โอ้วแม่เจ้า!! ช็อปพันล้าน ภายใน 3 เดือน...อะเมซซิ่งซะไม่มี แต่ก็เกิดขึ้นจริงๆแล้ว เมื่อบรรดาเศรษฐีไฮโซระดับท็อปสเปนเดอร์ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ช่วยกันสร้างสถิติใหม่ให้วงการค้าปลีกเมืองไทย กระตุ้นต่อมอิจฉาจนเป็นที่ฮือฮา ตอกย้ำชัดๆว่ายังมีเศรษฐีโลว์โปรไฟล์ซ่อนอยู่เต็มไปหมด ในเมืองไทย อยู่ที่ใครจะมีเรดาร์ค้นเจอผู้มีอุปการคุณเหล่านี้
เพื่อมัดใจให้อยู่หมัด ฝ่ายกิจกรรมสมาชิกบัตรแพลตตินั่ม เอ็ม การ์ด สยามพารากอน ภายใต้การนำของสองผู้บริหารหญิงเก่ง “มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์” และ “สรัลธร อัศเวศน์” ทุ่มงบกว่า 9 ล้านบาท จัดทริปหรูเอ็กซ์คลูซีฟ “The Gastronomy Trip in Japan” พาลูกค้าซุปเปอร์วีไอพี 15 คู่ ที่ขยันซื้อจนได้โล่ชนะเลิศท็อปสเปนเดอร์ ช็อปพันล้าน ภายใน 3 เดือน ระหว่างวันที่ 10 ต.ค.2558 ถึง 10 ม.ค.2559 เก็บกระเป๋าเหินฟ้าไปตะลุยกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส 4 วัน 3 คืน
...
งานนี้ “กินหรู-อยู่สบาย-ช็อประเบิด-ชีวิตบรรเจิด” ตามคอนเซปต์เป๊ะ โดยไฮไลต์อยู่ที่การชิมสุดยอดอาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินสตาร์ และต้นตำรับร้านดังในตำนาน ซึ่งต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน แต่สยามพารากอน ซะอย่างเนรมิตได้สบายๆ เริ่มจากพาไปชิมเมนูเทปันยากิ เนื้อโกเบระดับพรีเมียม A4 นุ่มลิ้นละลายในปากไม่ต้องเคี้ยว ที่ร้านดังอายุเก่าแก่กว่า 51 ปี “เซเรียวนา มองแฌ ตง ตง” ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งด้านเทปันยากิของญี่ปุ่น วันรุ่งขึ้นลุยต่อด้วยมื้อหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่ “มุซะชิ สกาย เรสเตอรองต์ 634” บน “หอคอยโตเกียว สกายทรี” ณ ระดับความสูงระฟ้า 345 เมตร มองเห็นทัศนียภาพความสวยงามของกรุงโตเกียวแบบ 360 องศา ส่วนมื้อเย็นปรนเปรอด้วยหูฉลามยักษ์อร่อยสุดในโลก ณ ภัตตาคารจีนตำรับเซี่ยงไฮ้ชื่อเสียงเก่าแก่ 115 ปี “อาซากุซะ อิชินโกะ กินซ่า ชินกัง” บอกได้คำเดียวว่าฟินจริงๆ
มาถึงญี่ปุ่นทั้งที ถ้าไม่ได้ชิมเมนูซูชิต้นตำรับ ก็ถือว่ามาไม่ถึง!! เช้าวันถัดมาถึงคิวท้าชิมร้านซูชิมิชลินสตาร์หนึ่งเดียวของญี่ปุ่น “คิวเบ” ซึ่งต้องจองคิวล่วงหน้าหลายเดือน และเพื่อให้สัมผัสบรรยากาศแบบราชสำนักญี่ปุ่นระดับไดเมียว ทีมสยามพารากอนยังพาไปชิมเมนูสไตล์ไคเซกิแท้ๆที่ร้าน “คิตาโอจิ ไคเซกิ” ซึ่งสืบทอดกรรมวิธีการปรุงอาหารพิถีพิถันจากต้นตำรับสมัยเอโดะมายาวนานกว่า 400 ปี ส่งท้ายทริปด้วยเมนูสุดยอดชาบู ชาบู ร้านดัง “อิมาฮัน” อายุเก่าแก่กว่า 120 ปี โดดเด่นด้วยการใช้เนื้อทาจิมา เนื้อสุดพรีเมียมระดับ A 5 นุ่มลิ้นละลายในปากจนสำลักความสุข งานนี้ ยังเสริมสิริมงคลต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยการพาชาวคณะไปร่วมทำพิธีสวดมนต์ขอพรจากพระในวิหารหลวง ศาลเจ้าเมจิ จินกุ ซึ่งไม่เคยมีคนไทยได้ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้มาก่อน
...
ช็อปอะไรกันนักกันหนา ถึงทำยอดทะลุเป้าเป็นพันล้าน!! จนได้รับเชิญให้ร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายแม้แต่บาทเดียว “คุณทราย-สรัลธร” บอกเล่าถึงที่มาของแคมเปญดังว่า แคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.2558 ถึง 10 ม.ค.2559 ลูกค้าบัตรแพลตตินั่ม เอ็ม การ์ด ซึ่งมีอยู่ 2 หมื่นคน มีเวลา 3 เดือน ในการสะสมยอดซื้อให้ได้เป้า โดยทางพารากอนจะคัดเลือกลูกค้าท็อปสเปนเดอร์ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด 15 ท่านแรก เพื่อร่วมทริปนี้ ซึ่งผลตอบรับดีมาก เมื่อจบแคมเปญสามารถทำยอดใช้จ่ายรวมกันถึง 1,000 ล้านบาท ลูกค้าที่อยู่กับเรามานานและเป็นท็อปสเปนเดอร์ตัวจริง ก็มีอาทิ “คุณแม่ซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา” คุณแม่มาเดินช็อปปิ้งสยามพารากอนทุกวัน คุณแม่ชอบซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม, เครื่องเพชร, นาฬิกา แม้แต่แชนเดอเลียถวายวัด คุณแม่ก็ซื้อที่พารากอน อีกคนที่เป็นลูกค้าเรามานานคือ “ม่าม้า-นารีรัตน์ ชินธรรมมิตร์” เป็นเจ้าของน้ำตาลทรายยี่ห้อขอนแก่น และราชาชูรส ม่าม้าชอบซื้อเพชรมาก นอกจากนี้ ก็มี “คุณพิสิษฐ์ เหล่าศิริรัตน์” มาซื้อรถโรลส์-รอยซ์ คันละ 30 ล้านบาท ที่พารากอน นอกจากนี้ยังมี คุณสุรีย์ พุฒไชยโรจน์, คุณนิภา ชลสายพันธ์, คุณอรัญญา อุลปาทร, คุณวิชัย พูลวรลักษณ์ และ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ถึงแม้เศรษฐกิจจะซบเซาแต่ปีนี้ยอดซื้อของพอร์ตแพลตตินั่มกลับโตขึ้นจากปีที่แล้ว 28% เราเริ่มทำแคมเปญนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว พร้อมแคมเปญฉลอง 10 ปี สยามพารากอน เพราะอยากทำความรู้จักลูกค้าให้ใกล้ชิดขึ้น โดยปีที่แล้วพาไปเที่ยวฮ่องกง ส่วนปีนี้เป็นทริปญี่ปุ่น เราใช้งบไป 9 ล้านบาท เพื่อดูแลลูกค้าทุกอย่าง รับรองว่าไม่มีศูนย์การค้าไหนเคยพาลูกค้ามาเที่ยวแบบพรีเมียมขนาดนี้ บินมากินมื้อละแสนลูกค้าเหล่านี้เคยกินอยู่แล้วล่ะ แต่สิ่งที่ต้องทำให้ลูกค้าเห็นคือ คุณคือลูกค้าคนสำคัญ ต้องให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองที่สุด
...
ลองมาฟังเสียงตอบรับจากเหล่าลูกค้าท็อปสเปนเดอร์บ้างว่าแต่ละคนประทับใจสยามพารากอนตรงไหน เริ่มจากนางฟ้าของสาวห้างฯทั้งโลกผู้ครองแชมป์ท็อปสเปนเดอร์อันดับหนึ่งตลอดกาล “คุณแม่ซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา” บอกเล่าว่า ประทับใจเพื่อนร่วมทริปมาก ถึงจะเพิ่งรู้จักครั้งแรก แต่จูนกันได้ง่าย พี่ชอบแต่งตัวมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยปล่อยตัว จะต้องเนี้ยบตลอด แต่งสไตล์ไหนก็ต้องเต็มที่ แล้วจะปิดหูไว้ คนอื่นอยากพูดอะไรก็พูดไป เรื่องช็อปปิ้งมันเหมือนนิสัยเสียไปแล้ว พอเห็นอะไรที่ถูกใจก็ต้องซื้อ ถ้ามีลิมิเต็ด 2 ชิ้น เราก็นิสัยไม่ดีอีก ต้องซื้อขึ้นมาทั้ง 2 ชิ้น เพราะกลัวคนอื่นจะใช้เหมือนเรา พี่เป็นโรคประสาทชอบคำว่าลิมิเต็ด และเอ็กซ์คลูซีฟ เข้าไปในร้านจะถามเลยว่ามีกี่ชิ้น พี่ชอบทุกอย่างตั้งแต่แว่นตา เข็มขัด รองเท้า กระเป๋า จิวเวลรี่ รถยนต์ แม้แต่แชนเดอเลียของอิตาลี ราคา 20 ล้านบาท ก็ซื้อจากพารากอนไปถวายวัดทุ่งเศรษฐีมาแล้ว ถ้าวันไหนไม่ได้ช็อปคงเป็นบ้า!! พี่เป็นคนขี้เกรงใจ ถ้าแบรนด์ไหนเชิญเราไปงาน ก็ต้องอุดหนุนเค้าหน่อย อย่างแบรนด์ “เฟนดิ” เชิญไปดูแฟชั่นโอต์กูตูร์ที่ปารีส ก็อุดหนุนเสื้อเฟอร์ของเฟนดิ ราคา 8 ล้านบาท ทริปนี้พารากอนให้เรา 1 เท่า เราต้องให้พารากอนกลับไป 10 เท่า พวกเรานิสัยไม่ดี ถ้าใครมาฟอร์ซยิ่งไม่เอา และพี่จะเกลียดมากถ้าไปร้านไหน แล้วพนักงานเชียร์ว่าสวยนะคะ ราคาถูกนะคะ พี่จะบอกเด็กสวยเหรองั้นเธอซื้อสิ ถูกเหรอ เงินเดือนเธอเท่าไหร่ พี่ว่าแพงนะ ความสุขทุกวันนี้คือการได้ไปเดินดูของสวยงามและได้ครอบครอง ที่จริงยอดช็อปจะต้องสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ เสียดายเมืองไทยไม่ค่อยมีไซส์เสื้อผ้าต้องไปสั่งเมืองนอกแล้วบินไปเอา ยุคสมัยนี้คนมีเงินก็ซื้อได้ทุกแห่ง แต่ยังไงก็ไม่เหมือนพารากอนที่รู้สึกเหมือนเดินบ้านของเราเอง พารากอนมีคนที่รู้ใจคอยช่วยเทคแคร์ถือของ พนักงานพารากอนมีความจริงใจไม่สตรอเบอรี่ ทำให้เราผูกพันกับพารากอน เหมือนมันแต่งงานกันไปแล้ว ไม่ไปเดินช็อปปิ้งที่ไหนแล้ว
...
ด้าน “ม่าม้านารีรัตน์ ชินธรรมมิตร์” ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของสยามพารากอน...“ชอบเดินพารากอนเพราะสะดวกสบายมาก เวลาเดินรู้สึกปลอดภัย มีความคุ้นเคยกันหลายร้าน ร้านเพชรเจ้าประจำก็อยู่ที่นั่นคือร้านกะรัต ร้านแอร์เมสก็ช็อปประจำ ม่าม้ามีแอร์เมส 40 ใบ รักทุกใบ สะสมสีสะสมรุ่นไปเรื่อยๆ เครื่องเพชรก็ชอบ ชอบแหวน, ต่างหู, กำไล และนาฬิกา ยี่ห้อที่ชอบก็โรเล็กซ์, คาร์เทียร์ และปาเต๊ะ ฟิลลิป สมัยแรกๆยังไม่มีใครรู้จักม่าม้า เราก็ไปซื้อเพชรของเราปกติ แต่ทางร้านกะรัตเอายอดไปสะสมให้ จนวันหนึ่งพารากอนเชิญเราไปร่วมงานเพื่อมอบบัตรสการ์เล็ตให้ มีที่จอดรถพิเศษจอดฟรีทั้งวัน ซื้อของในห้างฯได้ส่วนลด 10% ส่วนศูนย์การค้าไม่ได้ลด แต่ได้สะสมคะแนนไปเรื่อยๆ และได้อภิสิทธิ์เยอะแยะ เวลาไปเดินช็อปปิ้ง พนักงานจะคอยดูแลอย่างดี ทำให้ประทับใจในบริการของพารากอน เอาใจใส่ลูกค้ามาก ทุกวันนี้ไม่กล้าอ้วนขึ้นเลย ปีนี้อายุจะ 70 แล้ว ต้องออกกำลังกายทุกวัน ต้องแกว่งแขนวันละครึ่งชั่วโมง ข้าวเย็นก็ไม่ทาน ช่วงเย็นเดินสายพาน 50 นาที เพราะเสื้อผ้าซื้อมาแพงๆทั้งนั้น เดี๋ยวใส่ไม่ได้”
สำหรับเสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจระบบป้องกันน้ำท่วมและการบำบัดน้ำ “คุณพิสิษฐ์ เหล่าศิริรัตน์” ซึ่งถอยรถโรส์-รอยซ์ คันละ 30 ล้านจากพารากอน เล่าถึงความประทับใจว่า ผมเคยไปทัวร์ที่จัดท็อปสุดวีไอพีสุดก็ยังไม่ได้แบบนี้ ผมประทับใจในบริการและการดูแลของพารากอนจริงๆ เดี๋ยวนี้ไปเป็นอยู่ที่เดียวคือพารากอน ผมมีรถโรส์-รอยซ์ 3 คัน ซื้อที่พารากอนหมด เคยใช้เบนซ์ และเบนท์ลีย์มาแล้ว แต่พอนั่งโรลส์-รอยซ์ต่างกันเยอะ ความนุ่มอะไรคนละเรื่องเลย ที่พารากอนมีแบรนด์ดีๆไปลงเยอะ ผมกับลูกชอบรถ ก็เลยไปเดินดูบ่อย ส่วนภรรยาชอบจิวเวลรี่และแบรนด์เนม ผมประทับใจเรื่องห้องน้ำของพารากอนมาก มีกระจายอยู่หลายจุด สะดวกสบายมาก แสดงว่าผู้บริหารใส่ใจ

null
สมแล้วที่สยามพารากอนได้รับยกย่องเป็นบ้านหลังที่สองของนักช็อปกระเป๋าหนัก.
ทีมข่าวหน้าสตรี