ลูกเขยทั้งหมดมาพบ เพื่อบอกว่าตอนที่ประสบอุบัติเหตุท่านฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าตอนนั้นเป็นอะไรไป ลูกๆจะทำยังไง เพราะยังไม่มีใครเป็นฝั่งเป็นฝาซักคน ดังนั้นตอนนี้ท่านจึงอยากให้ลูกๆ แต่งงาน มีครอบครัว แต่แล้วคุณแม่ของอิงก็ต้องผิดหวัง เมื่อคุณตันกลับเป็นคนที่ขอปฏิเสธ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงฟองสบู่แตก ธุรกิจที่ทำอยู่ของคุณตันล้ม เป็นหนี้เยอะ เขาเลยไม่อยากให้เราต้องมาลำบากด้วย เราเองก็เข้าใจ เลยตกลงกันว่าจะช่วยกันเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัว จนกระทั่งล้างหนี้ได้หมดเราก็ตัดสินใจแต่งงานกัน” คุณอิงเล่าถึงเส้นทางรักสุดประทับใจ

จากวันแรกที่รู้จักกันถึงวันนี้ก็ 22 ปีมาแล้ว ที่ทั้งคู่ร่วมกันปลูกและประคับประคองต้นรักกันมา จนผลิดอกออกผล ซึ่งถ้าถามว่าเหตุใดความรักทั้งสองถึงแข็งแกร่งต้านทานมรสุมชีวิต คลื่นลมอุปสรรคมาได้ถึงทุกวันนี้ คงไม่พ้นหลักพื้นฐาน 3 ข้อ นั่นคือ "ความรัก ความจริงใจ และความเข้าใจกันและกัน" ที่ทั้งสองมีให้แก่กันตลอดมานั่นเอง.

...