หลังจากฝึกปรือวิทยายุทธ์ทางธุรกิจของครอบครัวจนติดตลาดลมบน พิมพ์ชนก พลากูร ผู้บริหารสาวที่สร้างชื่อให้แบรนด์ชาไทย “No.57” เป็นที่ยอมรับในตลาดยุโรปและประเทศญี่ปุ่น จึงสร้างความมั่นใจให้เดินหน้าสู่ธุรกิจสายอาหารที่ชื่นชอบ
พิมพ์ชนก หรือ ตาล เล่าว่า ที่จริงครอบครัวตาล คือคุณพ่ออภิรัชต์ พลางกูร และคุณแม่กาญจนา ไชยรัตน์ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แต่ตอนที่ตาลเรียนไฮสกูล ที่ Bedford High School ประเทศอังกฤษ ตาลมีความสนใจในงานอาร์ต การออกแบบ เลยเลือกเรียนระดับปริญญาตรีด้านแฟชั่น ที่ London College of fashion Management International พอคุณพ่อมีความคิดอยากทำธุรกิจชา จึงให้ตาลเข้ามาช่วย ตอนแรกก็กังวลว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะไม่ได้จบด้านบริหารธุรกิจมา แต่คิดว่าเป็นสิ่งท้าทายที่จะสามารถพิสูจน์ตนเอง ประกอบกับส่วนตัวตาลชอบชิมอาหาร ชอบแกะสูตรอาหาร จึงลองทำแบรนด์ชา No.57 และได้นำเข้าไปเสนอขายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Harvey Nichols ในกรุงลอนดอน ได้สำเร็จ จากนั้นเราก็ขยายตลาดสู่ยุโรป ทั้ง ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์ จนตอนนี้ ประเทศญี่ปุ่น คือตลาดหลักในการส่งออกชาของเรา แม้จะอยู่ในฐานะผู้บริหาร แต่ตาลก็ไม่ได้ทิ้งงานสายอาร์ต ได้ใช้ความรู้ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ Packaging Design, ID Magazine ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งรางวัลชนะเลิศเป็นของ Tom Ford
“ถ้าย้อนกลับไปก็ 16 ปีแล้วค่ะ ความสำเร็จที่ได้มายังไม่ใช่จุดสูงสุดของการทำงาน แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นอีกก้าวในการรักษาคุณภาพชาให้ได้มาตรฐานของแต่ละประเทศ ทุกวันนี้ตาลก็ต้องลงมือคัดสรรชา ควบคุมการผลิตด้วยตนเอง อาทิ ชาขาวต้องมาจากประเทศจีน และชาดำต้องประเทศอินเดียเท่านั้น ถึงจะได้ชาที่มีรสชาติดีถูกปากคอชาทั่วโลก และด้วยความที่ตาลเป็นคนชอบชิม ชอบรับประทาน และชอบลองแกะสูตร ทำให้ตัดสินใจมาทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเองอีกธุรกิจหนึ่ง ชื่อ ร้านตำทองหล่อ ซึ่งจะเน้นอาหารต้นตำรับอีสานรสจัดจ้าน และให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบมาก โดยตาลจะคัดสรรของดีของขึ้นชื่อจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ อย่างหมูยอ แคบหมู ส่งตรงมาจากเชียงใหม่, ไข่เค็ม ต้องมาจาก อ.ไชยา สุราษฎร์ธานี กุ้งแม่น้ำสดๆ จากอยุธยา เท่านั้นค่ะ ที่คัดขนาดนี้เพราะอยากให้ได้ลิ้มลองอร่อยแบบต้นตำรับ ทำเหมือนเราทำกินเองเลยค่ะ”
...
ด้วยความใส่ใจรายละเอียดในการทำงานแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารสาวคนนี้ประสบความสำเร็จ พร้อมกันนี้ยังฝากข้อคิดในการทำงานให้ผู้บริหารหน้าใหม่อีกด้วยว่า “ในการทำงาน ตาลอยากให้ลงมือทำในสิ่งที่รัก และใช้ความรักนั้นมาเป็นพลัง ในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงค่ะ”.