เพื่อระลึกถึงและสืบทอดเจตนารมณ์ของ ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ตลอดไป มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี จึงถือเอาวันคล้ายวันเกิดของอาจารย์หม่อม ซึ่งตรงกับวันที่ 20 เม.ย.ของทุกปี จัดงาน “วันคึกฤทธิ์” เพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติศิลปินที่มีผลงานดีเด่น รวมทั้งจัดการแสดงรำและดนตรีโบราณ ที่สถาบันคึกฤทธิ์ ซอยงามดูพลี

ในปีนี้ครบรอบ 105 ปีแห่งชาตกาล ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ทางมูลนิธิคึกฤทธิ์ฯ จึงได้พิจารณาเปลี่ยนชื่อ “รางวัลศิลปินคึกฤทธิ์” เป็น “รางวัลคึกฤทธิ์” และเพิ่มรางวัล “สาขาวรรณศิลป์” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะเป็นสาขาศิลปะที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์มีความเชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงโดดเด่น โดยผู้ได้รับรางวัลได้แก่ ดารกา วงศ์ศิริ เจ้าของบริษัท ดรีมบอกซ์ จำกัด ที่สร้างสรรค์งานละครและการแสดงบนเวที ส่วนผู้ได้รับรางวัล สาขาดุริยางค์ไทยได้แก่ ผศ.สงบศึก ธรรมวิหาร ครูดนตรีไทยอาวุโสที่มีผลงานมากมาย, สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น, สาขานาฏศิลป์ไทย ได้แก่ น.ส.วรางคณา วรรณประเก ศิลปินละครรำที่มีความสามารถ

...

ผศ.สงบศึก กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ ตนชื่นชอบท่านอาจารย์คึกฤทธิ์มานานแล้ว มาวันนี้รู้สึกปลื้มใจ ที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ให้ความรัก ความใส่ใจในศิลปวัฒนธรรมที่จะสืบสานต่อ เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ส่วน รศ.ดร.จักรกฤษณ์ เผยว่า ศิลปะการแสดงของไทยในปัจจุบันได้รับความนิยมจากเยาวชนคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือ การที่ให้เด็กๆ ได้รู้จักและเล่นเป็น สามารถวิจารณ์เป็น การเริ่มต้นศึกษาศิลปะการแสดงนั้น สามารถเริ่มต้นได้จากการเรียนรู้ทั่วๆไป ไม่จำเป็นต้องเรียนเพื่อประกอบอาชีพอย่างจริงจัง เพียงแค่รู้จัก เล่นเป็น ก็สามารถสืบสานศิลปะการแสดงของไทยเราสืบต่อไปได้ สุดท้าย วรางคณา กล่าวว่า ภาคภูมิใจที่ได้รับการยกย่องให้ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ในปีนี้ ทุกวันอาทิตย์ตนจะมาเป็นครูละครรำของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบัน คึกฤทธิ์ ตั้งแต่แรกจนทุกวันนี้ มีทั้งเด็กจากครอบครัวยากจนไปจนถึงมีฐานะ สอนทั้งนาฏศิลป์และมารยาทไทย ซึ่งปัจจุบันนาฏศิลป์ไทยพัฒนาก้าวไกลและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพราะเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ มีคนสนใจและชอบดูการแสดงรำของไทย.

...