ยิ่งใหญ่อลังการและเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ สมกับเป็นดินแดนมังกรสายฟ้า เมื่อกษัตริย์หนุ่มเจ้าเสน่ห์แห่งภูฏาน “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” และพระมเหสีผู้เลอโฉม “สมเด็จพระราชินีเจ็ตซัน เปมา” พร้อมหน้าด้วยพระราชวงศ์ใหญ่น้อยของภูฏาน ทรงประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อเฉลิมพระนามพระราช โอรสองค์แรก “เจ้าชายเกลเซย์ จิกมี นัมเกล วังชุก” ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2016 ณ พระอารามศักดิ์สิทธิ์ ในกรุงทิมพู ก่อนจะเริ่มต้นพระราชพิธีใหญ่ ภายในป้อมพูนาคา ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสังขารของพระลามะทิเบต ที่ชาวภูฏานเคารพนับถืออย่างยิ่ง ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องยินดีของประชาชนชาวภูฏาน ที่เดินทางหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ เพื่อเฝ้าถวายพระพรและชื่นชมพระบารมี ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสสำคัญครั้งนี้

...

“สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีฯ” ทรงมีพระราชดำรัสถึงที่มาในการตั้งพระนามเจ้าชายน้อยแห่งภูฏาน “เจ้าชายเกลเซย์ จิกมี นัมเกล วังชุก” ว่า เจ้าชายไม่ได้เป็นเพียงโอรสของพระราชาและพระราชินีเท่านั้น แต่ยังเป็นบุตรของประชาชนชาวภูฏานทุกคนด้วย หลังจากที่ได้ใคร่ครวญมาอย่างดี ข้าพเจ้าจึงขอตั้งชื่อให้เขาว่า “จิกมี นัมเกล วังชุก” โดย “จิกมี” หมายถึงความกล้าหาญปราศจากความกลัว, “นัมเกล” คือสัญลักษณ์ของชัยชนะในทุกทิศทุกทาง และชัยชนะเหนืออุปสรรคทั้งมวล ส่วน “วังชุก” เป็นชื่ออัน เป็นมงคลของราชวงศ์เรา เมื่อถึงเวลาที่ “เจ้าชายเกลเซย์ จิกมี นัมเกล วังชุก” ต้องรับใช้ประเทศ ชาติ เจ้าชายจะต้องตระหนักว่า ภารกิจนี้สำคัญยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด และจะต้องอุทิศตนอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชน ทำหน้าที่สร้างความสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชาติ ตลอดจนตอบสนองความปรารถนาทุกประการของปวงชนชาวภูฏาน.