ผ่านวันที่เด็กๆ ทั้งประเทศรอคอยมาทั้งปีไปแล้ว สำหรับ “วันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าจะเวียนมาบรรจบในทุกๆ วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เรียกได้ว่าเอาให้เด็กๆสนุกซ่ากันแบบ "นัน สต็อป" ต่อจากเทศกาลวันขึ้นปีใหม่กันไปเลย งานนี้นอกจากพระเอกนางเอกตัวน้อยของงานจะเป็นคุณหนูๆแล้ว งานนี้คนที่เหนื่อยกาย สุขใจไปด้วยไม่แพ้กัน คงเป็นคุณพ่อคุณแม่ ที่จูงไม้จูงมือลูกๆไปเที่ยว เปิดหูเปิดตาตามสถานที่ต่างๆ ที่ขนกิจกรรมมาเอาใจเด็กๆ กันเพียบ
เห็นความน่ารักน่าหยิกของเด็กๆแล้ว ก็อดชื่นชมผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคุณหนูไม่ได้ โดยเฉพาะบรรดา “คุณแม่” วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จึงถือโอกาสพาไปสำรวจคุณแม่คนดังกันว่ามีวิธีบาลานซ์ชีวิต พร้อมกลเม็ดพิชิตเจ้าตัวเล็กให้อยู่หมัดอย่าไร
เริ่มจากคุณแม่สาวสวยของน้องจัสติน “เอ๋-กัญญารัตน์ พลาดิศัย” เจ้าของแบรนด์ Sorbet บอกว่า ตอนที่ "น้องจัสติน" ยังเป็นเบบี๋คิดว่าเลี้ยงยากแล้วนะ แต่พอเขาโตมาเราถึงรู้ว่ายากกว่ามาก เพราะอย่างน้อยตอนเด็กเรายังรู้ขอบข่ายความต้องการเขา ว่าตอนนี้หิวก็ดื่มนม ง่วงก็นอน แต่พอเขาโตขึ้น กรอบการใช้ชีวิตของเขาก็มากขึ้น เราเลยต้องใช้พลังงานในแต่วันเพื่อดูแลเขามากขึ้นไปด้วย
แม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่คุณเอ๋ก็บอกว่า ไม่คิดจะใช้ไม้เรียวเป็นคำตอบในการเลี้ยงลูก เพราะแม้โบราณจะบอกว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่คุณเอ๋เห็นว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะใช้วิธีอื่นในการอบรมลูก“เวลาที่น้องจัสติน ดื้อมากๆ เอ๋จะบอกเขาเลยว่า Bye Bye แล้วกัน ถ้างั้นคุณแม่ไม่อยู่ด้วยแล้ว หรือบางทีก็ใช้จุดอ่อนของน้องที่รักสุนัขมาเป็นตัวสอนว่า ถ้าดื้อมาก คุณแม่ไม่เลี้ยงแล้วนะ จะให้ไปอยู่บ้านสุนัข ที่ไม่มีบ้าน ไม่มีคนกอด-คนดูแลนะ เขาก็จะฟัง ซึ่งเอ๋มองว่าบางครั้งการที่เราอยู่กับลูกมาก มันไม่ใช่เราสอนเขาอย่างเดียว แต่บางครั้งเขาก็สอนเรากลับมาเหมือนกัน” คุณแม่คนเก่งกล่าว
แม้จะยอมรับว่าไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปเมื่อเป็นคุณแม่ แต่คุณเอ๋ก็บอกว่ารู้สึกสุขใจและมีความสุขที่ได้เฝ้ามองทุกช่วงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของลูก จากการดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ไปรับ-ส่งลูกเองที่โรงเรียนทุกวัน ซึ่งเราจะรู้เลยว่าใน 1 วันเราจะว่างช่วงไหน อย่างเช้าไปส่งลูกที่โรงเรียนเราก็จะมีเวลาส่วนตัวไปจนถึง 3-4 โมงก็ต้องไปรับลูกแล้ว จากนั้นก็พาเข้าไปเรียนพิเศษ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน
น้องจัสติน-น้องตันหยง
“เอ๋โชคดีมากที่เพื่อนๆก็เข้าใจเรา รู้ว่าเราว่างตอนไหน เวลาจะนัดกันไปไหน เขาก็จะรู้ ทำให้เราไม่ลำบากใจ เพราะปกติเราเป็นคนที่ปฏิเสธใครไม่เป็น แต่อย่างที่บอกเอ๋รู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้ลูก มันคือความสุข แม้่เราอาจต้องยอมสละบางอย่างในชีวิต แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้การเป็นแม่ รู้สึกการจัดสมดุลในชีวิต” คุณแม่คนสวยกล่าว
สำหรับเคล็ดลับในการดูแลตัวเองให้มีรูปร่างผอมเพรียวนั้น คุณเอ๋ บอกว่า บางคนคิดว่าแต่งงานแล้วไม่ต้องดูแลตัวเองก็ได้ จริงๆ ไม่ใช่ เพราะสมัยเป็นแฟนกัน เราอาจจะดูดีเฉพาะเวลาที่ต้องเจอกัน แต่พอแต่งงานมาอยู่ด้วยกัน คราวนี้อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง เราก็ยิ่งต้องดูดี ด้วยวิธีง่ายๆ เน้นการกินอาหารที่มีประโยชน์ เลือกรับประทาน อย่างตัวเองเลิกกินอาหารที่เป็นเส้นมา 5-6 ปีแล้ว ไม่ทานเนื้อ เน้นทานปลา หรือทานผักแทน อย่าลืมว่าถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ก่อน เราจะมีเวลาไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร
ขณะที่คุณแม่ลูก 3 อย่าง ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน เผยถึงเคล็ดลับการปราบเจ้าตัวเล็กที่กำลังอยู่ในวัยซนให้อยู่หมัดว่า จะไม่ห้าม ปล่อยให้ซนอย่างเต็มที่ แต่ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ถ้าเราบอกให้หยุดต้องหยุด ที่สำคัญคือในการให้อิสระการซนของเขา เราต้องพยายามสอดแทรกจริยธรรม มารยาทแบบไทยๆ เข้าไปด้วย เช่น การวางตัวต่างๆ ต้องอยู๋ในขนบมารยาทไทย เคารพผู้ใหญ่ ที่สำคัญ คือ การให้เกียรติผู้หญิง เพราะลูกของเราเป็นผู้ชายหมด อนาคตเขาต้องเป้นหัวหน้าครอบครัว ดูแลคนอีกหลายคน เพราะฉะนั้นเราต้องเข้มงวดในเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน
“ถามว่าหลังจากมีลูกแล้ว ไลฟ์สไตล์ของเราเปลี่ยนไปมั้ย แน่นอนว่าเปลี่ยน แต่เรายังคงความเป็นตัวของตัวเองอยู่ เพราะถ้าไปฝืนมันก็อึดอัด อยากช่วงที่ปิ่นมีลูก 2 คนแรก เราฝืนความเป็นตัวเอง พยายามเป็นคุณแม่ที่ดี ไม่ไปเที่ยว ไม่เจอเพื่อน ไปรับไปส่งลูก ซึ่งมันฝืนธรรมชาติเรา เราลืมไปว่าเราลืมให้เวลากับตัวเองไป ดังนั้นเราต้องพยายามหาสมดุลให้ได้ อย่างตอนนี้ลูกๆ ก็โตขึ้นแล้ว ก็สบายขึ้นในระดับหนึ่ง” คุณแม่ยังสาวกล่าว
สำหรับเคล็ดลับในการดูแลตัวเองให้มีรูปร่างดีนั้น คุณแม่่ปิ่นบอกว่าแค่หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารได้ปกติ ไม่ต้องลด โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง จะพบว่าไขมันจะสลายหายไปเอง.
...