จากวัตถุดิบสมุนไพรหลากสีหลายชนิด  กลายเป็นยาเม็ดชนิดต่างๆ.

"...พวกเราต้องช่วยกันทำ   อย่างน้อยก็ทำให้ตำรายาโบราณ  ที่พี่เคยนำมามอบไว้ที่นี่ทั้งหมดทำให้เป็นหมวดหมู่  จากนั้นสืบค้นหาต้นที่ถูกต้องของสมุนไพร  นำมาปลูกอนุรักษ์พันธุ์เอาไว้   ชื่อโรคต่างๆ ก็นำมาทำให้เข้าใจกันระหว่างแผนปัจจุบันกับแผนโบราณ   เรื่องของแนวทางในการอนุรักษ์ รวบรวมและเผยแพร่ตำราที่มีการปริวรรต  (คำแปล)  ตำรายาโบราณนี้ต้องทำงานในลักษณะสหวิทยาการ เพื่อทำให้ตำรายาของชาติพันธุ์ของเราได้กลับมาเป็นคู่มือให้คนของเราดูแลสุขภาพตนเองได้  ใช้อ้างอิงได้  ใช้ยืนยันได้ว่าเรามีอะไรบ้าง อย่าปล่อยไว้เพียงเก็บไว้โชว์ในตู้และต้องรีบทำงานกันด้วย   เพราะคนที่รู้จักชื่อโรคและสมุนไพรในตำรายาโบราณเหล่านั้นก็ล้มหายตายจากเราไปทุกขณะ"


ขวดโหลบรรจุยาสมุนไพรในพิพิธภัณฑ์.

ถ้อยคำข้างต้นเป็นคำกล่าวของ  นพ.ไพโรจน์ นิงสานนท์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการเปิดงานเสวนาตำรายาโบราณ  เนื่องในวาระครบรอบ  100  ปี  ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร  ที่  รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี  บอกถึงความสำคัญของการทำงานอนุรักษ์ตำรายาโบราณที่ต้องเชื่อมโยงกันหลายฝ่าย  ประสานกันเพื่อนำความรู้และภูมิปัญญาในการดูแลสุขภาพในอดีตกลับมาใช้ให้มีชีวิตและพัฒนาต่อยอดกันต่อไป

นอกจากเสวนาวิชาการแล้ว  กิจกรรมที่จัดควบคู่ไปในคราวเดียวกันนั้นคือ   "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต"เป็นการเนรมิตให้บรรยากาศของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร   ย้อนยุคกลับไปเมื่อร้อยปีก่อน   มีการสาธิตศิลปะการเจียนหมากพลู   การแกะสลักผลไม้และผักสด การทำน้ำอบ  แป้งร่ำ  และที่ขาดไม่ได้เพื่อให้สมกับเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยก็ต้องมีการสาธิตการรักษาตามแนวทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านมาร่วมวงด้วย


ส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับตำรายาโบราณที่พิพิธภัณฑ์แผนไทยอภัยภูเบศรเก็บรักษาไว้.

การรักษาแบบแพทย์แผนไทยไม่ได้มีแต่การนวด  หรือใช้สมุนไพรอย่างที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบัน  หากแต่ยังมีเรื่องของจิตใจกำกับลงไปในแทบทุกกระบวนการรักษา  เรื่องของคุณธรรมศีลธรรมนั้นครูบาอาจารย์รุ่นเก่าก่อนท่านถือกันนักหนา  มักจะต้องมีการท่องบ่นมนต์คาถากำกับการใช้ตำรายาต่างๆในการรักษาด้วย  เรื่องทำนองนี้มิใช่เพียงแค่เรื่องไม่เชื่ออย่าลบหลู่   แต่แท้จริงแล้วคือระบบวิธีคิดที่มองเห็นว่าเรื่องของกายและใจนั้นไปคู่กัน

สักยันต์   จารใบลาน   ดูดวง   หรือ   การดูธาตุเจ้าเรือน   ตามเดือนเกิดของแต่ละบุคคล   เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างหาดูได้ยากในสภาพสังคมที่กำลังมุ่งสู่ดิจิตอลกันอย่างเต็มที่   แต่ที่ในงานนี้เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ลองเข้ามาสัมผัส หรือเข้ามาดูกันได้อย่างใกล้ชิด   นอกเหนือไปจากการทดลองทำลูกประคบจากสมุนไพรสด   การสาธิตต้มยา การทำยาลูกกลอนหรือยาเม็ดรูปแบบต่างๆจากสมุนไพร


เด็กๆให้ความสนใจดูการสาธิตการจารใบลานโดยอาจารย์กีรติวจน์  ธนภัทรธุวานันท์.

ภญ.ดร.สุภาภรณ์   ปิติพร   เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร   อธิบายถึงการนำกิจกรรมแปลกๆมาจัดแสดงในงานว่า  ไม่ว่าจะเป็นการสักยันต์ จารใบลาน   หรือดูดวง   สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในสังคมไทย  แต่ต้องให้คนเข้าใจว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ไม่ใช่เชื่ออย่างงมงาย  หรือแม้แต่การที่สมัยก่อนเวลาที่จะจ่ายยา  หมอต้องตั้งจิตอธิษฐานเสมอ  เพื่อให้เทวดาอารักษ์มาช่วยรักษา  คนเป็นหมอต้องมีคุณธรรมศีลธรรม  มีคนมองเห็นตลอดเวลา  ไม่ให้ผิดจรรยาบรรณ แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มองไม่เข้าใจในความเป็นองค์รวมของระบบการรักษาแบบเดิม   มักเข้าหาเรื่องสมุนไพรเฉพาะทางเทคนิค


สาธิตการทำลูกประคบสมุนไพรสด.

ถึงแม้กิจกรรม   "ย้อนยุค"   แบบในช่วงงานที่ผ่านมาจะจัดเฉพาะในโอกาสพิเศษ  ไม่ได้เกิดขึ้นให้ตื่นตาตื่นใจได้บ่อยครั้ง  คนที่พลาดโอกาสไปร่วมงานก็ไม่ต้องเสียใจ  เพราะในช่วงปีนี้ทางพิพิธภัณฑ์การแพทย์ไทยอภัยภูเบศรวางแผนว่าในช่วงเสาร์-อาทิตย์จะจัดกิจกรรมพิเศษสาธิตการทำยาแผนไทยสัปดาห์ละตำรับ  สอนการปั้นยาลูกกลอน  การทำยาอย่างง่ายๆ โดยจะทำกันอย่างต่อเนื่อง   เพื่อให้เป็น   ศูนย์เรียนรู้สุขภาพประชาชน   เอาความรู้จากใบลานมาเผยแพร่ ทำให้มีชีวิต   นำไปปฏิบัติได้จริง


นักศึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยแนะนำการต้มยาแบบโบราณ.

อีกหน่อยใครที่ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์การแพทย์ไทยที่ตึกเก่าแห่งนั้น   นอกจากจะได้รับความประทับใจในสิ่งของโบราณที่จัดแสดง  แล้วยังจะได้ความรู้ประดับสมองและตำรับยาแบบทำเองได้ติดไม้ติดมือกลับไปบ้านอีกด้วย.

สมบัติของแผ่นดิน



การอนุรักษ์และคุ้มครองตำรายาโบราณของประเทศไทยนั้น ต้องเข้าใจร่วมกันว่าตำรายาการแพทย์ไทยมีปรากฏหลายรูปแบบ ได้แก่ บันทึกในใบลาน สมุดไทย ศิลาจารึก หรือวัสดุอื่นใด

พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ข้อมูลว่าจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม   2552  ได้มีการขึ้นทะเบียนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไปแล้ว 3,936 ตำรา และ 51,670 ตำรับยา รวมทั่วประเทศมีการขึ้นทะเบียนแล้ว 55,606 รายการ แม้จะดูเป็นจำนวนตัวเลขที่ไม่น้อย แต่การขึ้นทะเบียนภูมิปัญญาไทยยังคงเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง   อันเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะได้นำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาต่อไป.

...