เหมณัฐ วิทยสรณะ นักธุรกิจหนุ่ม บริษัทโมเดลไลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ใช้หลักธรรมะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ทำให้ชีวิตมีความสุขและไม่จริงจังกับสิ่งของหรือวัตถุมากเกินไป...

นักธุรกิจหนุ่มหน้าใส เหมณัฐ วิทยสรณะ เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง โดยมีวิสัยทัศน์ทางการตลาด ถึงกับตั้งบริษัทของตัวเองและบริหารงานจนประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 เหมณัฐ หรือ เอ็ม ผู้บริหารหนุ่มในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทโมเดลไลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันอายุ 22 ปี เป็นลูกชายคนโตของนักธุรกิจ ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และวงการโฆษณา "บัญชา-วรรณา วิทยสรณะ"

"เอ็ม" เล่าว่า เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จนจบชั้น ม.3 จึงได้สมัครเข้าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาที่บ้านเห็นว่าจะเสียเวลาถ้ากลับมาเรียนเมืองไทย จึงให้เรียนต่อไฮสกูลที่สหรัฐฯเลยที่ Maine Central Institue ในรัฐเมน จากนั้นได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่มิชิแกน มหาวิทยาลัยของรัฐ โดยเลือกเรียนทางด้านธุรกิจ Supply Chai Management

ผลการเรียนของ "เอ็ม" เป็นที่น่าปลื้มมาก เพราะจบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยม 3.94 ซึ่ง "เอ็ม" เล่าถึงชีวิตในวัยเรียนว่า เคยแซวกันกับเพื่อนว่า ถ้าเรียนที่เมืองไทยคงติดเพื่อน เรียนไม่ได้ดีแบบนี้ แต่อยู่ที่อเมริกา ต้องอยู่กับตัวเองเลยต้องตั้งใจเรียน ตอนเด็กๆเคยคิดว่าอยากเป็นอาจารย์สอนหนังสือ แต่พอโตก็สนใจเรื่องธุรกิจ ซึ่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนมีชื่อเสียงด้านธุรกิจ เลยเลือกเรียนที่นั่น ทีแรกตั้งใจเรียนด้านการตลาด แต่พอเข้าไปเรียนปี 1 ก็ถูกทางมหาวิทยาลัยคัดให้เรียนด้านธุรกิจ ซึ่งจะมีเพียง 50 คนต่อปี ระหว่างเรียนตอนปี 3 ก็ได้ทำงานให้มหาวิทยาลัยเป็นติวเตอร์ ให้น้องๆ ปี 1 แล้วยังทำกิจกรรมเป็นรองประธานของสมาคมนักเรียนไทยในมหาวิทยาลัยอีกด้วย

ส่วนเส้นทางทางธุรกิจของหนุ่มไฟแรงคนนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ชั้นปี 1 อายุไม่ถึง 20 ปี ซึ่ง "เอ็ม" บอกว่า เป็นคนชอบเดินดูของ จำได้ว่าไปนิวซีแลนด์ แล้วน้องพราว-พัชรภัค น้องสาว ได้ไปซื้อครีมบำรุง "JC new zealand" ซึ่งมีขายอยู่ทั่วนิวซีแลนด์มาลองใช้ แล้วได้ผลดี เลยได้ลองใช้ด้วย เห็นว่าดี จึงคิดที่จะนำเข้ามาขายที่เมืองไทย ตอนแรกๆ ก็ลังเล แต่ทั้งพ่อและแม่บอกให้ลุยเลย จึงเดินเข้าไปติดต่อกับบริษัทแม่ที่นิวซีแลนด์ ขอเป็นผู้นำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

"เมื่อได้ตัวนี้เข้ามา ผมก็เซตระบบการทำงานที่เมืองไทย ใช้เวลาไม่นานในช่วงหยุด เพราะผมต้องกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา ระหว่างนั้นผมก็เหมือนทำงานไปเรียนไป บริษัทนี้ก็รันไป จนผมเรียนจบ เมื่อกลางปี 2552 จึงเข้ามาทำงานอย่างเต็มตัว ที่ผ่านมาก็นับว่าประสบความสำเร็จ จากที่วางจำหน่ายเฉพาะในโรงพยาบาล, ร้านฟาร์มาซี เชน อย่างแล็บ ยู ตอนนี้ก็กำลังจะเข้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ และยังเตรียมบุกตลาดอินโดจีน เข้าไปเป็นตัวแทนจำหน่ายใน 5 ประเทศ มี มาเลเซีย, เวียดนาม, ลาว, กัมพูชา และพม่าอีกด้วย"

นอกจาก "เอ็ม" จะเป็นหนุ่มไฟแรงแล้ว ยังเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีใจใฝ่ธรรมะ และยึดปฏิบัติตัวในศีลในธรรมด้วย โดย "เอ็ม" เล่าว่า จากที่มีชีวิตอยู่คนเดียวในต่างแดน เลยทำให้ได้คิดว่า ชีวิตเราอยู่ไปวันๆหรือ ทำให้ อยากศึกษาศาสนาพุทธให้ลึกซึ้ง เพราะปกติที่บ้านก็ชอบไปวัดอยู่แล้ว พอได้ศึกษาก็ทำให้ชีวิตมีสติมากขึ้น รู้เนื้อรู้ตัวขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานและในชีวิตประจำวัน

"พอได้มาศึกษาธรรมะ ทำให้ชีวิตผมมีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องจริงจังกับสิ่งของหรือวัตถุ ส่วนที่เอามาใช้กับการทำงาน โดยผมคิดจะทำให้ธุรกิจไปได้ด้วยตัวเอง พนักงานมีงานทำ ในขณะเดียวกันผู้บริโภคที่ใช้ของเราเขาชอบ มีความสุข ซึ่งเราอยากให้ผู้บริโภคได้อะไรที่ดีๆ มากกว่าการที่เราจะได้กำไรเยอะๆ"

แนวคิดที่น่าสนใจของนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ ที่มองชีวิตและการทำธุรกิจลึกไปถึงจิตใจมากกว่าวัตถุเงินตราภายนอก.

...