การทอผ้าไหมพุมเรียงลายโบราณ

เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ จึงจัดโครงการ “ตามรอยผ้าไทย ลมหายใจแม่ของแผ่นดิน” เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต การทอผ้าไทยในภาคต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้สตรีไทยได้มีบทบาทสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ และล่าสุด ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้นำคณะกรรมการที่พร้อมใจกันแต่งชุดผ้าไทยเพื่อการส่งเสริมผ้าไทย เดินทางไปชมกระบวนการผลิต การทอผ้า “ผ้าไหมพุมเรียง” ของทางภาคใต้ ที่หมู่บ้านผ้าไทย ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆนี้

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้นอกจากได้ชมกระบวนการผลิตแล้ว นางหวันม๊ะ นุ้ยหมีม ผู้นำกลุ่มทอผ้าพุมเรียง ได้เล่าว่า ผ้าไหมพุมเรียงเป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของกลุ่มชาวไทยมุสลิม ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณอ่าวพุมเรียง ซึ่งได้รับการสืบทอดกันมา อย่างตนไม่ได้เรียนหนังสือ แม่ก็สอนงานทอผ้าให้ ถือเป็นการสร้างอาชีพให้แม่บ้าน ในขณะที่ผู้ชายจะออกไปทะเลหาปลา โดยกลุ่มทอผ้าพุมเรียงนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 จากที่เคยมีกี่ทอผ้าเป็นร้อย ตอนนี้เหลือไม่เท่าไหร่ สมาชิกมี 28 คน และมีที่ไม่ได้เป็นสมาชิกแต่รับงานไปทอที่บ้านด้วย เราก็พยายามที่จะประคองกันไป เพื่ออนุรักษ์ผ้าทอ พุมเรียง กลุ่มเราไม่มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพราะอากาศไม่เอื้อต้องซื้อเส้นไหมมาจากจังหวัดระนอง, ชุมพร และเพชรบูรณ์ ส่วนสีที่ย้อมมีทั้งสีธรรมชาติและสีสังเคราะห์ โดยการทอใช้เทคนิคการยกดอก ทำให้เกิดลวดลาย ใช้วิธีเก็บตะกอลายเช่นเดียวกับการทอขิด โดยการยกตะกอ เพื่อแยกเส้นด้ายยืน ให้ด้านเส้นพุ่งผ่านไปเฉพาะเส้น จะยกครั้งละกี่เส้นก็ได้ แล้วแต่ลวดลาย ซึ่งจะคล้ายการทอผ้าลำพูนส่วนลวดลายดั้งเดิมของผ้าพุมเรียง มีทั้งลายยกเป็ด, ลายดอกพิกุล, ลายโบตั๋น, ลายราชวัตร, ลายนพเก้า ฯลฯ นอกจากนี้ เรายังได้ดัดแปลงคิดลายใหม่ๆ มาผสมผสาน รวมทั้งการทอผ้าไหมฝ้าย อันเป็นนิยม คือใช้เส้นยืนเป็นไหม เส้นพุ่มเป็นฝ้าย ทำให้รักษาง่ายแบบผ้าฝ้าย แต่มีความสวยงามแบบผ้าไหม

...

โอกาสนี้คณะสภาสตรีฯยังได้ชมการทอผ้าลายโบราณที่สวยงามของครอบครัวหวันมุดา ซึ่ง “หวันดารา–มารียะ หวันมุดา” สองพี่น้องได้ร่วมกันอนุรักษ์สืบทอดการทอผ้าแนวอนุรักษ์ ลายราชสีห์เข้าถ้ำ, ลายบุตรน้ำเพชร, ลายสร้อยดอกหมาก, ลายพระธาตุไชยา และลายคชสีห์ เป็นต้น ทั้งคู่เล่าว่า กี่ที่ใช้ทอนี้เป็นกี่โบราณตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 มีตะกอ 250 ตะกอ หรือมีความยาวประมาณกว่า 2 หลา เท่ากับผืนผ้าที่ทอ ลายทอต่างๆนั้น จะแกะจากตัวอย่างผ้าที่แม่ได้ทอทิ้งเอาไว้ ผืนหนึ่งใช้เวลาทอ 2-3 เดือน

ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการพูดคุยนำความรู้จากความสำเร็จของ “สุวณีย์ ทิพย์หมัด” เจ้าของบริษัทวิยะเครป โปรดักส์ จำกัด นักธุรกิจพื้นบ้านที่สู้กับชีวิตจากคนขายเนื้อวัว มาสู่เจ้าของโรงงานปูกระป๋องส่งออกต่างประเทศรายใหญ่ มาส่งเสริมบทบาทสตรีไทยในสังคมต่อไป.